ข่าวนี้ที่ 1

SIRI ควัก 3 พันลบ.ซื้อหุ้นคืน 10%-ORI ลั่นปีหน้าโต 20%

SIRI ควัก 3 พันลบ.ซื้อหุ้นคืน 10%-ORI ลั่นปีหน้าโต 20%

     บอร์ด"แสนสิริ" อนุมัติงบ 3,000 ลบ.ซื้อหุ้นคืน 10%  หรือ 1,486 ล้านหุ้น เชื่อส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้น ทั้งแนวโน้มยีลด์ปันผลและ ROE-EPS ดีขึ้น ตามจำนวนหุ้นที่ลดลง กำหนดซื้อคืน 11 ธ.ค.61-10 มิ.ย.62 ด้าน ORI ลั่นยอดขาย-รายได้ปีนี้นิวไฮ ส่วนปีหน้าโต 18-20% ส่วน S ตั้งกองทรัสต์  SPRIME มูลค่า 5.7 พันลบ.  

***ควัก 3,000 ลบ.ซื้อหุ้นคืน 10%  
    นายวันจักร์  บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) SIRI เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นคืน จำนวน 1,486 ล้านหุ้น วงเงินที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืน 3,000 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นประมาณ 10%  ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  กำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2562 

*** ส่งผลให้ ROE-EPS ปรับตัวดีขึ้น     
    การซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้มีผลทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากจำนวนหุ้นที่ลดลงจากการซื้อหุ้นคืน จากจำนวนผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อย (Free float) ณ วันที่คณะกรรมการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 เท่ากับ 70.89% ของทุนชำระแล้วของบริษัท นอกจากนี้ ยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) มีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อพิจารณาจากการที่บริษัทจ่ายเงินปันผลเท่าเดิม ในขณะที่จำนวนหุ้นลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนต่อหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล และจะทำให้อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้นเช่นกัน    
     “การดำเนินการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนถึงความมั่นใจการดำเนินธุรกิจและสถานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัท รวมถึงจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น โดยฐานะทางการเงินล่าสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีกำไรสะสมเท่ากับ 9,326.9 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรสะสมและมีนโยบายจ่ายปันผลสูงถึง 50% ของกำไรสุทธิ และยังสามารถจ่ายปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ ปัจจุบัน (Dividend Yield) คิดเป็น 9.01% ซึ่งนับเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง” นายวันจักร์ กล่าว
    
*** Presale Backlog ทั้งกลุ่ม 6 หมื่นลบ. ทยอยรับรู้ใน 5 ปี
     แสนสิริยังคงเดินหน้าสร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 34 ปี โดยล่าสุดบริษัทมียอดขาย 44,800  ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 90 % จากเป้าหมายยอดขายที่มีการปรับเพิ่มเป็น 50,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี Presale Backlog ทั้งในส่วนของแสนสิริและบริษัทร่วมทุน ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปในอีก 5 ปีข้างหน้า ถึง 60,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาวได้เป็นอย่างดี 

*** ORI ลั่นยอดขาย-รายได้ทั้งปีนิวไฮ  
     นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORIมั่นใจว่า ยอดขายขายและรายได้ปีนี้จะทำนิวไฮอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันยอดขายเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 24,000 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2561 คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3 โดยในช่วงวันที่ 15-25 ธันวาคมนี้ บริษัท เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ คือ โครงการบ้านเดี่ยว บางนา มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท และโครงการบ้านแฝด ทาวโฮม เมกะบางนา มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถโอนได้ในช่วงไตรมาส 1/2562  และยังมีคอนโด 2 โครงการ คือ นอตติ้งฮิลจตุจักร และสุขุมวิท มูลค่าโครงการรวม 3,000 ล้านบาท โดยในช่วงเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าจะรับรู้รายได้จากโครงการสุขุมวิทได้อย่างน้อย 50-100 ล้านบาท  
     ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวม 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน โดยเป็นผลจากปีนี้บริษัทเปิดโครงการรวมมูลค่า 25,000 ล้านบาท และในปีหน้าคาดว่ารายได้จะแตะ 19,000 ล้านบาท หรือเติบโต 18-20% จากปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงาน 5 ปี ที่คาดว่าในปี 2565 จะมีรายได้แตะ 27,900 ล้านบาท ด้านยอดขายรอโอน (Backlog) ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 37,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 4 ปี นับจากนี้  
  
*** S ตั้งกองทรัสต์  "SPRIME" มูลค่า 5.7 พันลบ.  
     นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S  แถลงข่าวเปิดตัวทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท หรือ SPRIME ที่จะเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิการเช่าที่ดินบางส่วน และ พื้นที่สำนักงาน พื้นที่ห้องประชุม สถานออกกำลังกาย พื้นที่ส่วนกลาง ที่จอดรถ และงานระบบของอาคารซันทาวเวอร์ส เป็นระยะเวลา 30 ปี และ ลงทุนในกรรมสิทธิสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของอาคารซันทาวเวอร์ส    
    สำหรับการเข้าลงทุนครั้งแรกของทรัสต์ SPRIME จะมีวงเงินลงทุนทั้งสิ้นไม่เกิน 5,717.5 ล้านบาท มาจากเงินกู้ยืมไม่เกิน 1,350 ล้านบาท และ เสนอขายหน่วยทรัสต์อีกไม่เกิน 4,467 ล้านบาท ที่ราคาหน่วยละ 10 บาท หรือ คิดเป็นไม่เกิน 446.75 ล้านหน่วย โดยกลุ่มสิงห์ เอสเตท และ/หรือ กลุ่มบุคคลเดียวกัน มีความต้องการจะเข้าลงทุนในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 15% ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่ออก และ เสนอขายทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน
    “เราคาดว่ากองทรัสต์ SPRIME จะเสนอขายไอพีโอ และเข้าเทรดได้ปลายปีนี้ หรือต้นปี 62 โดยได้ยื่นไฟลิ่งให้กับ ก.ล.ต.ไปแล้ว 1 เดือน ซึ่งคาดผลตอบแทนจะใกล้เคียง หรือ มากกว่ากองทรัสต์ประเภทอาคารสำนักงานที่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6% นอกจากนี้ ยังมีแผนนำพื้นที่ค้าปลีกตึกซัน 900 ตร.ม. เข้ากอง SPRIME กลางปี 62 มีมูลค่า 400-500 ล้านบาท และ ยังอยู่ระหว่างศึกษานำอาคารซันทาวเวอร์สเข้ากอง SPRIME อีกด้วย”

         
    
 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด