ข่าวนี้ที่ 1

BBL คาดสินเชื่อปี 62 โต 5% พร้อมรับมือ NPL พุ่ง - ตั้งสำรองเพิ่ม

BBL คาดสินเชื่อปี 62 โต 5% พร้อมรับมือ NPL พุ่ง - ตั้งสำรองเพิ่ม

      "ธนาคารกรุงเทพ"  มั่นใจสินเชื่อปี 62 โต 5% จากปีนี้คาดโตตามเป้า 3-5%  พร้อมเตรียมรับมือ  NPL พุ่งต่อเนื่อง จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.6% รับยังต้องตั้งสำรองเพิ่ม รักษาระดับเงินกองทุน - รองรับ IFRS9  ประเมินศก.ไทยปีหน้าชะลอเหลือโต 4.2% ลุ้นเลือกตั้งดึงเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้า ด้านโบรกฯ มอการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐฯ ยังมาต่อเนื่องหนุนยาวข้ามปี ให้เป้า 260 บ. ขณะที่ KTB ไม่หวั่นโบรกฯหั่นกำไร หลังอัดงบ 1.2 หมื่นลบ. ลุยดิจิทัลแบงกิ้ง ชี้แค่มุมมองระยะสั้น  

*** BBL ตั้งเป้าสินเชื่อปีหน้าโต 5%      
     นายเดชา ตุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL  เปิดเผยว่า   ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อปี 2562 เติบโต 5% จากปีนี้คาดเติบโตตามเป้าหมายที่ 3-5% โดยธนาคารยังมุ่งเน้น และให้ความสำคัญ กับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี รายใหญ่ โดยเฉพาะสินเชื่อต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการเติบโตเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย และ เมียนมา ซึ่งธุรกิจมีการเติบโต และมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน ได้แก่ สาธารณูปโภค พลังงานน้ำ น้ำมัน ส่วนในประเทศลาว มีผู้ประกอบการไทยหลายรายเข้ามาเจรจากับธนาคารเพื่อลงทุนธุรกิจก๊าซ
    "สินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 3-5% โดย 2 เดือนต่อจากนี้เศรษฐกิจยังมีความตื่นเต้น รัฐใช้เงินเยอะ โดยเฉพาะการก่อสร้างรถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง ส่วนปีหน้าส่งออกและสินเชื่อสู้ปีนี้ไม่ได้ โดยทั้งสงครามการค้า เศรษฐกิจยุโรป กำลังซื้อรากหญ้ายังไม่ฟื้น"นายเดชา กล่าว

*** รับ NPL ปีหน้าพุ่ง - ตั้งสำรองเพิ่ม 
    สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปี 62 มีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารจะพยายามควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.6% ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (coverage ratio) ปัจจุบันอยู่ที่ 180% ซึ่งธนาคารจะตั้งสำรองเพิ่มขึ้นในยามที่มีกำไรเพื่อรักษาระดับเงินกองทุนให้มีความแข็งแกร่ง และ รองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่มีผลบังคับใช้ในปี 62
    "ปีหน้าผมเป็นห่วงหลายอย่าง สงครามการค้า ส่งออก เอสเอ็มอี รากหญ้า กำลังซื้อ อุตสาหกรรมรถยนต์ แม้จะมีการเลือกตั้งก็ตาม มันอาจจะช่วยด้านความเชื่อมั่น แต่การลงทุนจะเกิดขึ้นจริงไหม เพราะตอนนี้กำลังซื้อรากหญ้าเรายังน่าห่วง ส่วนเงินที่อยู่ในไทยตอนนี้ เขามองประเทศเราเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจเราไม่ดี ก็อาจทำให้เงินทุนไหลออกไปได้"นายเดชา กล่าว

***คาดศก.ปีหน้าโต 4.2% - เตรียมรับการลงทุนหลังเลือกตั้ง 
     สำหรับเศรษฐกิจปี 62 คาดเติบโต 4.2% ซึ่งต่ำกว่าปีนี้ หลังตัวเลขส่งออกเมื่อเดือน ก.ย. 61 หดตัว โดยเฉพาะน้ำตาล และ ข้าว แม้ยังไม่มีสัญญาณที่ต้องกังวล แต่ธนาคารยังต้องเฝ้าระวัง และจากการที่รัฐบาลประกาศการเลือกตั้งที่ชัดเจน จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศมั่นใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น แต่อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ประเด็นสงครามการค้าด้วย
    "ธนาคารต้องติดตามโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนา โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่าจะมีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนหรือไม่ ซึ่งจะเปิดประมูลในเดือนหน้า โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยที่มีความกังวลอาจไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อโครงการดังกล่าว เพราะเห็นการลด แลก แจก แถม"นายเดชา กล่าว

*** โบรกฯ มองปี 62 ยังสดใส โครงการใหญ่ยังเข้ามาต่อเนื่อง 
     บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินว่า ไตรมาส 4/2561  BBL จะปล่อยสินเชื่อเพื่อการลงทุนได้มากขึ้น ขณะที่ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมงวด 9 เดือนปี 2561 โต 4% โดยมาจากธุรกิจบลจ.และประกัน ธนาคารคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้จะโตเป็นเลขหลักเดียว สะท้อนการยกเลิกค่า fee ผ่านออนไลน์ที่มีสัดส่วน 3-4% ของรายได้ค่าธรรมเนียมรวมแล้ว  สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมขายประกันให้ AIA ยังไม่มาก โดยขณะนี้ขายให้ 6 ผลิตภัณฑ์ประกันผ่าน 400 สาขาของแบงค์ ด้านค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้ทรงตัวที่ 43-45% ส่วน NPL ratio มีแนวโน้มลดลง การตั้งสำรองฯทรงตัว
    สำหรับปี 62 ยังไปได้ดีสำหรับ BBL แม้ว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐจะมีล่าช้าบ้าง แต่ก็มีเข้ามาต่อเนื่อง สินเชื่อในประเทศจีนยังคงโตดี ลูกค้าหลักเป็นผู้ประกอบการด้านการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ ดังนั้นสงครามการค้ากระทบจึงลูกค้าของธนาคารไม่มาก ขณะเดียวกันการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทยก็เป็นบวกกับสินเชื่อในประเทศของ BBL คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 260 บาท เทียบเท่ากับ P/BV ปี 62 ที่ 1.1 เท่า

*** KTB ไม่หวั่นโบรกฯ หั่นกำไร ชี้แค่มุมมองระยะสั้น  
     นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB  เปิดเผยว่าจากกรณีที่นักวิเคราะห์ปรับประมาณกำไรธนาคารปีหน้าลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางด้านไอทีปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท นั้น ขอยืนยันว่า ธนาคารเน้นสร้างกำไรอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ซึ่งกรณีที่นักวิเคราะห์ออกมาระบุถือว่าเป็นมุมมองระยะสั้น ธนาคารอยากให้มองในระยะยาว ซึ่งธนาคารต้องมีการลงทุน เพราะอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจการเงินมากขึ้น ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวเพื่อการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของธนาคารที่ต้องการเป็น Invisible bank ที่ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา
    “เราต้องลงทุน ซึ่งงบไอทีเราตกปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท ถ้าไม่ทำ เราก็แข่งขันกับคนอื่นไม่ได้ และในยุคนี้ที่เป็นยุค NEW NORMAL ต้องหาอะไรใหม่ๆ เข้ามา เพราะปัจจุบันโครงสร้างกรุงไทย NPL โตแซงสินเชื่อไปแล้ว และตอนนี้มีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เข้ามา เช่น IFRS 9 และ บาเซิล 3 ทำให้ธนาคารต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยง พยายามสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้น รวมทั้งควบคุมต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม”นายผยง กล่าว

*** โบรกฯ ชี้ทำค่าใช้จ่าย KTB พุ่ง 2.6 พันลบ./ปี 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ ว่า  ราคาหุ้นของ KTB ที่ลดลงมาจากข่าวที่ธนาคารจะพัฒนาระบบ Digital Banking โดยที่มีงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท  ทั้งนี้จนกว่าจะมีความชัดเจนของแผนการลงทุน เรายังมองว่าปัจจัยนี้เป็นความเสี่ยงโดยใช้สมมติฐานว่างบ 1.2 หมื่นล้านบาท จะใช้ภายใน 2562-2563 โดยเราคาดว่า 30% จะเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และส่วนที่เหลือ 70% จะใช้เป็น ค่าใช้จ่ายด้านทุน (CAPEX)  และตัดจำหน่ายใน 5 ปี ทำให้ OPEX จะเพิ่มขึ้น 2.6 พันล้านบาทต่อปี และ 3.5 พันล้านบาทในปี 2563 หลังจากนั้นจะลดลงเป็น 1.7 พันล้านบาท ก่อนที่จะหมดในปี 2568
    หากใช้ OPEX ใหม่ จะทำให้ OPEX เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 10% และ 6% ในปี 2562-63F ทำให้ผลประกอบการที่คาดลดลงจากโต 17% เป็น 10% และทำให้ RoE ลดลงจาก 10.1% เป็น 9.6% เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 22.00 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด