ข่าวนี้ที่ 1

เปิดโผ 11 หุ้นเด่น รับอานิสงส์น้ำมันดิ่ง กลุ่มการบิน-วัสดุฯแจ่มสุด  

เปิดโผ 11 หุ้นเด่น รับอานิสงส์น้ำมันดิ่ง กลุ่มการบิน-วัสดุฯแจ่มสุด  

            โบรกฯ เปิดโผ 11 หุ้นเด่น รับราคาน้ำมันดิ่งต่ำสุดรอบปี ดีต่อหุ้นวัสดุก่อสร้าง-สายการบิน ชู TASCO-SCC-BA-AAV-RCL-COTTO-DCC-NOK-THAI-IVL-PTG แจ่มสุด ขณะที่ภาพระยะยาวน้ำมันยังมีแนวโน้มขาลง ล่าสุด "เครดิต สวิส" ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปี 62 เหลือ 57 เหรียญฯ/บาร์เรล 

            ทิศทางราคาน้ำมันดิบยังเป็นขาลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดทำสถิติต่ำสุดในรอบปี โดยราคาน้ำมันดิบปิดเมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมาร่วงราว 5% โดย WTI ปิดที่ 45.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.60 น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 54.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่ 12 ก.ย. 60 หลังดีมานด์ยังอ่อนแอ ขณะที่ซัพพลายล้นตลาด หลายประเทศผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 
            ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งด้านบวกและด้านลบ หากมองในแง่บวกจะดีต่อบริษัทที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ซึ่งโบรกฯ ได้คาดการณ์หุ้นหลายตัวที่จะได้อานิสงส์ รวมแล้วมีทั้งหมด 11 บริษัท   
          
*** ราคาน้ำมันตกแรง ดีต่อหุ้น TASCO-SCC-DCC-BA-AAV 
            บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซียพลัส ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง และลดมากกว่าคาด โดยปรับลงกว่า 36% นับตั้งแต่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปีที่ 83 เหรียญฯ เมื่อ 3 ต.ค. จนปัจจุบันอยู่ที่ 53 เหรียญฯ ซึ่งต่ำกว่าสมมุติฐาน ASPSที่ประเมินไว้ 65 เหรียญฯ ในปี 2562 และ 70 เหรียญฯ ในปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งกระทบต่อ PTTEP และ PTT โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม กลับส่งผลดีต่อ ผู้ที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลักคือ 
            1.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ผู้ที่ได้รับผลบวกมากที่สุดจากราคาน้ำมันที่ลดลงคือ TASCO เนื่องจากนำเข้า Crude มาใช้เป็นวัตถุดิบในการกลั่นเป็นยางมะตอย โดยราคาน้ำมันดิบที่ลดลงทุก 10 เหรียญฯ/บาร์เรล จะทำให้ TASCO มีต้นทุนในการผลิตยางมะตอยลดลง 63 เหรียญฯ/ตัน ซึ่งราคาขายยางมะตอยไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมันดิบ แต่จะขึ้นกับ ดีมานด์-ซัพพลายของยางมะตอยเป็นหลัก อีกทั้งซัพพลายยางมะตอยที่ลดลง 1 ล้านตัน/ปี จากการที่โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในเกาหลีใต้คือ S-Oil ได้ Upgrade โรงกลั่นในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ราคายางมะตอยตลาดสิงคโปร์เดือน  พ.ย. ปรับตัวขึ้น 5% จากสิ้นเดือน ก.ย. 61 สวนทางกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงมา 24% จากสิ้นเดือน ก.ย. 61 จะส่งผลบวกต่อมาร์จิ้นในงวด Q4/61 แต่อย่างไรก็ตามปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบจากเวนเนซูเอลายังคงมีอยู่ แม้ใน 6 เดือนหลังของปีนี้จะสามารถนำเข้ามาได้เดือนละ 1 ลำ ก็ตาม แต่ปีนี้น่าจะนำเข้าได้ 9 ลำจากแผนทั้งปี 12 ลำ   
            DCC ที่มีต้นทุนค่าขนส่ง (อิงกับราคาน้ำมันดีเซล) คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 9% ของยอดขาย  โดยฝ่ายวิจัยแนะนำ ซื้อ TASCO(FV@B 18.0) และ DCC(FV@B2.90)
            SCC แม้จะได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลง เนื่องด้วยโครงสร้างกำไรของ SCC มาจากธุรกิจปิโตรเคมีเกือบ 70% ของกำไรรวม เพราะผลประกอบการจะสัมพันธ์กับ spread ของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง HDPE-Naphtha ซึ่งราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ Naphtha ปรับลดลงตาม ในขณะที่ราคาเม็ดพลาสติกยังค่อนข้างทรงตัว หรือ ปรับลดลงในอัตราที่ช้ากว่า จึงเป็นบวกต่อ SCC 
            2.กลุ่มธุรกิจสายการบิน การลดลงของราคาน้ำมัน จะทำให้กลุ่มฯ มีต้นทุนที่ลดลง แต่ประโยชน์ที่ได้รับจะลดหลั่นกันไป ตามการ hedging หรือการป้องกันความเสี่ยงจากต้นทุนน้ำมันไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้ที่ hedgeไว้ต่ำจะได้ประโยชน์สูงสุด คือ AAV โดยใน Q4/61 ทำไว้ 13% และเพียง  2% ในปี 2562 ตามด้วย BA และ THAI แต่น่าจะถูกหักล้างจาก ภาวะการแข่งขันในธุรกิจที่สูงขึ้น และกำลังซื้อหรือยอดการท่องเที่ยวที่ลดลงโดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน ที่ถูกกระทบจากสงครามการค้าและค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง  จึงแนะนำเพียงเก็งกำไร BA และ AAV

            บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ ซื้อ SCC เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 448 บาท แนวโน้มปิโตรเคมี Q4/61 ดีกว่าที่ตลาดคาด โดยส่วนต่างราคา PE และ PP กลับมาอยู่ที่ระดับ USD 700/ตัน อีกครั้ง หลังจากที่  Naphthaปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน ในขณะที่ราคา PE และ PP ยังทรงตัวอยู่ได้ในระดับ USD1,200/ตัน 

***RCL-COTTO-NOK-THAI-IVL-PTG  รับอานิสงส์
            บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า  กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและก๊าซลดลง คือ ยางมะตอย (TASCO)สายการบิน (AAV,BA,NOK,THAI)เดินเรือประจำเส้นทาง (RCL)กระเบื้องเซรามิค (COTTO, DCC) เป็นต้น สำหรับหุ้นเดินเรือเทกองจะไม่ได้รับกระทบจากราคาน้ำมันขึ้น/ลงมากนักเพราะลูกค้าที่เช่าเหมาลำเป็นผู้จ่ายค่าเชื้อเพลิงเอง หุ้นน่าสนใจเก็งกำไรตามข่าวเป็น TASCO ทางเทคนิคแนะนำซื้อตามด้วยค่าบวก (ค่าลบไม่เล่น) แนวต้านระยะสั้น 15.40-15.80, 16.00-16.20 บาท 
            บล.กสิกรไทย มองว่า หุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลง  ได้แก่ IVL-AAV-PTG สำหรับหุ้น AAV ทาง 
บล.กสิกรไทย คาดว่าผลการดำเนินงาน AAV จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้งในไตรมาส 4/2561 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรม ซึ่งจะหนุนให้ราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยปรับสูงขึ้น นอกจากนี้  คาดราคาเฉลี่ยน้ำมันเครื่องบินจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น และมองว่าราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยไม่น่าจะปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดและ
อุปสงค์ที่ค่อนข้างซบเซา ราคาเป้าหมาย AAV อยู่ที่ 4.30 บาท
            บล.กรุงศรี  มองว่า  TASCO คือหนึ่งผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนในการผลิตยางมะตอยลดลงตามไปด้วย ส่งผลบวกต่อมาร์จินและกำไรของ TASCO ให้กลับมาฟื้นตัว

*** นักวิเคราะห์ปรับลดราคาคาดการณ์น้ำมันดิบลง
                ฝ่ายบริหารความเสี่ยงราคาและวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บมจ.ปตท. วิเคราะห์แนวโน้มราคาน้ำมันว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ย.59 ตามแรงเทขายจากตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนยังคงวิตกกังวลถึงเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มชะลอตัว หลัง Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายทางการเงินแบบตึงตัวต่อเนื่องต่อไปในปี62 ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 2.25-2.50% และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีกต่อเนื่องในปีหน้า ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศ และป้องกันเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลออกนอกประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนทั่วโลก และการบริโภคน้ำมันมีต้นทุนที่สูงขึ้น 
            อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.55 % ในส่วนของตลาดน้ำมัน นาย Fatih Birol ซึ่งเป็น Head of IEA ไม่คิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นรุนแรงในระยะสั้น เว้นแต่ว่าจะเกิดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้น ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตน้ำมันต่างมีความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น, สภาวะการเมืองภายในประเทศที่อ่อนแอ และต่างประสบปัญหางบประมาณขาดดุล แม้กระทั่งประเทศซาอุดีอาระเบีย เองก็ประสบกับปัญหางบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง 
            ล่าสุด นาย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของซาอุดีอาระเบีย แถลง มีแผนออกพันธบัตร มูลค่า 1.2 แสนล้านริยัล (ประมาณ3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 62 หลังรัฐบาลซาอุฯ คาดการณ์ในปีหน้าจะขาดดุลงบประมาณ 1.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 4.2 % ของ GDP 
            ในภาพรวมนักวิเคราะห์ต่างปรับลดราคาคาดการณ์น้ำมันดิบลง ล่าสุด Credit Suisse ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 62 และ 63 ลง $12/BBL และ $13/BBL มาอยู่ที่ระดับ $ 57/BBL และ $67/BBL ตามลำดับ 
         







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด