ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ลงทุน 5 ปี 5 หมื่นลบ.-ปั้นไฟฟ้าพลังงานทดแทน 8 พันMW

GPSC ลงทุน 5 ปี 5 หมื่นลบ.-ปั้นไฟฟ้าพลังงานทดแทน 8 พันMW

     "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่" ตั้งงบลงทุน 5 ปี(62-66)มูลค่า 5 หมื่นลบ. เพื่อใช้พัฒนาโรงไฟฟ้าตามแผนงาน ช่วยเพิ่มกำลังผลิตเป็น 5,400 MW จากปัจจจุบัน 4,986 MW ขณะที่ในอนาคตหวังดันไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีก 8,000 MW ตามแผนงานของ ปตท.  มั่นใจยังจ่ายเงินปันผลปี 63 สูงกว่าปกติ หลังลดภาระดอกเบี้ยจ่าย จากการนำเงินเพิ่มทุนไปชำระหนี้ และมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการ GLOW ล่าสุดบอร์ดอนุมัติเพิ่มทุน 1.32 พันล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมราคาหุ้นละ 56 บาท ต่ำกว่าตลาดคาด ได้เงิน 7.4 หมื่นลบ. ใช้คืนหนี้ซื้อ GLOW

*** ลงทุน 5 ปี มูลค่า 5 หมื่นลบ.
    นายชวลิต  ทิพพาวนิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า  บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี( 62-66) 5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโรงไฟฟ้าตามแผนงานที่วางไว้ หนุนเพิ่มกำลังผลิตเป็นราว 5,400 เมกะวัตต์(MW) จากปัจจจุบันที่มีอยู่ 4,986 เมกะวัตต์ 
    สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปัจจุบัน ได้แก่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ได้แก่ โรงไฟฟ้าน้ำลิก 1 (NL1PC) ขนาดกำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้า ไซยะบุรี (XPCL) กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์  ศูนย์ผลิตสาธารณูปการ จังหวัดระยอง แห่งที่ 4 (CUP-4) กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 70 ตันต่อชั่วโมง อีกทั้งโครงการส่วนต่อขยายของศูนย์ผลิตสาธารณูปการ จังหวัดระยอง แห่งที่ 3 (CUP-3) กำลังผลิต 15 เมกะวัตต์
     นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 โครงการที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2563 , ปี 2564 และ ปี 2566 ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ส่วนขยาย (NNEG Expansion) ขนาด 18 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF ขนาด 10 เมกะวัตต์ และหน่วยผลิตไฟฟ้า ERU (Energy Recovery Unit) ขนาด 250 เมกะวัตต์
    ตามแผน 5 ปี จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล  500 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอีก 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน  400 เมกะวัตต์ ขณะที่ระยะยาวกลุ่มปตท. วางนโยบายให้ทั้งกลุ่มมีกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนในมือเพิ่มอีก 8,000 เมกะวัตต์ 

 *** จ่อนำเงินชำระหนี้ ลด D/E เหลือ 1 เท่า
    ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด) มีมติ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2562 อนุมัติแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering: RO)ในวงเงิน 7.40 หมื่นล้านบาท
    โดยบริษัทจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,321.43 ล้านหุ้น เสนอขายแบบ RO ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 0.8819 หุ้นใหม่  สำหรับส่วนลดแก่ผู้ถือหุ้นประมาณ 20% ซึ่งทำให้การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเท่ากับ 56 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาดังกล่าวคิดจากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลัง 30 วันทำการ ก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2562 (ระหว่าง 13 มิ.ย.- 25 ก.ค.2562) ให้เสนอวาระดังกล่าวต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา ซึ่งเท่ากับประมาณ 70 บาท
    จะเสนอในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 พิจารณาอนุมัติในวันที่ 28 ส.ค. 2562โดยจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Record Date) วันที่ 4 ก.ย. 2562 และเปิดให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 30 ก.ย.– 4 ต.ค. 2562
    การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนนำเงินใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing) จากสถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ) ที่บริษัทฯ ใช้ในการเข้าซื้อกิจการของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW  ปัจจุบันมีเงินกู้ระยะสั้นประมาณ 130,000 ล้านบาท และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 3,000 ล้านบาท    และตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E Ratio) อยู่ไม่เกิน 1 เท่า  จากก่อนการเพิ่มทุนอยู่ที่  2.5 เท่า 
    และในไตรมาส 4/62 บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ระยะยาว วงเงินไม่เกิน 6 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในอนาคต และชำระคืนหนี้บางส่วน

*** มั่นใจปี 63 ปันผลมากกว่าปกติ
    นายชวลิต  มั่นใจว่าถึงแม้มีการเพิ่มทุนจึงทำให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าบริษัทยังคงมีศักยภาพเพียงพอที่จะมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผล และคาดในปี 63 จะมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้มากกว่าในปี 62 เนื่องจาก หลังได้เงินเพิ่มทุนเพื่อนำไปชำระหนี้จึงทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง และจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มเข้ามาเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปี จากการซื้อ GLOW

*** เล็งเพิกถอน GLOW ปลายปีนี้
     ในวันที่ 13 ส.ค. นี้ เตรียมเรียประชุมผู้ถือหุ้น GLOW เพื่อขออนุมัติการเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และคาดว่าจะเพิกถอน GLOW ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน ใน ธ.ค. นี้  ซึ่งขณะนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างทำเทนเดอร์หุ้นที่เหลืออีก 4.75% จากที่ถืออยู่ 95.25% 

*** แย้มรับโอนหุ้นโรงไฟฟ้าจากกลุ่ม ปตท.อีก
    บริษัทมีโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าจากกลุ่มบริษัท บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT อีก ตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในธุรกิจไฟฟ้า โดยกลุ่ม ปตท. จะมีการปรับเปลี่ยนให้บริษัทอื่นในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก  มาให้ GPSC เข้าถือหุ้นแทน
    "มีความเป็นไปได้ที่จะปรับเปลี่ยนให้บริษัทในกลุ่ม ปตท. แห่งอื่นๆ ที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า ที่ไม่ใช่ Core Business  เพื่อให้บริษัทเข้าไปถือหุ้นแทน"
    นอกจากนี้บริษัทยัง?อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำร่วมกับรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นโครงการเดิมของ GLOW ถือเป็นโครงการนอกเหนือจากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จะร่วมกับ PTTEP 

*** โบรกฯ ชี้ราคาเพิ่มทุนต่ำกว่าคาด
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ  GPSC เพิ่มทุนครั้งนี้มี Dilution effect เท่ากับ 47%  แต่คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิของ GPSC จะเพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อทำงบการเงินรวมกับ GLOW เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มจาก 2.77 พัน MW เป็น 4.73 พัน MW แนวโน้มไปได้ดี และจะมี Synergies จากการซื้อกิจการ
     ให้ราคาพื้นฐานหลังรวมกิจการเท่ากับ 70 บาท แนะนำซื้อลงทุน และให้ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน แต่ปัจจัยที่ควรระวังในระยะสั้น คือ ราคาหุ้นอาจจะอ่อนลงจากราคาเพิ่มทุนต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญอย่างไรก็ดี ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว มองว่าการอ่อนตัวเป็นจังหวะซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย SOTP 77 บาท  โดย การเพิ่มทุนครั้ง นี้คาดจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์  จากราคาจองซื้อ ที่มีส่วนลดถึง 20% รวมถึงการสนับสนุนจาก PTT ที่พร้อมจองซื้อ หุ้นเพิ่มทุนในส่วนที่เหลือ GPSC  จะได้รับเงิน 74,000 ล้านบาท เพื่อนำไปคืนเงินกระยะสั้น ฐานะทางการเงินและฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น พร้อมรองรับการเติบโตในอัตราเร่ง ทั้ง โครงการที่อยู่ในแผน และโครงการอื่นในอนาคต โดยเฉพาะจุดเด่นการเติบโตไปพร้อมกลุ่ม PTT ที่มีโอกาสขยายธุรกิจได้ทั้ง ในและต่างประเทศ รวมถึง Synergy ของ GPSC และGLOW ที่คาดจะสูงถึง 3.3 บาทต่อหุ้น (อ้างอิงข้อมูล IFA) ที่ยังไม่ถูกรวมไว้ในประมาณการ
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  ระบุ การที่บริษัทฯ ประกาศราคาหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่าที่เรา และตลาดคาด ทำให้คาดว่าระยะสั้นราคาหุ้นจะถูกดดันจากประเด็น Price dilution อย่างไรก็ตาม เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจะเป็นจังหวะทยอยสะสม เพื่อรับการฟื้นตัวตามปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการเพิ่มทุนเสร็จสิ้นช่วงเดือนต.ค. นี้
     ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างทบทวนสมมติฐาน และประมาณการ โดยยังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของ Synergy และกระบวนการรวมกิจการ หลังการประชุมนักวิเคราห์วันที่ 30 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ จากการประเมินมูลค่าหุ้น GPSC หลังเพิ่มทุนอย่างเบื้องต้น เราคาดเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2563 ที่ 76.50 บาท/หุ้น
    บล.บัวหลวง ชี้  มติเพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ที่ราคา 56 บาท ในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม : 0.8819 หุ้นใหม่ สำหรับราคา RO นั้นต่ำกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าที่ 65 บาท ในขณะที่จำนวนเงินที่จะได้ราว 7.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกันทำให้สมมติฐานค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะลดลง (กู้น้อยกว่าที่เราคาด) หนุนกำไรหลักของเราขึ้น 1.8-5.3% ในช่วง 2019-21 แต่จำนวนหุ้นมากกว่าที่เราคาดส่งผลให้เกิด Dilution effect ต่อ EPS ของเราในปี 2019-21 ราว 7.7-10.8% เรามีการปรับราคาเป้าหมายลงมาจาก 66 บาทเป็น 62 บาท และปรับคำแนะนำลงจาก ถือ เป็น ขาย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด