ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP ฮุบ"บงกช-เอราวัณ" ยอมดั๊มราคาขายก๊าซฉุดมาร์จิ้น

PTTEP ฮุบ

    ครม.ไฟเขียว ให้"ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม" ชนะประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียม "บงกช-เอราวัณ" หลังให้ประโยชน์กับรัฐสูงสุด คาดลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิตภายใน ก.พ.62 ด้านบล.กสิกรไทย ชี้เป็นผลดีดันกำลังการผลิตเพิ่ม เล็งปรับเพิ่มประมาณการ ส่วนบล.เอเซียพลัส มองเสนอราคาขายก๊าซลดลงจากปัจจุบันมาก ทั้ง 2 แหล่ง ถือว่ามีมาร์จิ้นต่ำ หนุนมูลค่าหุ้นไม่มาก

*** ครม.ไฟเขียว PTTEP ชนะประมูลแหล่ง"บงกช-เอราวัณ"

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบผลการประมูลแหล่งปิโตรเลียม โดย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นผู้ชนะการประมูลแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แห่ง คือ แหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ เนื่องจากเป็นผู้เสนอราคาและให้ผลประโยชน์ต่อรัฐดีที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับผู้ชนะการประมูลได้ภายในกุมภาพันธ์ 2562
    สำหรับในการประมูลครั้งนี้ แปลง G1/61 หรือแปลงเอราวัณ เป็นการดำเนินการภายใต้บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอ็มพี จี 2 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในขณะที่แปลง G2/61 หรือแปลงบงกช เป็นผู้ได้รับสิทธิเพียงผู้เดียว คือ บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
    ทั้งนี้ ในด้านข้อเสนอผลประโยชน์ตอบแทนรัฐนั้น ผู้ชนะการประมูลได้เสนอผลประโยชน์ตอบแทนรัฐมากกว่า 50% โดยข้อเสนอดังกล่าวมากกว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ล้านบาท รวมถึงยังสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากทั้ง 2 แปลง ได้ต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ซึ่งจะสามารถสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศได้อย่างยั่งยืน
    นอกจากนี้ การพัฒนาทั้ง 2 แปลง ในช่วงระยะเวลา 10 ปีแรก ของสัญญาแบ่งปันผลผลิต คาดว่าจะสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานพนักงานคนไทย ในสัดส่วน 98% และช่วยลดการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ 22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 4.6 แสนล้านบาท รวมทั้งยังก่อให้เกิดการลงทุนหมุนเวียนในประเทศอีกประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท
    นายศิริ กล่าวว่า ในข้อเสนอของ PTTEP นั้น ได้เสนอค่าคงที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ 116 บาทต่อล้านบีทียู สำหรับทั้งสองแปลง ซึ่งปัจจุบัน ราคาแปลงเอราวัณอยู่ที่ 165 บาทต่อล้านบีทียู และแปลงบงกช 214 บาทต่อล้านบีทียู เมื่อเทียบแล้วจะพบว่า มีส่วนลดค่าใช้จ่ายราคาก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศ 550,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี ตามเงื่อนไขการผลิตขั้นต่ำ หรือปีละ 55,000 ล้านบาท และหากนำส่วนลดราคาก๊าซธรรมชาติที่ได้จากทั้ง 2 แปลง มาใช้ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 29 สตางค์ต่อหน่วย
    รมว.พลังงาน กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงพลังงานจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับผู้ชนะการประมูลภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

*** PTTEP แจ้งตลท.ชนะประมูลแหล่ง"บงกช-เอราวัณ" สัดส่วนลงทุน 100% และ 60%

    นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ  PTTEP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่กระทรวงพลังงานประกาศผลการประมูลยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2561 นั้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอแจ้งว่า บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้รับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและเป็นผู้ดำเนินการ ในแปลงสำรวจหมายเลข G1/61 (แหล่งเอราวัณ) และ G2/61 (แหล่งบงกช) โดยมีสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 60 และร้อยละ 100 ตามลำดับ ทั้งนี้ แปลงสำรวจหมายเลข G1/61 เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) โดยคาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตใน ไตรมาสแรกของปี 2562
    บริษัท เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ในฐานะผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและได้มีการเตรียมแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนไว้แล้วนั้น จะสามารถรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติเมื่อเริ่มสัญญาแบ่งปันผลผลิตของทั้งแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกชตามปริมาณการผลิตขั้นต่ำที่ 800 และ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตามลำดับ และจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและปริมาณสารองให้กับบริษัทในระยะยาว รวมทั้งแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้บริษัทบริหารจัดการต้นทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

*** PTTEP ยืนยันความพร้อมลงทุน หลังชนะประมูล

    นายพงศธร กล่าวว่า แหล่งก๊าซฯ บงกชและเอราวัณ เป็นแหล่งที่มีการผลิตมาเป็นระยะเวลานานและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เราจึงสามารถประเมินปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์ทราบแล้วได้อย่างมั่นใจ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่างๆ ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับในอดีตที่ยังนับว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีพื้นที่ที่ต้องทำการสำรวจเป็นจำนวนมาก ไม่มีข้อมูลการผลิตมากพอ และยังต้องมีการลงทุนในการสร้างแท่นผลิตหลักที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานมาโดยตลอด ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การได้รับสิทธิให้เป็นผู้ดำเนินการทั้งในแหล่งบงกชและเอราวัณ จะยิ่งช่วยให้ ปตท.สผ. สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้ลดต่ำลงได้มากขึ้นอีก จากการเพิ่มอำนาจต่อรองจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น จาก 2 แหล่งรวมกัน เช่น ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง การขนส่ง เป็นต้น
    ด้วยหลายปัจจัยที่ได้กล่าวมา ทำให้เราสามารถยื่นข้อเสนอและผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศได้ในการประมูลครั้งนี้ โดยข้อเสนอดังกล่าวยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทได้ในระดับที่คุ้มค่ากับการลงทุนเช่นกัน ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ดำเนินงานหลักสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศเพื่อนำไปสู่การที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุด
    ในการประมูลครั้งนี้ ปตท.สผ. ได้ยื่นประมูลเองด้วยสัดส่วนการลงทุน 100% ในแหล่งบงกช ในขณะที่แหล่งเอราวัณนั้น ปตท.สผ. ประมูลร่วมกับบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วนการลงทุน 60% และ 40% ตามลำดับ ทั้งนี้ แหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของประเทศไทย มีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติรวมกันคิดเป็นร้อยละ 60 ของปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติของประเทศ

*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ให้เป้า 160 บ.ไม่รวมมูลค่าโครงการใหม่

    บล. บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ PTTEP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าเป็นผู้ชนะประมูลโครงการบงกชและเอราวัณ โดยมีสัดส่วนการลงทุน 100% และ 60% ตามลำดับ 
    การชนะประมูลโครงการบงกชอยู่ในคาดการณ์ของตลาดแล้วเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นโครงการที่ PTTEP เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว
    การชนะประมูลโครงการเอราวัณเป็น Upside ที่ดีกว่าที่ตลาดคาด
    เราประเมินเบื้องต้นผลบวกจากการชนะประมูลบงกชในสัดส่วน 100% ที่ 14 บาท, เอราวัณ (PTTEP ถือสัดส่วน 60%) จะเพิ่มมูลค่าประมาณ 10 บาทต่อหุ้น
    Target price 160Bt (ยังไม่รวมมูลค่าโครงการใหม่)

*** บล.เอเซีย พลัส มองราคาเสนอขายก๊าซลดลง กดมาร์จิ้นต่ำ

    นางสาวนลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส กล่าวว่า กรณีบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)หรือ PTTEP เป็นผู้ชนะประมูลแหล่งเอราวัณและบงกช จะส่งผลดีให้ทาง PTTEP มีปริมาณการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นอีก 150,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่มีกำลังการผลิตที่ 300,000 บาร์เรลต่อวัน หรือเพิ่มกว่า 50%
    แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทาง PTTEP จะมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาเสนอขายก๊าซที่ทาง PTTEP ได้เสนอค่าคงที่ของราคาขายก๊าซของทั้งสองแหล่งไว้ที่ระดับ 116 บาทต่อล้านบีทียูนั้น ก็ถือว่าเป็นการเสนอราคาในระดับต่ำมาก โดยปัจจุบันแปลง G1/61 มีราคาขายอยู่ที่ 165 บาทต่อล้านบีทียู และแปลง G2/61 ปัจจุบันมีราคาขายที่ 214 บาทต่อล้านบีทียู
    ทั้งนี้ จึงทำให้มูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นนั้น อาจจะไม่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่ก่อนหน้านี้ได้เคยประมาณการ เพราะการที่ PTTEP ได้เสนอราคาขายในระดับต่ำ โดยฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานไว้ที่ระดับ 168 บาทต่อหุ้น จากเดิมอยู่ที่ 148 บาทต่อหุ้น และได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิมที่แนะนำ “เลี่ยงการลงทุน” โดยแนะนำนักลงทุนควรหาจังหวะเข้าลงทุน เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเริ่มเข้าบริหารจัดการในปี 2565 และปี 2566
    กรณีที่ราคาหุ้นของ PTTEP ปรับตัวลดลงในวันที่รู้ผลว่าเป็นผู้ชนะการประมูลแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นสามารถทรงตัวในระดับสูงได้เพราะนักลงทุนเก็งกำไรในช่วงของการรอลุ้นผลการประมูล
    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า PTTEP จะเป็นผู้ชนะทั้งสองแหล่ง ซึ่งทำให้มีปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่เนื่องด้วยราคาเสนอขายก๊าซที่ต่ำกว่าปัจจุบันถึง 50% ซึ่งถือว่ามีมาร์จิ้นในระดับต่ำ ทั้งนี้โดยปกติแล้วการที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ระดับ70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ระดับกว่า 100 บาท ดังนั้น จึงมองว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของ PTTEP ยืนในระดับสูงได้ เพราะรอปัจจัยบวกจากการประมูล
    เมื่อรู้ผลการประมูลแล้วจึงทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ดังนั้น จึงทำให้การปรับประมาณการราคาหุ้นของฝ่ายวิเคราะห์เพิ่มขึ้นไม่มากนัก

*** บล.กสิกรไทย ชี้เป็นผลดีกำลังผลิตเพิ่ม เล็งปรับเป้าใหม่

    นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การที่ PTTEP ชนะการประมูลแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นขณะนี้ฝ่ายวิเคราะห์กำลังอยู่ระหว่างแผนการปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และจะปรับประมาณการราคาเป้าหมายที่เพิ่มขึ้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด