สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 30 พฤษภาคม 2561 | 17:30

RATCH-BGRIM ลุยโรงไฟฟ้า"เซกอง" มูลค่า 2.7 หมื่นลบ.

RATCH-BGRIM ลุยโรงไฟฟ้า

"ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง" จับมือ"บี.กริม เพาเวอร์"เดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B ในสปป.ลาว กำลังผลิต 340 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 835 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือหุ้นรวมกัน 80% ขณะที่"บี.กริมฯ" ยังใช้เงินลงทุนอีกกว่า 1 พันล้านบาท เข้าซื้อโรงไฟฟ้าโซล่าร์อีก 8 แห่ง โดยเตรียมบุ๊ครายได้ทันทีในไตรมาส 3/61 ราว 500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าต่างประเทศ ยันไม่มีแผนเพิ่มทุน 

 *** RATCH-BGRIM ทำสัญญาพัฒนาโรงไฟฟ้าเซกอง
    บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH แจ้งการลงนามในสัญญาพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B  สปป.ลาว ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 340 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการประมาณ 835 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย RATCH มีสัดส่วนลงทุน 60%  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ถือหุ้นสัดส่วน  20%  และ  Lao World Engineering & Construction Co., Ltd.  ถือหุ้นสัดส่วน 20%

*** เล็งหารือ กฟผ.จ่ายไฟเข้าระบบ
    นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่  RATCH เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้พิจารณาร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B กับ Lao World Engineering & Construction Company Limited และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) โดยได้ร่วมกันศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมทั้งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    “การลงนามในสัญญาพัฒนาโครงการของบริษัทฯ กับกระทรวงแผนการและการลงทุน และกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า บริษัทฯ และพันธมิตรได้รับสิทธิจากรัฐบาล สปป. ลาว พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B ซึ่งประกอบด้วยเขื่อนเก็บน้ำ 2 แห่ง คือเขื่อนเซกอง 4A ตั้งอยู่เมืองละมาม และเขื่อนเซกอง 4B ตั้งอยู่เมืองกะลึม แขวงเซกอง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 340 เมกะวัตต์ "
    ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนจะเจรจาการจำหน่ายไฟฟ้าของโครงการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้กรอบความร่วมมือพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้าไทย-สปป.ลาว 9,000 เมกะวัตต์  ซึ่งไฟฟ้าจากโครงการสามารถส่งเข้าระบบ กฟผ. ผ่านทางจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยได้ 

 *** BGRIM ใช้เงินกว่า 1 พันลบ.ซื้อ 8 โรงไฟฟ้า
     BGRIM แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ใช้เงินลงทุน 600 ล้านบาท  ในโรงไฟฟ้า บี.กริม ยันฮี โซลาร์ เพาเวอร์ จากบริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 5,865,018 หุ้น คิดเป็น  51% ของหุ้นทั้งหมดในบริษัทที่เข้าลงทุน  ส่งผลให้บริษัทถือหุ้นในโรงไฟฟ้าดังกล่าว  จากเดิม 49% เป็น 100% โดยโครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากาลังผลิตรวม 59.7 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 25 ปี และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ณ สิ้นปี  58
    นอกจากนี้ได้เข้าซื้อหุ้น  49% ของบริษัท 7 แห่งจากบริษัท ไอเอสพี แคปปิตอล จำกัด  คิดเป็นมูลค่าลงทุน 515 ล้านบาท โดยบริษัท 7 แห่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีกำลังผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 30.83 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 25 ปี และคาดว่าจะเปิดดาเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี  61

*** Q3/61 เตรียมบุ๊ครายได้โรงไฟฟ้าบี.กริม ยันฮี 
     นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  BGRIM มั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 15-20% จากปี 60 ที่มีรายได้ 31,924.95 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ระดับ 10% เนื่องจากบริษัทได้เข้าไปถือหุ้นเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้า Bgrim ยันฮี ครบ 100% จากเดิม 49%  ซึ่จะรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 3/61  โดยสร้างรายได้ให้ปีละ 500 ล้านบาท และกำไร 11 ล้านบาท นอกจากนี้ จะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าอื่นๆ เพิ่มเติม
    ปีนี้จะมีโรงไฟฟ้า COD เข้าระบบเพิ่มเติม 445 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ระยอง 3 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ COD ไปแล้วเมื่อ 1 ก.พ. โดยช่วงที่เหลือของปี โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ระยอง 4 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ COD 1 มิ.ย. โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ระยอง 5 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ COD 1 ต.ค. โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ใน สปป.ลาว 15 เมกะวัตต์ จะ COD ไตรมาส 4 ปีนี้ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งร่วมกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและสหกรณ์ภาคการเกษตร 31 เมกะวัตต์ จะ COD 31 ธ.ค. นี้ ส่งผลให้บริษัทจะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 2,091 เมกะวัตต์

***เดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ
    บริษัทฯเตรียมเซ็นสัญญาร่วมทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในเวียดนามและในอาเซียนขนาดกำลังการผลิต 420 เมกะวัตต์ ขณะนี้ได้คัดเลือกผู้รับเหมาและจัดเตรียมพื้นที่แล้ว ส่วนการลงนามสัญญาซื้อขายไฟ และลงนามสัญญาหุ้นส่วน จะจัดทำภายในเดือน มิ.ย. นี้ และโครงการดังกล่าวจะสามารถ COD ได้วันที่ 30 มิ.ย. ปี 62
    นอกจากนี้ บริษัทมีการเจรจาลงทุนโซลาร์รูฟ กับพันธมิตร มีโอกาสพัฒนามากถึง 70 เมกะวัตต์ โดนจะเซ็น MOU ร่วมกัน เป็น Private PPA 10-15 ปี ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะใช้เวลาติดตั้งภายใน 2-3 เดือน คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
     บริษัทมีความสนใจเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศทั้งในอาเซียน และเอเชียตะวันออก เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และเกาหลี โดยคาดปีนี้จะได้ข้อสรุปโรงไฟฟ้าโซลาร์และลม เพิ่มเติมมากกว่า 200เมกะวัตต์ เนื่องจากเวียดนามมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอีกมาก เพราะมีประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าเพียง 50-70 เมกะวัตต์

*** ยันไม่มีแผนเพิ่มทุน
     ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ 10,000-12,000 ล้านบาท โดยจะใช้ชำระหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดอายุ 5,500 ล้านบาท และที่เหลือใช้รองรับการขยายธุรกิจ โดยบริษัทมีนโยบายอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) 1.5-2 เท่า ซึ่งปัจจุบัน อยู่ที่ 1.3 เท่า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีเงินเพียงพอในการลงทุนที่ได้วางแผนไว้ ยังไม่มีแผนการเพิ่มทุน
    เป้าหมายระยะยาวปี 65 บริษัทคาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 5,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 3,000 เมกะวัตต์ โดยมีความสนใจขยายธุรกิจทั้งโรงไฟฟ้าที่สร้างใหม่ หรือซื้อกิจการเพิ่มเติม และวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 65 จากปัจจุบัน 6% และตั้งเป้าสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 30% จากเดิมที่ 12%

*** โบรกฯยก RATCH-BGRIM น่าสนใจ 
    ก่อนหน้านี้  บล.เอเชีย พลัส  ออกบทวิเคราะห์ ระบภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังผันผวน ฝ่ายวิจัยฯจึงเลือกหุ้นที่น่าสนใจมา 2 บริษัท คือ RATCH และ BGRIM ซึ่งในแง่พื้นฐานแข็งแกร่ง
     BGRIM ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า SPP จึงไม่กระทบจากรัฐชะลอซื้อไฟฟ้า และมีโอกาสเติบโตจากโครงการในมือที่ทยอยผลิตใน 5 ปีจากนี้ อีก 695 เมกะวัตต์ หนุนกำไรทำ new high  แนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสม 33.5 บาท
     RATCH เป็นหุ้น Defensive ที่จะเห็นกำไรเติบโตต่อเนื่องใน 4 ปีข้างหน้า ในปีนี้ยังจะรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ออสเตรเลีย 2 โครงการ และยังคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอ 4.5%ต่อปี รวมทั้งเป็นหุ้นผันผวนต่ำกว่าตลาด แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 67 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดการณ์ว่า ปีนี้  RATCH  ตั้งเป้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้ารวม 800 MW จากการซื้อสัดส่วนเพิ่ม 20% ใน RAC ในเดือน เม.ย. 2561 ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่ม 171 MW คาจะมีความชัดเจนอีก 150 MW ใน 2Q61 ส่วนที่เหลือคาดจะข้อสรุปในช่วง 2H61 ยังคงแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 59.50 บาท เพื่อรับเงินปันผลที่คาดจะให้ผลตอบแทนในอัตรา 4.7%  เทคนิคลุ้นรีบาวน์ ต้าน 54 รับ 51.5 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด