ข่าวนี้ที่ 1

งบแบงก์ Q1/62 กำไรทรุด 16% ตั้งสำรองพนักงานฉุด-ค่าฟีวูบ

งบแบงก์ Q1/62 กำไรทรุด 16% ตั้งสำรองพนักงานฉุด-ค่าฟีวูบ

       กูรูประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ Q1/62 อยู่ที่ 4.4-4.9 หมื่นลบ. หลังพิษค่าฟี - ตั้งสำรองพนักงาน ยังกดดัน จับตา 5 แบงก์ใหญ่กำไรหดถึง 16.6%  ส่วนสินเชื่อโค้งแรกยังโต 4.9% เหตุได้กลุ่มบ้านช่วยพยุง ส่วนภาพรวมทั้งปีเชื่อกำไรยังเป็นบวก เหตุการลงทุนรัฐ - เอกชน หนุนสินเชื่อโตได้ถึง 5.1%  ขณะที่ NPL ยังทรงตัวไม่น่าห่วง พร้อมประสานเสียงยก BBL - KBANK เป็น Top Pick ของกลุ่ม    
        
*** บล.เอเซียพลัส  คาดทั้งกลุ่มทรุด 15% - แบงก์ใหญ่ดิ่ง 16.6% 
    บล.เอเซียพลัส  เปิดเผยว่า คาดกำไรสุทธิ Q1/62 ของธนาคารพาณิชย์  10 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ (ไม่รวม CIMBT) เท่ากับ 4.42 หมื่นล้านบาท เติบโต 5.2% QoQ  แต่ลดลง 15.5% YoY  ผลจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงหลังพ้นช่วงฤดูกาล หักล้างการบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองพนักงานที่มีอายุงานเกิน 20 ปี ตาม ร่าง พรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายการลงทุนด้าน IT ที่ยังอยู่ในระดับสูง 
    ขณะที่ภาพรวมธุรกิจหลัก คาดสินเชื่อสุทธิและ NIM ใกล้เคียงกับงวด Q4/61 ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ หดตัวเล็กน้อย เนื่องจากฐานต่ำในปี 2561 และได้รับผลบวกจากการบันทึกกำไรจากการซื้อขายเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ด้านคุณภาพสินทรัพย์ แม้ NPL จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.21% จาก 3.19% ณ สิ้นปี 2561 แต่ไม่น่ากังวล เนื่องจากเป็นช่วงต้นปี ธ.พ.จะมีการบริหารจัดการ NPL อย่างค่อยเป็นค่อยไป ยังไม่ได้เร่งขาย NPL หรือตัดหนี้สูญ ออกไปอย่างเช่นในช่วงปลายปี 
    ทั้งนี้หากแยกเป็นธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง (BBL,SCB,KTB,KBANK,BAY) คาด Q1/62 มีกำไร 36,824 ล้านบาท ลดลงจาก Q1/61 ที่มีกำไร 44,136 ล้านบาท หรือลดลง 16.6%  โดยประเมิน SCB กำไรจะลดลงหนักสุด 26.3% ในกลุ่มแบงก์ใหญ่ด้วยกัน    
    สำหรับ ธ.พ. ที่คาดว่ากำไรสุทธิ Q1/62 เติบโตโดดเด่นสุดเทียบกับงวด Q4/61 คือ KBANK, SCB, KKP ขณะที่ KTB, TCAP, TISCO ประเมินกำไรสุทธิ Q4/61 หดตัวสูงสุดเทียบกับงวด Q4/61 

*** ทั้งปีกำไรโต 1.1% รับสินเชื่อพุ่งครึ่งปีหลัง   
    ส่วนภาพรวมทั้งปี 2562 บล.เอเซียพลัส คาดกำไรสุทธิปี 2562 เติบโต 1.1% yoy (หากไม่รวมรายได้พิเศษของ TMB ปี 2561 คาดกำไรกลุ่มฯ เติบโตเพิ่มเป็น 3.6% yoy ยังใกล้เคียงกับการเติบโตของ GDP ปี 2562 ที่ฝ่ายวิจัยประเมิน 3.4% yoy) หนุนจากแนวโน้มสินเชื่อที่จะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังตามโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มฯ เท่าตลาด มี BBL(FV@B227), KBANK(FV@B246) เป็นตัวเลือกลงทุน

 ตารางประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ Q1/62 ของบล.เอเซียพลัส

แบงก์       Q1/62                   Q1/61             เปลี่ยนแปลง
  (ล้านบาท) (ล้านบาท) (%)
BAY         6,076          6,215 -2.20
BBL         8,399          9,005 -6.70
KBANK         8,772         10,766 -18.50
KTB         5,206          6,787 -23.30
SCB         8,371         11,364 -26.30
TMB         1,624          2,280 -28.80
TCAP         1,909          1,899 0.50
KKP         1,588          1,513 5.00
TISCO         1,634          1,803 -9.40
LHFG            714             771 -7.40
 รวม         44,292         52,402 -15.50
*ไม่รวม CIMBT      
ที่มา : บล.เอเซียพลัส            

*** บล.เคทีบี ชี้มี 5 แบงก์ที่กำไรโตทั้ง QoQ -YoY 
    บล.เคทีบี ประเมิน กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคาร 9 แห่ง (ไม่รวม BAY - CIMBT)ใน Q1/62  จะอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 23% QoQ  จากผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านออนไลน์ ซึ่งเริ่มในช่วง Q2/61 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ต่ำลงตามฤดูกาล และในไตรมาสก่อนมี BBL ตั้งค่าเลิกจ้าง (Employee Benefit) สูงถึง 2.6 พันล้านบาท 
    โดยธนาคารที่จะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ คือ BBL, KKP, KTB และ LHFG โดย BBL +2% YoY และ +14% QoQ และ KKP +3% YoY และ +10% QoQ เพราะไม่มี Employee Benefit มากดดัน ส่วน KTB +1% YoY และ +11% QoQ จากสินเชื่อที่โตได้โดดเด่น +17% YoY ขณะที่ KTB +65% YoY และ +2% QoQ จาก NIM ที่เพิ่มขึ้นเพราะการปล่อยสินเชื่อภาครัฐลดลง และ LHFG +1% YoY และ 3% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อบ้านที่มีการเร่งโอนก่อนใช้มาตรการ LTV ส่วนธนาคารที่ปรับตัวลดลงทั้ง YoY และ QoQ คือ TCAP และ TMB โดย TCAP -7% YoY และ -12% QoQ เพราะ Tax Shield หมดอายุ ส่วน TMB -26% YoY -1% QoQ เพราะไตรมาสก่อนมีการขายธุรกิจกองทุนรวมออกไปและมีการตั้ง Employee benefit ที่ 400 ล้านบาท

*** ชี้สินเชื่อ Q1 โตได้จากบ้านและรายใหญ่- NPL ทรงตัว 
    สินเชื่อใน Q1/62 บล.เคทีบีคาดว่า จะเติบโตได้ที่ 4.9% YoY และ 0.1% QoQ จากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรายใหญ่ ส่วนภาพรวมสินเชื่อในปี 2562 เราคาดว่า จะเห็นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลักที่มาจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ และสินเชื่อรายย่อยที่ทุกธนาคารหันมาเร่งปล่อยมากขึ้นเพราะมี NIM ที่สูง นอกจากนี้ ยังได้ผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการ EEC ที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ส่งผลให้ยอดขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2561 สูงถึง 9 แสนล้านบาท ซึ่งจะหนุนให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารในปี 2562 เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยคาดไว้ที่ 5.1% YoY ขณะที่ NPL รวมใน Q1/62 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับ Q4/61 อยู่ที่ 3.07% ทั้งนี้ เราคาดว่า NPL ในปี 2562 จะลดลงมาอยู่ที่ 3.04% จาก 3.07% ในปีก่อน เนื่องจากมีการ write-off NPL อย่างต่อเนื่อง

ตารางประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ Q1/62 ของบล.เคทีบี

 

แบงก์                 Q1/62                Q1/61 เปลี่ยนแปลง
  (ล้านบาท) (ล้านบาท) (%)
BBL         9,220          9,005 2.40
KBANK         9,693         10,766 -10.00
KTB         6,843          6,787 0.80
SCB       11,013         11,364 -3.10
TMB         1,690          2,280 -0.60
TCAP         1,771          1,899 -6.70
KKP         1,563          1,513 3.30
TISCO         1,741          1,803 -1.40
LHFG            777             771 0.80
 รวม         44,311         46,150 -4.00
*ไม่รวม BAY และ CIMBT       
ที่มา : บล.เคทีบี      

*** ประสานเสียง  BBL และ KBANK เด่นสุด 
    บล.เคทีบี  เปิดเผยว่า ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคาร เป็น "มากกว่าตลาด" จากการเติบโตของสินเชื่อและราคาหุ้นในกลุ่มธนาคาร ณ ปัจจุบันลงมาซื้อขายที่ระดับ -1SD P/BV ย้อนหลัง 5 ปี ทำให้ เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ ในกลุ่มธนาคารเราเลือก BBL และ KBANK เป็น Top pick โดย BBL (ราคาเป้าหมาย 242 บาท) เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยมี Coverage Ratio อยู่ในระดับสูงถึง 191% และมีการเติบโตของกำไรสุทธิที่โดดเด่นเหนือกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ส่วน KBANK (ราคาเป้าหมาย 235 บาท) แนวโน้มของ NPL จะยังทรงตัวได้อยู่ในกรอบที่ตั้งเป้าไว้ ประกอบกับ เราคาดว่า กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตได้ดีจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง
     ฟากบล.ทิสโก้  ประเมินคาดกลุ่มแบงก์มีกำไรรวม Q1/62  ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 24% QoQ โดย BAY จะมีกำไรโตโดดเด่นสุดเนื่องจากมีรายการขายเงินลงทุน "เงินติดล้อ" แต่แนะนำ "ถือ" ขณะที่หุ้นแบงก์ที่ชอบสุด คือ BBL (เป้าพื้นฐาน 235 บ.), KBANK (231 บ.)  
    ด้านบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ?ประเมินว่า Q1/62 ธนาคารทั้งหมดที่จะมีผลรวมกำไรที่ 4.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 5.0% YoY เพิ่มขึ้น 18.6% QoQโดยมี KTB เป็นตัวที่โดดเด่น?คาดสินเชื่อจะมีอัตราการเติบโตที่ค่อยข้างช้า รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังคงอ่อนแอและเป็นตัวฉุดของอุตสาหกรรมธนาคาร??คงคำแนะนำ “Neutral” และ Top pick คือ BBL และ KBANK







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด