ข่าวนี้ที่ 1

BAFS มั่นใจรายได้ปีหน้าโต 6% จ่อรับทรัพย์"ท่อส่งน้ำมัน"

BAFS มั่นใจรายได้ปีหน้าโต 6% จ่อรับทรัพย์

       BAFS  ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 5-6%  รับยอดเที่ยวบินเพิ่ม หนุนปริมาณเติมน้ำมันพุ่ง 6.23 พันล้านลิตร โต 4% จากปี 61 แถมโกยรายได้ท่อส่งน้ำมันขึ้นเหนืออีก 100 ลบ.  เตรียมชิงโครงการจัดเก็บ - เติมน้ำมันสนามบินอู่ตะเภาต่อ  ลุ้นผล TOR ช่วง Q2/62 มั่นใจไม่มีปัญหาเงินทุน เหตุ D/E ต่ำ - หนี้จากการลงทุนในสุวรรณภูมิหมดปีนี้ โบรกฯมองแม้งานส่งน้ำมันจะกดกำไรปีหน้า แต่ระยะยาวสุดแจ่มให้เป้า 43 บ.     

*** ลั่นกำไรปีหน้าโต 5-6% 
    นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2562 จะเติบโต 5-6% จากปีนี้ เป็นผลจากปริมาณการเติมน้ำมันเครื่องบินที่จะเพิ่มขึ้น 4% หรือจะมียอดเติมน้ำมันประมาณ 6,230 ล้านลิตร มากกว่าปี 61 ที่คาด 5,900 ล้านลิตร เป็นผลจากอัตราการให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองเติบโตตามปริมาณเที่ยวบิน
    ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากการที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้วางกลยุทธ์การให้บริการใช้สนามบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะสายการบินที่มีระยะทางการบินระดับกลาง จึงส่งผลให้เครื่องบินมีความจำเป็นต้องเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น รวมถึงจะทำให้มีปริมาณเครื่องบินเข้ามาเติมน้ำมันมากขึ้น
    
*** รับรายได้จากท่อส่งน้ำมันปีแรก 100 ลบ. 
    นายประกอบเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 62 บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจภาคพื้นดินที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 100 ล้านบาท จากโครงการขนส่งน้ำมันไปทางภาคเหนือ โดยโครงการท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือจากคลังน้ำมัน ที่ อ.บางประอิน ถึงจ.ลำปาง ที่แบ่งเป็น 2 เฟส ซึ่ง เฟสที่ 1 จะส่งไปคลังที่ จ.พิจิตร คาดเริ่มดำเนินการไตรมาส 1/62 และเฟส 2 จากสถานีเพิ่มแรงดัน และแยกระบบท่อกำแพงเพชร ไปยังคลังน้ำมันลำปางเปิดดำเนินการไตรมาส 4/62
    บริษัทอยู่ระหว่างรอเข้าประมูลโครงการบริการจัดเก็บ และเติมน้ำมันในสนามบินอู่ตะเภา โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างรอประกาศร่าง TOR จากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) โดยบริษัทคาดว่าจะรู้ขอบเขตลักษณะงานดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาส 2/62 โดยมูลค่าการลงทุนต้องรอสรุปในช่วงนั้นเช่นกัน ซึ่งบริษัทไม่กังวลเกี่ยวกับเงินลงทุน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 1.02 เท่า และหนี้จากการลงทุนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะหมดลงในปีนี้ด้วย
      "ธุรกิจการบินของไทย ไม่ได้มีเรื่องของฤดูกาลเข้ามากระทบแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีขีดจำกัดในเรื่องของสนามบิน ซึ่งทาง AOT ได้มีการปรับกลยุทธ์ไปบ้างแล้ว  ปีหน้าคาดว่าจะรายได้จากการให้บริการเติมน้ำมันจะเติบโตได้ราว 5% ส่วนที่เหลือจะได้รับการสนับสนุนจาก ธุรกิจภาคพื้นดิน ทำให้รายได้รวมโตได้ถึง 5-6%"นายประกอบเกียรติ กล่าว
 
***โบรกฯ มองงานขนส่งน้ำมันกดกำไรปีหน้า แต่ระยะยาวแจ่ม   
    บล.เอเอสแอล เปิดเผยว่าโครงการขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ จากคลังน้ำมันบางปะอิน(อยุธยา) ถึงลำปาง (569 ก.ม.) แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ โครงการระยะที่ 1 จากคลังน้ำมันบางปะอินไปคลังพิจิตร (367 ก.ม.) ปัจจุบันการก่อสร้างแนวท่อและคลังน้ำมันคืบหน้าไปกว่า 68.8% และ 69.41% ตามลำดับ และ (2) โครงการระยะที่ 2 จากสถานีเพิ่มแรงดัน และแยกระบบท่อกำแพงเพชร ไปยังคลังน้ำมันลำปาง(202 ก.ม.) โดยในส่วนการก่อสร้างแนวท่อ และคลังน้ำมันคืบหน้าไปกว่า 17.14% และ 31.56% ตามลำดับ 
    โดยทั้งโครงการดังกล่าวจะทยอยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี 62 (ที่มา: FPT) เรามีมุมมองเป็นบวกต่อโครงการดังกล่าวในระยะยาว แม้ในช่วงต้นของการดำเนินงานอาจจะเป็นปัจจัยลบต่อผลการดำเนินงานรวมของ BAFS ทำให้คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิปี 62 อยู่ที่ 932 ล้านบาท ลดลง 5.2%YoY โดยราคาหุ้นปรับลด เป็นจังหวะที่ดีต่อการเข้าลงทุน เพราะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงตัวหนึ่ง ให้มูลค่าเหมาะสมปี 62 ที่ 43 บาท 

*** ฟิทช์ ยังคงเครดิตเป็นลบ จนกว่าท่อส่งน้ำมันจะเสร็จ 
    บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ที่ ‘A+(tha)’ และคงแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ พร้อมคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1(tha)’
    ?โดยแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สะท้อนถึงความเสี่ยงทางธุรกิจและความเสี่ยงในการก่อสร้างของโครงการขยายท่อขนส่งน้ำมันของ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ FPT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BAFS รวมถึงการคาดการณ์ว่าอัตราส่วนหนี้สินจะเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงของการลงทุนก่อสร้าง BAFS ยังไม่มีสัญญาระยะยาวในการขนส่งน้ำมันกับลูกค้าสำหรับส่วนขยายของท่อขนส่งน้ำมันในโครงการนี้ 
    ทั้งนี้ฟิทช์เห็นว่าความเสี่ยงในการหาลูกค้ามาทำสัญญามีเพียงจำกัด เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันในบริเวณที่ท่อขนส่งน้ำมันให้บริการที่มีอย่างต่อเนื่อง ค่าบริการที่แข่งขันได้กับการขนส่งด้วยวิธีการอื่น รวมถึงเหตุผลด้านความปลอดภัย สังคมและสิ่งแวดล้อม ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของ BAFS จะลดลงหลังจาก FPT ให้บริการส่วนขยายของท่อขนส่งน้ำมันเต็มปีเป็นปีแรกในปี 2563 อย่างไรก็ตาม อัตราการลดลงของอัตราส่วนหนี้สินอาจจะล่าช้ากว่าที่คาดได้หากมีต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น หรือมีความล่าช้าของโครงการ รวมถึงความไม่สามารถหาลูกค้ามาทำสัญญาได้เพียงพอในระยะยาว
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด