ข่าวนี้ที่ 1

กำไรแบงก์โค้ง2 แค่ทรงตัว ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น

กำไรแบงก์โค้ง2 แค่ทรงตัว ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น

       กลุ่มแบงก์ ประกาศงบ Q2/62 กำไรรวม 5.33 หมื่นลบ. ขยับลง 0.32%  จากช่วงเดียวกันปีก่อน  BAY เด่นสุดหลังกำไรพุ่ง 11.75% รับรายการพิเศษขายเงินติดล้อ ส่วน CIMBT กำไรหดกว่า 45%  ด้าน 3 แบงก์ใหญ่ BBL ดีสุด ขณะที่ KBANK-SCB กำไรร่วง เหตุรายได้ค่าฟีหด - ตั้งสำรองพนง. กดดัน ขณะที่ โบรกฯ - ธปท. เชื่อครึ่งปีหลังงบฟื้น รับรัฐกระตุ้นศก. - ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แย้มจับตา KKP -TCAP -SCB - BAY - BBL มีลุ้นปันผล                      

    ธนาคารพาณิชย์ของไทย  ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2562 ออกมาจนเกือบครบ (ยกเว้น ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHFG) และธนาคารทหารไทย (TMB))  โดยภาพรวมมีกำไรประมาณ 5.33 หมื่นล้านบาท ลดลงเพียงเล็กน้อยจากงวดเดียวกันปี 2561 ที่ทำได้ 5.35 หมื่นล้านบาท  โดยพบว่าธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีผลประกอบการเติบโตดีสุดในไตรมาสนี้ ส่วน ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) มีกำไรลดลงมากที่สุดของกลุ่ม 
    ฟาก 3 ธนาคารใหญ่สุดอย่าง ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไรทรงตัว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่ลดลงตามดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เติบโต การสำรองพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงธุรกิจ       

*** BAY นำโด่ง งบโตสุดประจำโค้ง 2 
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 2/62 มีกำไรสุทธิ 7,010.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.75% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,273.33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.75% ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 6-8% ในปี 2562?ขณะที่งวด 6 เดือน ปี 62 มีกำไรสุทธิ 19,746.94 ล้านบาท โต 58.13% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,487.90 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิด้วยแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อที่เติบโต 5.0% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ รวมทั้งการบันทึกกำไรจากการลงทุนภายหลังการขายหุ้นจำนวน 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด
    นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY กล่าวว่า   ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอันเป็นผลของเงินให้สินเชื่อที่ขยายตัวในอัตรา 5.0% ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ รวมทั้งการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นจำนวน 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากการขายหุ้นดังกล่าว กำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจตามปกติในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 13.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี 

*** 3 แบงก์ใหญ่กระอัก กำไรทรงกับทรุด 
    3 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอย่าง ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ต่างมีผลประกอบการออกมาไม่น่าประทับใจโดยมีเพียง BBL ที่กำไรเพิ่มขึ้น ส่วน KBANK - SCB กำไรลดลง  
    BBL  เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2562 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 9,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาส 2 ปี 2561 ที่มีกำไร 9,194 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนปี 2562 มีกำไรรวม 18,375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.97% เมื่อเทียบกับรอบ 6 เดือนปี 2561  จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น  และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นเล็กน้อย แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง  ทั้งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน -  ค่าธรรมเนียม 
    KBANK  มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 จำนวน 9,929 ล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10,916.7 ล้านบาท ส่งผลงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 19,973 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21,682 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ลดลงจากการรับประกันภัยและรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุนลดลง รวมทั้งการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล
    SCB  มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 จำนวน 10,976 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.22% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,111 ล้านบาท ส่งผลงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 20,132 ล้านบาท ลดลง 10.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 22,476 ล้านบาท  โดยรายได้จากการดำเนินงาน  เพิ่มขึ้น 4.9% ตามดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น  แต่การเติบโตของค่าใช้จ่ายชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยไม่มีผลกระทบของค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่  และโครงการ Transformation กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายและส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในโครงการที่อยู่ในระดับสูงกำลังสิ้นสุดลง 

ธนาคาร  ไตรมาส 2 (ลบ.)
Q2/62 Q2/61 เปลี่ยนแปลง%
BAY       7,010.19       6,273.33  11.75
BBL       9,347.00       9,194.25   1.66
CIMBT          104.92          191.23 -45.13
KBANK       9,928.80     10,916.74 - 9.05
KKP       1,470.56       1,550.89 - 5.18
KTB       8,169.67       7,707.82   5.99
LHFG*          864.00          806.00   7.20
SCB     10,975.60     11,111.20 - 1.22
TCAP       1,899.07       2,050.98 - 7.41
TISCO       1,798.15       1,709.42   5.19
TMB*       1,797.00       2,026.00 -11.30
      53,364.96     53,537.86 - 0.32
       
* LHFG และ TMB ยังเป็นตัวเลขประมาณการของนักวิเคราะห์ 

 

ธนาคาร  ครึ่งปีแรก (ลบ.)
H1/62 H1/61 เปลี่ยนแปลง%
BAY     19,746.93     12,487.89    58.13
BBL     18,375.30     18,198.91      0.97
CIMBT          429.93          360.11    19.39
KBANK     19,973.22     21,682.46 -    7.88
KKP       2,698.72       3,063.95 -  11.92
KTB     15,470.75     14,494.36      6.74
LHFG*       1,673.00       1,203.00    39.07
SCB     20,132.11     22,475.65 -  10.43
TCAP       3,914.75       3,949.66 -    0.88
TISCO       3,527.75       3,475.24      1.51
TMB*       3,375.00       4,305.00 -  21.60
     109,317.46    105,696.23      3.43
       
* LHFG และ TMB ยังเป็นตัวเลขประมาณการของนักวิเคราะห์ 

 

*** โบรกฯ ชี้งบตามคาด  มองครึ่งหลัง SCB - KKP เด่นสุด 
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน ด้านวิเคราะห์การลงทุน บริษัท  โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ภาพรวมของผลประกอบการหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประกาศออกมาใกล้เคียงกับที่บริษัทคาดการณ์ โดยมองว่าภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลังหุ้นในกลุ่มนี้หลายตัวจะเริ่มกลับมาดีขึ้นหลังจากตอบรับข่าวความน่ากังวล ทั้งเรื่องผลกระทบค่าธรรมเนียม คุณภาพสินทรัพย์ NPL และที่สำคัญการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐบาลจะช่วยกระตุ้นสินเชื่อดีขึ้น 
    โดยประเด็นรัฐบาลใหม่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนและภาคเอกชนให้กลับมา ทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI เข้ามาในประเทศรวมถึงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคธุรกิจต่างๆ มากขึ้น 
    ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มแบงก์ที่น่าสนใจลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ให้ราคาเป้าหมาย 164 บาท เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/62 ออกมาดี ด้าน NPL เริ่มนิ่ง, สินเชื่อมีทิศทางเติบโตดี , ค่าฟีทำธุรกรรมดีขึ้น , ค่าใช้จ่ายด้าน IT ช่วงครึ่งปีหลังด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งลดลง และได้ประโยชน์จากการขาย SCB Life 
    นอกจากนี้มองหุ้นที่น่าสนใจรองลงมาได้แก่  ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ให้ราคาเป้าหมายที่ 220 บาท เนื่องจากราคาถูกและเป็นที่น่าสนใจของต่างชาติซึ่งมีเม็ดเงินไหลเข้ามาต่อเนื่องหลัง MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้านราคาหุ้น KBANK กลับปรับตัวลดลงซึ่งมองว่ามาจากการปรับพอร์ตนักลงทุนในประเทศก่อนประกาศงบไตรมาส 2/62 
    และหุ้นแบงก์ขนาดเล็กแนะนำ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 76 บาท เนื่องจากเงินปันผลสูงและราคาหุ้นถูก (Undervalued) 

*** ธปท.คาดครึ่งหลังงบฟื้น รับรัฐกระตุ้นศก. 
    นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2562 จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการส่งออกที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงเดียวกัน  
    สำหรับผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ ที่บางแห่งมีกำไรลดลงนั้น เป็นไปตามที่ธปท.คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงตามนวัตกรรมการชำระเงินที่พัฒนาขึ้น 
    “งบแบงก์ที่ออกมา เป็นอะไรที่เราคาดไว้แล้ว เพราะรายได้ค่าฟีลดลง สินเชื่อชะลอลงในครึ่งปีแรก แต่เรามองว่า ครึ่งหลังแบงก์จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะทำให้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์กระเตื้องขึ้น”นายรณดล กล่าว    

*** จับตา KKP -TCAP -SCB - BAY - BBL อาจมีปันผล  
    บล.หยวนต้า ได้ประเมินแนวโน้มหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่า ความน่าสนใจของกลุ่มธนาคารอยู่ในครึ่งหลังปี 2562  โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่  จึงเลือก SCB เป็น Top pick ด้วยปัจจัยบวกคือ Cost to income กำลังผ่านพ้นจุดสูงสุด เป็นผลให้กำไรสุทธิปี 2563 โตเด่นสุดในกลุ่ม มีประเด็นเก็งกำไรเฉพาะตัวจากการขายธุรกิจประกัน SCB-life และราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PBV ที่ 1.2 เท่า ใกล้เคียง -1.0SD ถึง -1.5SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต ด้าน BBL มีความน่าสนใจจาก คุณภาพสินทรัพย์แกร่ง ด้วย Coverage ratio สูงสุดในกลุ่ม
    ทั้งนี้คาดกำไรปี 2563 ของกลุ่มธนาคารเติบโตต่อเนื่อง 4% YoY ตามการขยายตัวของสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมเริ่มทรงตัว YoY เราคาด SCB มีกำไรเติบโตเด่นสุดในกลุ่มที่โต 11% YoY ตามด้วย KBANK 7% YoY และคาด KTB, BBL เติบโต 5% YoY ส่วน BAY คาดกำไรหดตัว 9% YoY เพราะบันทึกกำไรพิเศษใน Q1/62
     นอกจากนี้คาดธนาคารที่มีประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีแรก คือ KKP ที่ 2.0 บาทต่อหุ้น (Yield 2.9%) TCAP ที่ 1.0 บาทต่อหุ้น (Yield 1.8%) SCB ที่ 1.5 บาท (Yield 1.1%) รวมถึง BAY 0.4 บาท (Yield 1.0%) และ BBL 2.0 บาท (Yield 1.0%) ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน ก.ย.

    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด