สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 31 พฤษภาคม 2561 | 17:24

กูรูฟันธงดอกเบี้ยกลับทิศ! ปลายปีนี้กนง.ขึ้นอาร์พีครั้งแรกรอบ 4 ปี

กูรูฟันธงดอกเบี้ยกลับทิศ! ปลายปีนี้กนง.ขึ้นอาร์พีครั้งแรกรอบ 4 ปี

    โบรกฯมองเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ทำให้มีโอกาสที่ กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายปลายปีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่ ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือนเม.ย.61 ยังขยายตัวดี และกระจายตัวมากขึ้น หลังส่งออกโต 14.6% เป็นแรงหนุน ขณะที่นำเข้าขยายตัว 22.7% ด้านผู้ว่า ธปท.เชื่อการเมืองอิตาลีไม่กระทบต่อไทย เหตุมีธุรกรรมร่วมกันน้อย ไม่กังวลเงินทุนไหลออก เหตุทุนสำรองแกร่ง

*** บล.เอเซีย พลัส มอง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยปลายปีนี้
    
    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASP) คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย(อาร์พี 1 วัน) ภายในสิ้นปีนี้ 1 ครั้ง ที่ 0.25% เนื่องจากเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 2561 น่าจะขยับขึ้นมาที่ 1.4% ซึ่งกระแสของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ ไม่ได้อยู่เฉพาะฝั่งของประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น ตอนนี้ในเอเชียเอง เงินเฟ้อหลายประเทศเริ่มเร่งตัวขึ้น รวมถึงไทย สถานการณ์เช่นนี้ จะนำไปสู่การใช้นโยบายการเงินตึงตัว นั่นก็คือธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายนั่นเอง สะท้อนจากธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประชุมรอบพิเศษ มีมติขึ้นดอกเบี้ย เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้อีก 0.25% มาอยู่ที่ 4.75% โดยครั้งแรกขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2561 นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี
    เหตุผลสำคัญที่อินโดนีเซีย ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เพราะเงินฟ้อเพิ่มขึ้นเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ 3.4% จากเดือนม.ค.2561 อยู่ที่ 3.0% กดดันค่าเงินรูเปียะห์อ่อนค่า 5.5% จากจุดตํ่าสุดเมื่อ 25 ม.ค. 2561
    ก่อนหน้านี้ มาเลเซียเป็นประเทศที่นำร่องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนแล้ว แรงกดดันมาจากเงินเฟ้อเช่นกัน โดยขึ้นไปเมื่อเดือนม.ค. 2561 อัตรา 0.25% เป็น 3.25% เป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ขั้นเร็ว 3.7% yoy แต่ขณะนี้เริ่มชะลอตัวลงแล้ว
    ขณะที่กลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี อัตรา 0.25% เป็น 3.25% เนื่องจากเงินเฟ้อของฟิลิปินส์พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 4.5% yoy เกินเป้าหมายที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ตั้งไว้ที่ราว 3.1%
    สำหรับของไทย ฝ่ายวิจัย ASP คาดว่า กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ 1 ครั้ง ที่ 0.25% เนื่องจากเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 2561 น่าจะขยับขึ้นมาที่ 1.4% จาก 1.07% ในเดือนเม.ย. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อวันที่ 1 มิ.ย.นี้
    ช่วงที่เหลือของปีนี้ เงินเฟ้อน่าจะเร่งตัวขึ้น แตะ 2% ในเดือนก.ย. ภายใต้สมมติฐานราคานํ้ามันดิบที่ฝ่ายวิจัยฯ กำหนดที่ 65 เหรียญฯ/บาร์เรล และเงินบาทอ่อนค่าแตะ 32.5 บาท และแตะ 33 บาทสิ้นปีนี้ ทำให้กนง.มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เมื่อดอกเบี้ยกลับทิศ เข้าสู่ขาขึ้น หุ้นที่จะได้รับผลบวกเห็นๆ ก็คือกลุ่มแบงก์ ซึ่งฝ่ายวิจัยฯได้เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มแบงก์ เป็นเท่ากับตลาด จากเดิมน้อยกว่าตลาด

*** ธปท.เผย ส่งออกเม.ย.โต 14.6%-นำเข้าโต 22.7%

    นายจิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขยายตัวดี ตามแรงขับเคลื่อนการส่งออกที่ขยายตัว 14.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าการส่งออก 18,948 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 18,714 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 22.7% ด้านเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.07% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.64% ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1,364 ล้านดอลลาร์ และดุลการค้าเกินดุล 234 ล้านดอลลาร์  
  
*** ส่งออกฉลุยทุกหมวดสินค้า

    สำหรับการส่งออกที่ขยายตัวดีนั้น มาจากการส่งออกในเกือบทุกหมวดสินค้า จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ดีต่อเนื่อง และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มูลค่าการส่งออกเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบขยายตัวทั้งในด้านราคาและปริมาณตามการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ปิโตเคมี และเคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ตามการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่ได้รับผลดีจากการขยายกำลังการผลิตในช่วงก่อนหน้า และอุปกรณ์โทรคมนาคมตามการนส่งออกโทรศัพท์มือถือ ส่วนหนึ่งมาจากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาไทยในช่วงก่อนหน้า
    ด้านสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ส่วนหนึ่งจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น จาก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด การคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ที่มากกว่าที่นักลงทุนประเมินไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นต้น

***ผู้ว่า ธปท. ยันการเมืองอิตาลีไม่กระทบไทย

    นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงปัญหาการเมืองในอิตาลี ยอมรับว่า อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนโลกบ้าง ตามมุมมองของนักลงทุน แต่ยืนยันว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน และตลาดทุนของไทย เนื่องจากในปัจจุบันไทยมีธุรกรรมโดยตรงกับอิตาลีไม่มากนัก  สำหรับในระยะต่อไปยอมรับว่า ตลาดเงินและตลาดทุนโลก ยังคงผันผวน ตามปัจจัยในต่างประเทศ ทั้งการเมือง รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่จะเข้าสู่ภาวะปกติ
    “ยอมรับว่าคงมีเงินไหลออกจากบ้านเรากลับไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมหลักบ้าง แต่ยืนยันว่า เรามีความเข้มแข็งดี หนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ เงินสำรองอยู่ในระดับสูง และต่างประเทศถือครองพันธบัตรไทยต่ำกว่า 10% ซึ่งทำให้ไม่น่าห่วงมากนัก ประกอบกับเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวดี และเริ่มกระจายตัวมากขึ้น”นายวิรไท กล่าว
    สำหรับช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่า มีเงินไหลออกจากตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตราสารหนี้บ้าง ซึ่งเป็นไปตามภาวะปกติ และไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องกังวลมากนัก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด