ข่าวนี้ที่ 1

RJH-THG ขยายอาณาจักรโรงพยาบาล ดันปี 62 โต 10-15%

RJH-THG ขยายอาณาจักรโรงพยาบาล ดันปี 62 โต 10-15%

      "โรงพยาบาลราชธานี" ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 10-15% ใช้งบลงทุน 650-700 ลบ.ขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 1 แห่งที่อยุธยา ขนาด 120 เตียง ด้าน "ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป" ตั้งเป้ารายได้โตกว่า 10% ตั้งงบลงทุน 1,000 ลบ. ขยายโรงพยาบาล-อสังหาฯเพื่อผู้สูงวัย ด้านโบรกฯ ชอบทั้งคู่ แนะซื้อทั้ง RJH-THG 

***RJH ตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโต 10-15%
     นายวชิระ วุฒิกุลประพันธ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH เปิดเผยในงาน Opportunity day ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโต 10-15% จากฐานคนไข้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังมีบริการแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะศูนย์ฟอกไตเทียม ซึ่งปีนี้เพิ่มอีก 8 ยูนิต จากเดิม 27 ยูนิต และได้เน้นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ทำให้อัตราค่าฟอกไตจะเพิ่มเป็น 2,000-2,500 บาทต่อครั้ง จากปกติ 1,500-2,000 ต่อครั้ง
    ขณะเดียวกันได้มีการปรับขึ้นค่าเวชภัณฑ์ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้นจากต้นปีนี้ที่ประมาณ 1,400 บาท ล่าสุดเพิ่มเป็น 1,559 บาท คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1,600 บาท โดยคนไข้ในจังหวัดอยุธยาเกือบทั้งหมดเลือกใช้บริการโรงพยาบาลราชธานี ซึ่งปัจจุบันอัตราการใช้เตียงอยู่ที่ 90.6% จากจำนวนเตียงรวม 303 เตียง
    พร้อมกันนี้ตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 15% โดยได้เน้นลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มศักยภาพในการบริหารต้นทุน 
    ส่วนรายได้ปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายเติบโต 15% จากปี 60 ที่ทำได้ 1,424.24 ล้านบาท

***  ขยายโรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 แห่งในอยุธยา 
    บริษัทฯ ตั้งงบลงทุน 650-700 ล้านบาท ขยายโรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลในปัจจุบัน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นโรงพยาบาลขนาด 120 เตียง 9 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 64 โดยเงินลงทุนจะมาจากเงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอที่เหลืออยู่ 420 ล้านบาท รวมถึงเงินสดจากการดำเนินงาน และอาจจะมีเงินกู้บ้างเล็กน้อย
 
*** THG คาดว่ารายได้ปี 62 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
    นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยในงาน Oppotunity Day คาดว่ารายได้ปี 62 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยใช้งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อการก่อสร้างต่อเนื่องจากปีนี้ โดยแบ่งเป็นการขยายโรงพยาบาล 410 ล้านบาท , โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง 370 ล้านบาท ,โครงการ Jin Wellbeing ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงวัย 70 ล้านบาท  และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ ประชาอุทิศ 150 ล้านบาท  
    ส่วนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่กระทบบริษัท เพราะก่อนหน้านี้ได้เจรจากับธนาคารพาณชิย์ เพื่อขอคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวบางส่วน โดยปัจจุบันวงเงินที่กู้มาอยู่ที่ 5,850 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% 

*** ลุ้นโอนแบ็คล็อค "Jin Wellbeing" ปีนี้ 765 ลบ.
    บริษัทฯ ตั้งเป้าโอนโครงการ Jin Wellbeing หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงวัยทันปีนี้ โดยปัจจุบัน มียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) ประมาณ 765 ล้านบาท จาก 153 ยูนิต ซึ่งหากลูกค้าทยอยโอนทันในปีนี้จะช่วยหนุนให้ผลประกอบการทั้งรายได้ และกำไรใกล้เคียงกับปีก่อน ที่ทำได้ 6.7 พันลบ. และ 553 ล้านบาท ตามลำดับ 
    ขณะที่ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาจองซึ่งอยู่ระหว่างรอทำสัญญา (Presale) อีก 20 ยูนิต โดยตั้งเป้าโครงการ Jin Wellbeing ปีหน้าจะขายได้ประมาณเดือนละ 30 ยูนิตหรือในช่วง 5-6 เดือน ขายได้ประมาณ 150 ยูนิต
 

*** เดินหน้าก่อสร้าง-ขยายโรงพยาบาล
    ความคืบหน้าของโครงการโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตกแต่งและเปิดบริการบางส่วนได้ในเดือนมกราคม 2562 , โครงการโรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสงอยู่ระหว่างก่อสร้างโดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปีหน้า และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ อยู่ระหว่างการตกแต่งปัจจุบันมียอดจองประมาทณ 10 ยูนิต คาดเปิดขายอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป 
    กรณีรัฐบาลสั่งให้โรงพยาบาล แสดงราคาค่ารักษาผ่านเว็บไซต์ มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากปัจจุบันมีค่ารักษาที่ต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 30%  นอกจากนี้ ยังคงมองหาพันธมิตรใหม่ในประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง

*** โบรกฯ คงคำแนะนำซื้อ ทั้ง RJH-THG 
    จากการสำรวจบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์พบว่า ส่วนใหญ่ ให้คำแนะนำ ซื้อ ทั้ง RJH และ THG
    บล.บัวหลวง แนะนำ "ซื้อ"  RJH เป้าหมายพื้นฐาน 26 บาท ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2562  โดยเชื่อว่า RJH จะทำกำไรเติบโตที่ 10% (organic growth) สำหรับปี 2562  บริษัทไม่มีภาระต้นทุนที่ต้องเป็นกังวลในช่วงปี 2562-63 เนื่องจากโครงการขยายกำลังทางการแพทย์ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2564  หุ้น RJHซื้อขายที่ PER ปี 2562 ที่ 23.2 เท่า ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มการแพทย์ที่เราให้คำแนะนำ คาดการณ์กำไรเติบโตที่ 10% สำหรับปี61 
    บล.ฟิลลิป  แนะนำ ซื้อ RJH ราคาเป้าหมายปี 62 เท่ากับ 30 บาท ผลประกอบการ Q3/61 ออกมาใกล้เคียงกับคาด อย่างไรก็ตาม Q4/61 คาดผลประกอบการจะย่อตัวลง QoQจากผลกระทบฤดูกาลแต่เชื่อจะยังปรับตัวดีขึ้น YoY       

    บล.โนมูระ พัฒนสิน  แนะนำ ซื้อ THG ราคาเป้าหมาย 41.6 บาท (SOTP)แบ่งเป็น ธุรกิจโรงพยาบาลมูลค่า 38.50 บาท/หุ้น , โครงการที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3.10 บาท/หุ้น ราคาเป้าหมายดังกล่าว สะท้อน P/E ปี62 ที่ 48 เท่า ใกล้เคียง +2.0 SD P/E กลุ่ม รพ.ในอดีต  
    คาดผลการดำเนินงานปี62 กลับมาเติบโต 65%YoY เด่นสุดในกลุ่ม รพ. ที่ศึกษา มีปัจจัยบวกจากโครงการที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปี รวมทั้งผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของเครือข่าย รพ.ในประเทศและต่างประเทศ ผลักดันอัตรากำไรดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี62 
        
            
 
 
 


         


 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด