ข่าวนี้ที่ 1

ระเบิดป่วนกรุง-เทรดวอร์ ทุบหุ้นไทย กูรูมั่นใจไม่หลุด 1,670 จุด

ระเบิดป่วนกรุง-เทรดวอร์ ทุบหุ้นไทย กูรูมั่นใจไม่หลุด 1,670 จุด

     หุ้นไทยกังวลระเบิดป่วนกรุง - สงครามการค้ารอบใหม่ปะทุ  ปิดดิ่ง 15 จุด ระหว่างวันลงลึกถึง 27.78 จุด  ผจก.ตลาดหลักทรัพย์ฯยันเหตุไม่สงบในประเทศกระทบจิตวิทยาระยะสั้น พื้นฐานหุ้นไทยยังไม่เปลี่ยน  ฝั่งคลังการันตีไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและ จีดีพี ด้านโบรกฯชี้ยังไม่น่าห่วง เพราะแนวรับระดับ 1,670 จุด ยังยันไหว แต่กังวล กลุ่มท่องเที่ยว และศูนย์การค้า ได้รับผลกระทบแน่นอน แนะถือเงินสด หรือลงทุนหุ้นกลุ่มที่แกร่งกว่าตลาด             

    สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน(เทรดวอร์)ที่กลับมาปะทุอีกรอบ และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดในหลายพื้นที่ จนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยทันที โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับลดลงอย่างหนักระหว่างการซื้อขายถึง 27.78 จุด ก่อนจะรีบาวน์มาปิดที่ระดับ 1684.71 จุด  ลดลง 15.04 จุด  หรือ 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 82,045 ล้านบาท        
     
*** ระเบิดป่วนเมือง 5 จุด 
     ในช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เกิดเหตุการณ์ระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ในเวลาไล่เลี่ยกันช่วง 07.00-09.45 น. 
    จุดแรก ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี เวลา 07.00 น. พบระเบิดในสวนหย่อมหน้าอาคาร เบื้องต้นจุดนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
    จุดที่ 2 เวลา 09.00 น.ที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1 ตรวจพบระเบิดปิงปองวางใกล้ถังขยะ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดกำลังทำความสะอาดอยู่ จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย    
    จุดที่ 3 เวลา 09.15 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณพงหญ้าใต้บันไดรถไฟฟ้าบีเอสสถานีช่องนนทรี ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ
    จุดที่ 4 เวลาเดียวกัน  มีเสียงระเบิด ย่านอาคารคิงส์พาวเวอร์ มหานคร ใกล้กับบริเวณรถไฟฟ้าช่องนนทรี  
     จุดที่ 5 เวลา 09.45 น. เกิดเหตุระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ EOD เข้าปิดกั้นพื้นที่แล้ว กำลังทำการเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย     
    ขณะที่ตลอดทั้งวันมีรายงานพบวัตถุต้องสงสัยอีกหลายพื้นที่ ทั้งบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสศาลาแดง ก่อนจะพบว่าเป็นเพียงกล่องเปล่า หรือบริเวณท่าเรือยอดพิมาน ที่พบกระเป๋าต้องสงสัย หรือที่ป้ายรถเมล์ ถนนพหลโยธิน ขาออก ตรงข้ามโรงแรมมารวย ฯ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาตรวจสอบและเก็บกู้         

*** นายกฯ ย้ำ ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ       
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวหลังพูดคุยกับผู้นำระดับสูง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ถึงสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น 9 ครั้งในวันนี้ ว่า  เราต้องแก้ปัญหาแบบองค์รวม โดยฝากประชาชนว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการถ่ายรูปเก็บไว้   และสามารถส่งมาให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า เหตุการณ์ระเบิดห้าปีที่ผ่านมาลดไปแล้วทำไมมีในวันนี้ ทำอย่างไรเราจะเข้มแข็งพอในการรับสถานการณ์
    สำหรับขั้นตอนในการดูแลความเรียบร้อย มีความก้าวหน้าตามลำดับ ขอสื่ออย่าขยายความและไปสอบถามคนที่ไม่เกี่ยวข้องมากเพราะจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย  ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด   ส่วนการใช้กฎหมายพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมายปกติก็มีอยู่ ซึ่งได้สั่งการไปหมดแล้ว
    “สรุปว่ามีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะเชื่อมโยงกับกลุ่มไหนจะออกมาเอง เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ก็ทำเต็มที่  แต่เหตุการณ์วานนี้กับวันนี้จะเชื่อมโยงกันหรือไม่ต้องดูอีกที ช่วยกัน Alert แล้วก้นเพื่อประเทศไทย ไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคม  ”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

*** "ภากร" เชื่อกระทบแค่จิตวิทยา พื้นฐานหุ้นไทยไม่เปลี่ยน    
    ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เหตุการความไม่สงบที่เกิดระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  จะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้น แนะนำนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก เพราะไม่เกี่ยวข้องพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทุกอย่างยังดำเนินตามปกติ    
    โดยดัชนี SET Index ที่ปรับตัวลงแรงวันนี้ เป็นไปตามตลาดหุ้นทั่วโลก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับลดดอกเบี้ยงเพียง 0.25% จากที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลด 0.50% ขณะเดียวกันมีประเด็นที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าสหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 10% เป็นวงเงินสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
    "หุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงตั้งแต่เฟดประกาศลดดอกเบี้ยต่ำกว่าที่คาดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันนี้แม้จะดูว่าหุ้นไทยลงแรง แต่ลงเพียง 1.6% เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลง 2.26%, สิงคโปร์ ลดลง 2.43% ไต้หวัน ลดลง 2.6% ญี่ปุ่น ลดลง 3.05% จีน ลดลง 3.42% และ ฮ่องกง ลดลง 4.24% ตลาดหุ้นมักอ่อนไหวต่อปัจจัยลบ โดยนักลงทุนต้องดูที่พื้นฐานเป็นหลัก หากไม่มั่นใจในความผันผวน แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล" ดร.ภากร กล่าว 

 *** รมว.คลัง ยืนยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน  
     นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้ผู้บริหารในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลความปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและบุคลากร ในด้านของความเชื่อมั่นนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในด้านของความมั่นคงจะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
    สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงแรงในช่วงเช้ากว่า 20 จุด เชื่อว่าเป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ และเชื่อว่าหากหน่วยงานความมั่นคงมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เชื่อว่าจะไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันพื้นฐานเศรษฐกิจไทยค่อนข้างดี

*** สศค.เชื่อฝ่ายความมั่นคงดูแลได้ ไม่กระทบจีดีพี  
     นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ระเบิดส่งผลในเชิงลบ กระทบต่อความเชื่อมั่นระยะสั้น หากหน่วยงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยสามารถคลี่คลายปัญหาได้โดยเร็ว เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)
    “ตอนนี้เศรษฐกิจมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายอยู่แล้ว โดยเฉพาะความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก จึงไม่อยากให้มีปัจจัยอะไรมาเติมก็อยากจะขอความร่วมมือ เพราะไม่อยากให้มีเหตุการณ์ลบอีก ขณะที่ตัวเลขจีดีพีของ สศค.ขณะนี้ กำลังประเมิน แต่ในด้านของเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลด้วยหรือไม่ ยังเร็วไปที่จะประเมินในขณะนี้ เพราะยังไม่ได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกลัว และมองว่าหากเหตุการณ์เกิดแค่ระยะสั้นก็จะไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน”นายลวรณ กล่าว
      
*** โบรกฯ มั่นใจ 1,670 จุด ยังรับไหว  
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน ด้านวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงแรงเมื่อวันศุกร์ ปัจจัยหลักมาจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตเตอร์ข้อความว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%   ส่วนเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ เ มองว่ากระทบจิตวิทยาการลงทุน แต่จะไม่เท่าปัจจัยต่างประเทศ 
    โดยคาดว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงคาดว่ายังติดแนวรับสำคัญที่ 1,670 จุด เนื่องจากระดับปัจจุบันที่ใกล้เคียง 1,680 จุด เป็นระดับที่น่าสนใจเข้าลงทุน ด้าน P/E อยู่ที่ 15.8 เท่า ทั้งนี้หากหลุดแนวรับดังกล่าวจะประเมินรับถัดไปที่ 1,659 จุด แนวต้านที่ 1,695 และ 1,703 จุด ตามลำดับ  

*** บล.กสิกรชี้ กระทบกลุ่มท่องเที่ยว และศูนย์การค้า 
    บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า  สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวลงทั่วทั้งภูมิภาคจากความกังวลสงครามการค้าฉุดการเติบโตเศรษฐกิจโลก หลังปธน.ทรัมป์ เตรียมเก็บภาษีจีนเพิ่มขึ้นอีก 10% มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย ทั้งนี้ต้องติดตามท่าทีจากทางการจีนต่อจากนี้ จากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้หลายจุดในกรุงเทพฯ โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถ ควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามจะเป็น sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว และศูนย์การค้า
    ส่วนในสัปดาห์หน้า มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือผลการประชุมกนง.ของไทยวันพุธ  และตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯประจำสัปดาห์ วันพฤหัสจีนจะมีรายงานดุลการค้า(ก.ค.) วันศุกร์ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของจีน(ก.ค.) และรายงานประจำเดือนของ IEA 
    กลยุทธ์การลงทุน เพิ่มระดับการถือครองเงินสด ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มที่แข็งกว่าตลาด อย่างกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL AMATA BTS ORI TFFIF  กลุ่มปันผลสูง JASIF TISCO LH TCAP   กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE DTAC ADVANC INTUCH  กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP PRM BGC  ปัจจัยบวกเฉพาะตัว CPF GUNKUL TPCH MINT PTT JWD JAS AOT COM7 

*** SCB เชื่อรัฐเอาอยู่ - BTS ลั่น ไม่กระทบยอดผู้โดยสาร 
    นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการอาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์วางระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เชื่อว่ารัฐบาลจะดูแล และ รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เพราะเป็นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ที่ผ่านมาประเทศไทยเจอกับสถานการณ์ที่รุนแรง และ หลากหลายสถานการณ์มาแล้วต่อเนื่อง
    "อยากจะให้รัฐสื่อสารให้เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ให้มีความชัดเจนกับประชาชน เพราะนักท่องเที่ยวอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในส่วนภาคธุรกิจจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเชื่อมั่นฝีมือรัฐบาลว่าทำได้"
    ด้านดร.อาณัติ อาภาภิรม กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า   BTS เตรียมรับมือโดยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในทุกฝ่ายเข้มมากขึ้น โดยมั่นใจไม่ส่งผลกระทบต่อยอดการใช้บริการของผู้โดยสาร เพราะจำเป็นต้องใช้โดยสารในการทำงานและชีวิตประจำวันซึ่งสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ ยังให้บริการปกติ  เพราะบริษัทมีประสบการณ์การรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่ๆ มาหลายงาน ซึ่งปกติจะดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่ในทุกครั้ง 
    " เราผ่านของพวกนี้มาเยอะตั้ง 20 ปีแล้ว ซึ่งจุด BTS อยู่กลางเมือง ผมก็พูดได้อย่างเดียวว่าเต็มที่กับความปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์ใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้เราก็คุมเข้ม อย่างประชุม APEC , ยึดราชประสงค์ หรือเหตุการณ์ Shutdown Bangkok เราก็เต็มที่ ซึ่งมองว่าครึ่งนี้ไม่กระทบกับยอดผู้โดยสารของเราเพราะคนต้องทำงาน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีคนตายคนเจ็บร้ายแรง " ดร.อาณัติกล่าว
     
 
 

     







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด