ข่าวนี้ที่ 1

ประสานเสียง เลื่อนเลือกตั้งไม่สะเทือนหุ้นไทย-ฝรั่งเทขายเกือบ 4 พันลบ.

ประสานเสียง เลื่อนเลือกตั้งไม่สะเทือนหุ้นไทย-ฝรั่งเทขายเกือบ 4 พันลบ.

       หุ้นไทยสะดุด หลัง "วิษณุ" แจงอาจเลื่อนเลือกตั้ง เหตุกิจกรรมการเมืองทับซ้อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมรอ กกต.เคาะวันใหม่ แต่ยันอยู่ในกรอบ 150 วัน หรือไม่เกิน 9 พ.ค. 62 ตามโรดแมพ ฟากนักวิเคราะห์ เชื่อหากเลื่อนไม่เกิน 1-3 เดือน ยังเป็นบวกต่อหุ้น แต่อาจมีแพนิกช่วงสั้น ยันแนวรับ 1,550 จุดยังไหว ด้านนักลงทุนต่างชาติเทขายเกือบ 4 พันล้านบาท 

*** "วิษณุ" แย้มขยับวันเลือกตั้ง เหตุทับซ้อนพิธีบรมราชาภิเษก       
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยในการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งและวันหาเสียง ว่าไม่ได้กระทบต่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแต่อย่างใด  แต่ยังมีกิจกรรมหลังการเลือกตั้งที่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญหลายขั้นตอน ซึ่งต้องไปดูว่ากิจกรรมเหล่านั้น จะทับซ้อนกับห้วงเวลาที่มีพระราชพิธีฯ หรือไม่  ซึ่งต้องคำนวณกิจกรรมหลังเลือกตั้งให้เหมาะสมและไม่ให้ทับซ้อนกันและต้องเป็นวันที่เร็วที่สุด
    "ต้องดูว่ากิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไปตรงกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือไม่  เราเลื่อนพระราชพิธีไม่ได้ เช่นเดียวกับวันเวลากิจกรรมการเมือง เพราะเดินหน้าไปแล้ว ดังนั้นอาจจะต้องยกวันเลือกตั้งออกไปจากเดิม เพื่อคำนวณกิจกรรมหลังจากนั้น ไม่ให้ไปทับซ้อนพระราชพิธี เพราะกิจกรรมหลังการเลือกตั้งไม่ใช่กิจกรรมกำหนดเองส่งเดช แต่เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งตอนนั้นกำหนดแบบไม่มีพระราชพิธีฯ แต่วันนี้ต้องเอาปฏิทินพระราชพิธีฯลงไปเพิ่ม จึงมีความทับซ้อนเกิดขึ้น เลยต้องมาดูปฏิทินใหม่ว่าวันใดเป็นวันที่เหมาะสมที่สุด " นายวิษณุ กล่าว 
    โดยนายวิษณุ เปิดเผยว่า การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต. ซึ่งตนเองได้ชี้แจงปฏิทินพระราชพิธีฯ ไปแล้ว แต่ยืนยันว่าวันเลือกตั้งจะต้องอยู่ในกรอบ 150 วันตามกฎหมาย หรือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62    
    ทั้งนี้หลังจากทราบข่าวเรื่องเลื่อนการเลือกตั้งตลาดหุ้นไทย (3 ม.ค.62) ปิดในแดนลบ 5.91 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,560.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39,800 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,962.17 ล้านบาท  นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ  3,186.45 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ  608.02   ล้านบาท ส่วนนักลงทุนทั่วไป ซื้อสุทธิ 1,383.74  ล้านบาท
 
*** IAA ชี้หากอยู่ในโรดแมพ ไม่กระทบตลาดหุ้น 
    นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งหากเลื่อนออกไปประมาณ 1-3 เดือน หรือไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562  มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาเพียงเล็กน้อย แต่หากว่าเลื่อนหลายเดือนหรือเกินเดือนพฤษภาคม จะส่งผลให้นักวิเคราะห์ต้องปรับมุมมองประมาณการณ์ใหม่ทั้งหมดจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
    ผลสำรวจชี้ว่านักลงทุนไทยทั้งสถาบันและรายย่อย ยังมองประเด็นการเลือกตั้งเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนหุ้นไทย ซึ่งคาดการณ์เรื่องการเลือกตั้งเกิดส่งผลให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงหาเสียงทุกพรรคการเมืองทั้งพรรคเดิมและพรรคใหม่จะมีแนวคิดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตหลายโครงการที่น่าสนใจขึ้นมา ซึ่งแนวคิดของพรคคต่างๆที่ออกมาจะมีความหวังในทางบวก

*** มอง SET ปีนี้ อยู่ในกรอบ 1,529-1,834 จุด 
     ด้านกรอบการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยปี 2562 ผลสำรวจ IAA Survey ชี้ว่า จะอยู่ในกรอบดัชนีเฉลี่ยไว้ที่ 1,529-1,834 จุด และคาดว่าสิ้นปีดัชนีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,782 จุด โดยมองกำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS) ของตลาดเฉลี่ยที่ 115.12 บาท ซึ่งสิ้นปีคาดอัตราการเติบโตของEPS เฉลี่ยอยู่ที่ 7.35% ในช่วงสิ้น Q1/62 คาดดัชนีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,682 จุด โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบยังมาจากการเลือกตั้งไทย,สงครามการค้า และทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ 
     ปัจจัยบวกที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยทั้งปีจากการสำรวจพบว่าการเลือกตั้งในประเทศหนุนจิตวิทยาการลงทุนมากสุด รองลงมาคือภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่วนปัจจัยอื่นๆ มาจากFund Flow ,ผลประกอบการรวมของบริษัทจดทะเบียน  ส่วน ปัจจัยลบที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมาจากเศรษฐกิจต่างประเทศทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย รองลงมาคือการเมืองในต่างประเทศ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ตามลำดับ  ขณะที่ผลสำรวจส่วนใหญ่คาดคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน(กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ 0.25% 
    แนะ 5 หุ้นเด่นรับอานิสงส์การเลือกตั้ง ,ธุรกิจอ้างอิงการบริโภคในประเทศน่าสนใจมากกว่าภาคส่งออก และรับการลงทุนภาครัฐและเอกชน ได้แก่ 1 .ธนาคารกรุงเทพ(BBL) , บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM  ,บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เนื่องจากรายได้เติบโตตามจำนวนสาขาและผลิตภณฑ์ All Cafe ที่มีมาร์จิ้นสูง 4. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เพราะแนวโน้มรายได้และกำไรสูงจากงานในมือ 1.2 แสนล้านบาท เพียงพอรับรู้รายได้อย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า และยังมีโอกาสได้งานใหม่เพิ่ม และ5. บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จากการเดินหน้าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้มูลค่าที่ดินมีกว่า 1 หมื่นไร่ปรับสูงขึ้นในอนาคต 

*** ยันนลท.รับได้  - SET ไม่หลุด 1,550 จุด  
     นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึง กระแสข่าวเรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจากคาดว่ากรอบระยะเวลาการเลื่อนเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมพในครั้งนี้จะออกไปเพียง 2-3 สัปดาห์หรือประเมินว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นปลายมีนาคม 2562 และประกาศผลการเลือกตั้งในปลายพฤษภาคม เพื่อไม่ให้กิจกรรมต่างๆไปทับซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยยังถือว่าอยู่ในกรอบระยะเวลา 150 วัน ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่นักลงทุนและตลาดคาดการณ์ไว้
    อย่างไรก็ตามแรงขายที่เกิดขึ้นหลังจากทราบข่าวเป็นแค่ความกังวลในระยะสั้น เนื่องจากกรอบระยะเวลาการเลือกตั้งที่ยังไม่ชัดเจน จะมีผลต่อความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน แต่หากมีประกาศกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนและเลื่อนออกไปตามกรอบระยะเวลา 150 วัน ก็เชื่อว่าจะนักลงทุนและตลาดยังคงมีความเชื่อมั่น ซึ่งอาจจะมีผลแก่ดัชนีตลาดหุ้นมีการปรับลดลงเล็กน้อยหรืออาจมีทิศทางที่ทรงตัว โดยประเมินว่าดัชนีจะไม่หลุด 1,550 จุด

*** "นายแบงก์" มั่นใจไม่กระทบแผนธุรกิจ
    นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการจัดการใหญ่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ระบุ การเลื่อนเลือกตั้งออกไปไม่กระทบต่อแผนธุรกิจของธนาคารในปีนี้แต่อย่างใด โดยมองเป็นมุมบวกมากกว่าที่มีการกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกไปเพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัว ซึ่งการเลือกตั้งยังถือว่าอยู่กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้
    "ผมมองว่าการเลื่อนออกไปเป็นเรื่องที่ดี ยังไงก็ยังอยู่ในกรอบ และ  ไม่กระทบต่อแผนธุรกิจของเรา ซึ่งการทำธุรกิจต้องมองบวก" นายศักดิ์ชัย กล่าว
    ด้านนายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ระบุการเลื่อนเลือกตั้งออกไปไม่น่าจะกระทบต่อแผนธุรกิจของธนาคารในปีนี้ 

*** คาดเงินนอกไหลเข้าช่วงเลือกตั้ง 8.29 พันลบ. 
    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยในปี 2562 มีโอกาสฟื้นตัว  หลังจากปี 2561 ได้ลดลงไปถึง 10.8%  ซึ่งถือว่าลดลงมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลักๆ น่าจะ เกิด Fund Flow ไหลออกจากภูมิภาค โดยตลาดหุ้นไทยในปีที่ผ่านมา มียอดขายสุทธิรวมกว่า 2.87 แสนล้านบาท   จากนี้เชื่อว่าตลาดหุ้นโลกน่าจะสะท้อนปัจจัยกดดันหลักๆ  ทั้งสงครามการค้าที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว  ส่วนต่างดอกเบี้ย ไทย - สหรัฐ  เริ่มแคบเข้ามา เมื่อสหรัฐชะลอการขึ้นดอกเบี้ย และไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น  ทำให้มีโอกาส Fund Flow ไหลกลับทั้งภูมิภาค 
    ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ปีนี้ไทยจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง  จะเป็นอีกแรงดึงดูดเม็ดเงินไหลกลับเข้ามา ดังสถิติในอดีตของการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด พบว่า กระแส Fund Flow มักจะไหลเข้ามาทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ เฉลี่ยรวมกว่า 8.29 พันล้านบาท
            ตลาดหุ้นไทยมี P/E เพียง 13.96 เท่า ซึ่งไม่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกลุ่ม TIP คือ ฟิลิปปินส์ 15.68 เท่า และอินโดนีเซีย 14.51 เท่า แม้ EPS Growth ตลาดหุ้นไทยปีนี้จะไม่ได้เติบโตโดดเด่นมากนัก แต่หากพิจารณาความแข็งแกร่งเงินทุนระหว่างประเทศ ที่มีระดับสูง มีความปลอดภัยในการชำระหนี้สินต่างประเทศ   ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงแรง จึงถือเป็นจังหวะเหมาะสมในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐาน ทั้ง  BBL, KBANK,BJC, CPALL,DTAC, ADVANC, PTTEP   







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด