สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 28 กุมภาพันธ์ 2561 | 17:06

BCPG ทุ่ม 1 หมื่นลบ. ดันกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 200 MW

BCPG ทุ่ม 1 หมื่นลบ. ดันกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 200 MW

"บีซีพีจี"  ประกาศใช้งบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท  เพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 200 เมกะวัตต์ เน้นในประเทศ-อาเซียน ตั้งเป้า IRR อยู่ที่ 12-15% พร้อมตั้งเป้า EBITDA เติบโต 15-20% รายได้โต 10% ยอมรับไม่สนใจลงทุน Energy Storage ชี้มีความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี-ใช้เงินลงทุนสูง ส่วนแผนลงทุนบริหารพลังงาน“สมาร์ท ปาร์ค”ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด คาดสรุปปลายปีนี้  

*** ลงทุนกว่า 1 หมื่นลบ.ขยายกำลังผลิต 200 MW
    นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ในปี 61 บริษัทตั้งงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ขยายกำลังการผลิตใหม่อีก 200 เมกะวัตต์ เน้นพลังงานสะอาดในประเทศและแถบอาเซียน ซึ่งยังมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยจะมีทั้งเข้าซื้อกิจการ ร่วมลงทุน และลงทุนใหม่ มีนโยบายผลตอบแทนจากการลงทุนขั้นต่ำ 12-15%
    ส่วนที่มาของเงินลงทุนมาจากกำไรการดำเนินงาน และเงินกู้ ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินกว่า 150 ล้านเหรียญ และสามารถขยายได้อีก โดยบริษัทมีหนี้สินต่อทุนราว 1.3 เท่า ขณะที่นโยบายของบริษัทกู้ได้ถึง 3 เท่า

*** เล็งจับมือพันธมิตร พัฒนานิคมใน EEC
     นายบัณฑิต กล่าวว่า สำหรับแผนการร่วมมือกับพันธมิตร 6 หน่วยงาน เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม Smart Park มาบตาพุด พื้นที่ 1,500 ไร่ ซึ่งจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสะอาด พัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือนวัตกรรมในการต่อยอด โดยบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการบริหารพลังงานทดแทน รวมทั้งร่วมลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน คาดว่าจะได้ข้อสรุปแผนการลงทุนปลายปีนี้

*** เมินลงทุน Energy Storage เหตุเสี่ยง-ลงทุนสูง
    นายบัณฑิต กล่าวต่อว่า บริษัทไม่มีแผนลงทุน Energy Storage เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงทั้งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเงินลงทุนที่ต้องใช้จำนวนมาก โดยมองว่าการซื้อมาใช้ประหยัดต้นทุนและลดภาระความเสี่ยงได้มากกว่า

*** วางเป้า EBITDA โต 15-20%
    นายบัณฑิต กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการปีนี้เติบโต 10% และคาดกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย, ภาษี, ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 15-20% โดยจะมีการรับรู้กำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มกว่า 50 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย 
    -โครงการโซลาร์ฟาร์ม Gotemba ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ จะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาสที่ 1/61 
      -โครงการโซลาร์ฟาร์มหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปภัมภ์ (อผศ.) กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ เริ่ม COD ไตรมาส 2/61 
     -และอีกกว่า 30 เมกะวัตต์ จะมาจากการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าที่ผลิตแล้ว รวมถึง โครงการโซลาร์รูฟที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ เช่น “Smart Green Energy Community” ที่ร่วมกับ บมจ.แสนสิริ (SIRI) กำลังผลิตรวมกว่า 50 เมกะวัตต์ คาดเริ่มทยอย COD กลางปีนี้บางส่วน
     - โรงไฟฟ้าพลังงานลมประเทศฟิลิปปินส์ กำลังผลิต 14 เมกะวัตต์ บริษัทถือหุ้น 40% และโรงไฟฟ้าพลังงานคงามร้อนใต้พิภพประเทศอินโดนีเซีย กำลังผลิต 158 เมกะวัตต์ ถือหุ้น 33.33% จะรับรู้รายได้เต็มปี
    โดยปี 61 บริษัทคงตั้งเป้าหมายการเป็นต้นแบบผู้เปลี่ยนแแปลงโลกด้วยวิถีพลังงานสะอาด โดยมีแผนลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง  ทั้งการเติบโตจากธุรกิจปัจจุบัน  (organic growth)  เช่น  การเติบโตจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น การร่วมลงทุนกับพันธมิตรทาสงธุรกิจจากหลายภาคส่วน การร่วมพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานกับโครงการที่บริษัทฯ เข้าร่วมลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเชีย รวมทั้งการเติบโตจากการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุน (Inorganic growth) และจากการลงทุนใหม่ (New investment)
     ส่วนผลดำเนินงานปี 60 มีกำไรสุทธิ 2,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  30.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,541 ล้านบาท  โดยมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า  3,322.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.7% จากปีก่อน  จากกำลังการผลิตตามสัญญาเพิ่มขึ้น 15.5 เมกะวัตต์ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น รวมเป็น 172.4 เมกกะวัตต์  เท่ากับ 749.4  ล้านบาท  
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด