ข่าวนี้ที่ 1

ธปท.ผวาสินเชื่ออสังหาฯ หวั่นที่อยู่อาศัยล้น-หนี้เน่าปูด!

ธปท.ผวาสินเชื่ออสังหาฯ หวั่นที่อยู่อาศัยล้น-หนี้เน่าปูด!

    ผู้ว่า ธปท. สั่งจับตาสินเชื่ออสังหาฯ หลังพบหลายแบงก์ปล่อยกู้เกินมูลค่าบ้าน และมีอุปทานส่วนเกินสูง หวั่นดัน NPL พุ่ง ขณะที่ BAY ยันปล่อยกู้บ้านไม่เกินราคาประเมิน หนุนแบงก์ชาติออกกฎคุมให้ชัดเจน ด้านผู้ประกอบการไม่หวั่นฟองสบู่ เชื่อกำลังซื้อยังสูง มั่นใจหนี้เสียไม่เพิ่มรุนแรง 

*** ธปท.จับตาสินเชื่ออสังหาฯ พบแบงก์ปล่อยกู้เกินมูลค่าบ้าน หวั่น NPL พุ่ง
    
    นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้ติดตามความกังวลในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากพบว่า สถาบันการเงินบางแห่งมีการปล่อยสินเชื่อในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่าของที่อยู่อาศัยที่ของกู้ หรือ พบว่ามีการปล่อยสินเชื่อสูงกว่ารายได้ของผู้กู้ นอกจากนี้ ยังพบว่าที่อยู่อาศัยบางประเภทมีอุปทานส่วนเกินสูง ซึ่งในบางช่วงพบว่า ประชาชนคาดหวังว่าราคาของที่อยู่ในอาศัยในบางพื้นที่จะปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการเข้าไปซื้อเพื่อเก็งกำไร และปล่อยเช่า แต่เนื่องจากอุปทานส่วนเกินสูง จึงทำให้ได้ราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และทำให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)สูงขึ้นในเวลาต่อมา ทำให้ ธปท.จะต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

*** คาดแบงก์ปิดสาขามากขึ้น หลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล
    
    นายวิรไท กล่าวว่า ในช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมาที่ธนาคารพาณิชย์ทยอยปิดสาขา 142 สาขานั้น ยอมรับว่า แนวโน้มการปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์จะยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนเริ่มเห็นมาใช้ธุรกรรมผ่านดิจิทัลมากขึ้น เห็นได้จากการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับการโอนเงินผ่านสาขาหรือการเบิกถอนเงินผ่านสาขา เริ่มมีปริมาณลดลง

*** มองครึ่งปีหลังศก.ฟื้นชัด แต่ยังเสี่ยงสงครามการค้า-ค่าเงินสกุลหลักผันผวน

    ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น และกระจายตัวมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามองในระยะต่อไป โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้า ระหว่างสหรัฐ-จีน และสงครามการค้าที่ไม่ได้กระทบแค่การค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่อาจรวมถึงการตัดสินใจการลงทุนด้วย นอกจากนี้ยังต้องติดตามผลกระทบจากเรือล่ม ที่ภูเก็ต ซึ่งล่าสุดพบว่าผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
    สำหรับมาตรการสงครามการค้านั้น ยอมรับว่า ไตรมาสแรกหลังจากที่สหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าในกลุ่มโซลาเซลล์ และเครื่องซักผ้านั้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงที่ผ่านมาบ้าง แต่ทั้งนี้ ยังมีมาตรการใหม่ที่จะออกมาด้วย ดังนั้นจะต้องติดตามผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า ขณะเดียวกันยังต้องติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการชะลอการลงทุนของภาคเอกชน เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง
    นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความผันผวนของค่าเงินสกุลหลัก ที่เป็นผลจากความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรม
    “การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ เริ่มกระจายตัวมากขึ้น สะท้อนจากภาคการบริโภคที่มีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น การจ้างงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า การจ้างงานถือเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลไปสู่ประชาชนในวงกว้าง รวมถึงสินเชื่อที่ขยายตัวดี โดยเฉพาะสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อมเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น”นายวิรไท กล่าว
 
*** BAY ยันปล่อยกู้บ้านไม่เกินราคาประเมิน หนุนออกกฎคุมให้ชัดเจน

    นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ยืนยัน ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน (Loan to Value: LTV) สูงสุด 100% ซึ่งไม่ได้เกินจากราคาประเมิน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีความกังวลการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมหนุน ธปท.ออกหลักเกณฑ์ควบคุมให้ชัดเจน
    จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กังวลการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ที่พบว่าสถาบันการเงินบางแห่งมีการปล่อยสินเชื่อในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่าของที่อยู่อาศัยที่ขอกู้ หรือพบว่ามีการปล่อยสินเชื่อสูงกว่ารายได้ของผู้กู้ โดยยืนยันในส่วนของธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อ ตามเกณฑ์ LTV สูงสุด 100% ไม่ได้เกินจากราคาประเมิน และธนาคารไม่มีสินเชื่อเพื่อตบแต่ง หรือ สินเชื่ออเนกประสงค์ที่จะเสนอให้กับลูกค้า แม้ในตลาดมีสินเชื่อประเภทนี้
    “ธนาคารอยากให้ธปท.ออกกฎระเบียบควบคุมที่ชัดเจนว่าจะให้อยู่ในระดับใด เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีข้อห้าม หรือ กฎที่ชัดเจน ซึ่งธนาคารก็ปฎิบัติตามความเสี่ยงที่วางไว้ โดยหากธปท.ออกกฎมาให้ชัดเจนก็เชื่อว่าธนาคารจะปฎิบัติตามอย่างแน่นอน”นายณัฐพล กล่าว
    แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ธนาคารมีหลักเกณฑ์ในการประเมินราคาของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งราคาประเมินจะมีราคากลาง และ หน่วยงานที่ควบคุมอยู่ โดยธนาคารได้มีการปฎิบัติตามกฎระเบียบทุกขั้นตอน ซึ่งเชื่อว่าธนาคารในระบบจะไม่ปฎิบัติ หรือ กระทำสิ่งใดที่ขัดต่อกฎหมาย หรือกฎระเบียบ
    “บางแบงก์มีการเสนอสินเชื่อให้กับลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งก็อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละแบงก์ ความเสี่ยงแบงก์ก็ต้องเป็นผู้รับ ถ้าเป็น NPL แบงก์ก็ต้องแก้ไขเอง”แหล่งข่าว กล่าว

*** ORI ไม่หวั่นฟองสบู่ เชื่อกำลังซื้อยังสูง

    นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ประเด็นการซื้อเพื่อเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯจากการสังเกตุการณ์พบว่า มีน้อยลงมากเมื่อเทียบกับในอดีต เพราะปัจจุบันการขายใบจองคอนโดมีเนียมได้กำไรค่อนข้างต่ำ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ส่วนกรณีอุปทานส่วนเกินในตลาดยอมรับว่ามีทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น เน้นร่วมทุนกับบริษัทจดทะเบียนไทยสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง แต่จำนวนยูนิตไม่ได้เยอะจนก่อให้เกิดวิกฤตฟองสบู่แต่อย่างใด และเชื่อว่าในอนาคตกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้อุปทานในตลาดลดลงเป็นระยะ
    ด้านสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้เกินมูลค่าของที่อยู่อาศัย ยอมรับว่าในอดีตมีลักษณะนี้ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันสถาบันการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้น มีการร่วมกับผู้ประกอบการในการคัดกรอง และมีการอนุมัติสินเชื่อที่ยากมากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดหนี้เสียในอนาคต ดังนั้นในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับไม่น่ากังวล

*** SIRI มั่นใจหนี้เสียอสังหาฯไม่เพิ่มรุนแรง
    
    นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI กล่าวว่า ความกังวลเรื่องหนี้เสียในภาคอสังหาฯปัจจุบันถือว่าไม่มีการเพิ่มขึ้นที่รุนแรง โดยต้องประเมินจากระบบการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารเป็นหลัก แต่ในส่วนของบริษัทยอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในระดับที่ทรงตัว และลูกค้าเน้นซื้อเงินสดเป็นหลัก

*** โบรกฯ เชื่อแบงก์คุมเข้มสินเชื่อตลาดล่าง 

    นายดนัย ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ถึงกรณีที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯ ว่า จากข่าวดังกล่าวจะส่งผลให้สถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้กู้มากขึ้น รวมถึงอาจส่งผลให้มียอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูงนัก 
    “เรื่องนี้หากกลุ่มตลาดบนคงไม่กระทบ เพราะส่วนใหญ่บางรายซื้อเป็นเงินสด แต่อาจกระทบกับกลุ่มชั้นกลาง หรือกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูงที่ต้องอาศัยเงินกู้จากแบงก์เท่านั้นในการซื้อบ้าน ดังนั้น ก็ยอมรับว่ามันกระทบแน่นอนหาก ธปท.ออกมาส่งสัญญาณ ส่วนปีนี้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มองลำบาก หากเติบโตได้เลขหลักเดียวถือว่าเก่งมากแล้ว และอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คงอยากให้ดูเรื่องผลตอบแทนมากกว่าการเติบโต”นายดนัย กล่าว 
    สำหรับหุ้นที่แนะนำ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ราคาเป้าหมาย 10 บาท และ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ราคาเป้าหมาย 12 บาท โดยทั้ง 2 กลุ่ม ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง และมีฐานลูกค้าหลายกลุ่ม - สินค้ามีหลายประเภท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด