สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 1 มิถุนายน 2561 | 17:28

หุ้นไทยเดือนมิ.ย.เสี่ยงหลุด 1,700 จุด ฝรั่งจ่อทิ้งอีกหมื่นลบ.

หุ้นไทยเดือนมิ.ย.เสี่ยงหลุด 1,700 จุด ฝรั่งจ่อทิ้งอีกหมื่นลบ.

      โบรกฯ ประเมินหุ้นไทย มิ.ย.นี้ เสี่ยงถูกต่างชาติเทขายต่อเนื่อง หลังสถิติ 5 ปีหลัง พบขายสุทธิเฉลี่ยในเดือนนี้ 9.6 พันลบ. ชี้เฟดขึ้นดบ. - สงครามการค้า - การเมืองยุโรป ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก  ประเมินกรอบ 1,680 - 1,780 จุด  แนะหากหลุด 1,700 จุด เป็นจังหวะน่าเก็บสะสมหุ้น เน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยเป็นรายตัว หรือกลุ่มที่รับอานิสงส์เลือกตั้ง หลังกฎหมายลูกส.ส.-สว.ผ่านฉลุย        

      ตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเผชิญกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาตออกมาอย่างหนักถึง 5.18 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดเปิดการซื้อขายวันแรกในเดือนมิถุนายนยังคงปรับลดลงต่อ โดยวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,719.82 จุด ลดลง 7.15 จุด หรือ 1.65% มูลค่าการซื้อขาย 5.76 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในรอบ 10 วันทำการ 135.20 ล้านบาท โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ไปในทางเดียวกัน ว่ามีโอกาสหลุด 1,700 จุด และยังเผชิญกับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเช่นเดียวกับเดือนที่ผ่านมา               
 
*** บล.เอเซียพลัส ชี้ เดือนนี้ ต่างชาติยังมีโอกาสขายหุ้นไทยต่อ
       บล.เอเซียพลัสเปิดเผยในบทวิเคราะห์รายวันว่า สรุปเงินทุนต่างชาติ เดือน พ.ค.61 ไหลออกจากตลาดหุ้นทุกแห่งในภูมิภาคกว่า 4.5 พันล้านเหรียญ โดยเฉพาะไทยที่ถูกขายสุทธิมากที่สุด 1.62 พันล้านเหรียญ หรือ 5.18 หมื่นล้านบาท 
      ส่วนแนวโน้มกระแสเงินต่างชาติในเดือน มิ.ย.นี้ ยังมีประเด็นกดดันจากการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ทั้งสหรัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านเริ่มทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือน พ.ค. เช่น อินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 2 ครั้ง และฟิลิปปินส์ 1 ครั้ง อืกทั้งยังมีความเสี่ยงจากประเด็นสงครามการค้า และการขึ้นภาษีของสหรัฐ กดดันให้ Fund Flow มีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับสถิติย้อนหลัง 5 ปี ที่ต่างชาติมักขายสุทธิเฉลี่ยหุ้นไทยในเดือนนี้ราว 9.6 พันล้านบาท ส่งผลให้ SET Index ตลอดทั้งเดือนปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.15% เท่านั้น

*** บล.ฟินันเซียฯ ชี้ต่ำกว่า 1,700 จุด น่าสะสมหุ้น   
    บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนเดือน มิ.ย. กระแสเงินทุนยังมีทิศทางไหลออกจากภูมิภาค จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงกว่าไทยและประเทศอื่นในเอเชีย ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่ง และตลาดหุ้นปรับฐานแล้ว ดึงดูดให้เม็ดเงินกลับเข้าตลาดพัฒนาแล้ว 
    นอกจากนี้ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรป ในช่วงกลางเดือนทำให้ตลาดเลือกที่จะรอความชัดเจนของความถี่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดและทิศทางการทำ QE ของ ECB ค่าเงินบาทจึงมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ ดัชนีที่ระดับ 1,700 จุดลงไปเป็นจุดที่เริ่มน่าสนใจสำหรับการเริ่มสะสมหุ้น เพราะเท่ากับ PE 15.0-15.5 เท่า ใกล้เคียงแนวรับของตลาดในแต่ละรอบ และยังมองว่าตลาดหุ้นจะขยับขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังตามวัฎจักรเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หุ้นเดือนนี้แนะนำ BGRIM, GLOBAL, MTC, PCSGH, TVO

*** บล.โกลเบล็ก ยังกังวลเฟดขึ้นดบ. - สงครามการค้า  
    บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า  ในเดือนมิ.ย.นี้ มีปัจจัยบวกจาก คาดการประชุมผู้นำสหรัฐ-ผู้นำเกาหลีเดินหน้าตามแผนเดิมในวันที่ 12 มิ.ย.  ส่วนในประเทศ ศาล รธน.มีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายลูกสว.และส.ส.  ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ปลดล็อคเรื่องกำหนดการเลือกตั้งขณะที่แนวโน้มศก.Q2/2561 เติบโตต่อเนื่องจาก Q1/2561 (+4.8%) GDP อาจโตกว่า 4% เงินเฟ้อยังต่ำไม่กดดันกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย  และพ.ร.บ.อีอีซีมีผลบังคับใช้กลางเดือนพ.ค. ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ
    ส่วนปัจจัยลบ มาจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยต่างประเทศมีความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 12-13 มิ.ย.นี้  รวมถึงการเมืองยูโรโซน  สงครามการค้าสหรัฐ – ประเทศคู่ค้า  และสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง 
     หุ้นเด่นที่แนะนำคือ SC แนวโน้มกำไร Q2/61 เพิ่มขึ้น QoQ หลังเริ่มโอนคอนโดมูลค่า 4.7 พันลบ. ส่วน Q4/61 กำไรน่าจะสูงสุด เพราะเริ่มโอนคอนโดอีก 4 พันลบ. หนุนทั้งปีพลิกมีกำไร 2 พันลบ. ราคาเหมาะสม 4.65 บ.   , TVO รับประโยชน์จากส่วนต่างราคากากถั่วเหลือง - ราคาถั่วเหลืองในระดับสูง ราคาหุ้นสะท้อนเงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว ให้ราคาเหมาะสม 37.09 บ.  , CK ยังมีงานให้ประมูลในปีนี้ 7.8 แสนลบ.  Q2/61 รายได้เร่งตัวจากรถไฟฟ้า - รายได้จากบ.ในเครือ ทั้ง TTW-BEM และ CKP ให้ราคาเป้าหมาย 31.76 บ. และ SSP คาดกำไรปีนี้โต 37% รับโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง ราคาเป้าหมาย 10.50 บ.      

*** บล.ทรีนีตี้ ให้จับตาหุ้นเข้า - ออก SET50    
                นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนมิถุนายนว่า  คาดการณ์ SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 1,680 - 1,780 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือดอกเบี้ยเฟด - การเมืองยุโรป - ทิศทางราคาน้ำมันดิบ   
    ทั้งนี้จับตาการประกาศดัชนี SET50 รอบใหม่ช่วงกลางเดือนนี้ ประเมินว่าหุ้นที่มีแนวโน้มถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไปได้แก่ KTC, TOA, RATCH, BGRIM, ESSO ทั้งนี้จากการศึกษาตั้งแต่ปี 2551 พบว่า หุ้นที่ถูกนำเข้ามักปรับตัว Outperform SET Index ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้าไปจนถึงวันมีผลบังคับใช้จริง ซึ่งรอบนี้ตรงกับวันที่ 2 กรกฎาคม 
    หุ้นที่แนะนำให้ลงทุนประจำเดือนนี้ ได้แก่ PTT และ CK  โดยสำหรับหุ้น PTT นั้น ประเมินว่า การตรึงราคาน้ำมันดีเซล - ตรึงราคา LPG จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ PTT ในปีนี้  แนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 64.30 บาท ส่วนหุ้น CK นั้น มองว่ามีงานในมือในระดับสูงพร้อมจ่อเข้าเป็น Backlog รวมถึงเป้าหมายรายได้ 3 หมื่นล้านบาทในปีนี้น่าจะทำได้ไม่ยาก เนื่องจากงานในมือ ณ สิ้นไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 32 บาท
 
*** ชวนลงทุนหุ้น 6 กลุ่ม รับเลือกตั้ง 
    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่มาส.ว. และพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ขั้นตอนจากนี้คือ รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ และลงประกาศในราชกิจจาฯ คาดว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นเดือนพ.ค.2562       
    กลุ่มแรกคือกลุ่มรับเหมาก่อร้าง เป็นกลุ่มที่รับผลบวกตรงๆ เพราะหลังเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่มักจะมีโครงการลงทุนภาครัฐจำนวนมาก ซึ่งหากดูจากโครงการภาครัฐที่คาดเปิดประมูลปี 2561 พบว่ามีมากถึง 24 โครงการ มูลค่า 8.2 แสนล้านบาท ขณะที่ในปัจจุบัน backlog ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง 13 แห่ง มีมูลค่ารวม 4.5 แสนล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ประมาณ 2 ปี โดยกลุ่มรับเหมาฯ ฝ่ายวิจัย ASP เลือกหุ้นเด่นมา 3 รายได้แก่ STEC, CK, SEAFCO
    กลุ่มวัสดุก่อสร้าง จะได้ประโยชน์ต่อจากกลุ่มรับเหมาฯ เมื่อมีการก่อสร้าง ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซิเมนต์ เหล็ก จะมีมากขึ้น ในกลุ่มนี้เลือก SCC เป็นหุ้นเด่น
    กลุ่มแบงก์ การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการลงทุนต่างๆ จะขยายตัวดีขึ้น บวกกับจีดีพีที่เติบโต คาดว่าสินเชื่อปีนี้จะขยายตัว 6.3% แม้ 4 เดือนแรกปีนี้ยังต่ำกว่าเป้าหมาย แต่เชื่อว่าจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง รวมทั้งดอกเบี้ยจะเข้าสู่ขาขึ้นปลายปีนี้ เลือกหุ้นเด่น คือ BBL และ TCAP
    กลุ่มนิคมฯ มีเป็นประเด็นบวกจากโครงการ EEC อยู่แล้ว เมื่อมีการเลือกตั้ง นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะเชื่อมั่นมากขึ้น ตามมาด้วยการตัดสินใจลงทุน หุ้นเด่นกลุ่มนี้ คือ WHA และ AMATA
    กลุ่มค้าปลีก ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น การเดินหน้าโครงการภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เลือก BJC, COM7, BEAUTY เป็นหุ้นเด่น 
     กลุ่มมีเดีย เน้นไปที่ธุรกิจโฆษณา ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง การโฆษณาจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เลือก PLANB ครับ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด