ข่าวนี้ที่ 1

โบรกฯ เล็งหั่นกำไร บจ. หวั่นเทรดวอร์ปะทุ

โบรกฯ เล็งหั่นกำไร บจ. หวั่นเทรดวอร์ปะทุ

     เอเซียพลัส เล็งหั่น ภาพรวมกำไรสุทธิตลาดปีนี้ลง 1.5 หมื่นลบ. เหลือ 1.04 ล้านลบ. ขณะที่ EPS เหลือ 105.07 บ./หุ้น จาก 106.58 บ./หุ้น หวั่นสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กลับมาปะทุกระทบการทำกำไร  ขณะที่งวด Q1/62 คาด บจ. มีกำไร 2.6 แสนลบ.ลดลง YoY จากฐานสูง  แนะหลบสงครามการค้าเข้าหุ้น Domestic-นิคมฯ-ปันผลสูง ด้าน CENTEL-SNC ตบเท้าลดเป้ารายได้ 

***คาดกำไร บจ.โค้งแรกหดตัว YoY จากฐานกำไรสูง 
    บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีบริษัทที่ประกาศงบฯ ราว 193 บริษัท หรือ 60% ของ MarketCap ทั้งตลาดฯ ส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามที่ประเมินไว้ คือ นับเฉพาะที่รายงานงบแล้วทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 1.58 แสนล้านบาท เติบโต QoQ แต่ลดลง YoY และยังไม่พบการปรับลดประมาณการฯ 
    ในเบื้องต้นจึงเชื่อว่า เมื่อการรายงานสิ้นเสร็จน่าจะเห็นกำไรสุทธิงวด Q1/62 อยู่ที่ราว 2.6 แสนล้านบาท  ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากงวด Q4/61 ที่ 1.57 แสนล้านบาท แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานกำไรสูง 
    อย่างไรก็ตาม หลังสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กลับมาปะทุอีกครั้ง (10 พ.ค. สหรัฐขึ้นภาษีจีน วงเงิน  2 แสนล้านเหรียญเป็น  25% จากเดิมที่ 10%) ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทย ยังมีโอกาสกระทบต่อความสามารถการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี62 
     ฝ่ายวิจัยได้ทำการประเมินเบื้องต้น น่าจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ตามการลดลงของความต้องการใช้ มากสุด คือ ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลง ทุกๆ 5 เหรียญฯ จากสมมุติฐานปี62 อยู่ที่ 65 เหรียญฯ/บาร์เรล จะกระทบกำไรธุรกิจปิโตรเลียมและโรงกลั่นให้ลดลงราว  1 –1.5 หมื่นล้านบาท ในส่วนของสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี มองเป็น sentiment เชิงลบเท่านั้น เพราะช่วงที่ผ่านมา spread ยังทรงตัวในระดับต่ำ 

*** เล็งหั่น EPS บจ.ปีนี้เหลือ 105.07 บาทจาก 106.58 บาท 
     ดังนั้น ภาพรวมกำไรสุทธิตลาดฯ ปี62 จึงอาจจะถูกปรับลดลงราว 1.5 หมื่นล้านบาท เหลือ 1.04 ล้านล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 105.07บาท (จากเดิม 106.58 บาท) เติบโต 7.4% YoY ทั้งนี้ หากคงระดับ PER เป้าหมายของตลาดหุ้นที่ 16 เท่า จะให้ค่า SET Index ที่ 1,681.12 จุด ซึ่งถือว่า upside เปิดกว้างน้อยลง
     ประเด็นสงครามการค้าจีน-สหรัฐ หากยืดเยื้อน่าจะกระทบตัวเลขส่งออกไทย กดดันให้ GDP ลดลง รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน, ยาง, ปิโตรเคมี เป็นต้น (มีมูลค่าสูงถึง 1 ใน 3 ของตลาดฯ) ได้รับผลกระทบทางตรง รวมถึง Fund Flow ที่ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งหมดที่กล่าวมากดดันตลาดหุ้นไทยช่วงสั้น  

***หลบสงครามการค้าเข้าหุ้น Domestic-นิคมอุตสาหกรรม-หุ้นปันผลสูง 
      ประเด็นสงครามการค้าจีน-สหรัฐ หากยืดเยื้อ น่าจะกระทบตัวเลขส่งออกไทย กดดันให้ GDP ลดลงรวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน, ยาง,ปิโตรเคมี เป็นต้น (มีมูลค่าสูงถึง 1 ใน 3 ของตลาดฯ) ได้รับผลกระทบทางตรง รวมถึง Fund Flow ที่ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งหมดที่กล่าวมากดดันตลาดหุ้นไทยช่วงสั้น แต่คาดว่าวันนี้ยังแกว่งตัวในกรอบ 1,635–1,655 จุด
       กลยุทธ์ยังคงแนะนำลงทุนหุ้น Domestic ที่มีแนวโน้มผลประกอบการโดดเด่นในงวด 1Q62 โดดเด่น (เติบโตทั้ง QoQ,YoY) ปันผลเกิน 3.5% และมี Upside สูงดังนี้ SAT,SEAFCO,QH,PYLON,SCCC,TPIPP,EASTW,M,DRT 
        หุ้นนิคมฯ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นสงครามการค้าจีน-สหรัฐ เนื่องจากบริษัทที่ผลิตสินค้าในจีนจะมีต้นทุนสูงขึ้นมาก จึงมีโอกาสสูงที่อาจจะพิจารณาหาฐานการผลิตใหม่ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก ซึ่งมีศักยภาพสูง เช่น EEC ในการรองรับฐานการผลิต ได้แก่ WHA,AMATA,FPT
       Top picks เลือก WHA (FV@B4.89) คาดกำไรปี 2562 ขึน้ ทำ New Highเท่ากับ 3.6 พันล้านบาทโดยแรงขับเคลื่อนกำไรระยะสั้น 2Q62น่าจะเห็นการขายโอนที่ดิน Biglot ให้กับนักลงทุนจีน 280 ไร่ และเชื่อว่าการประทุขึ้นของสงครามการค้าครั้งใหม่ เป็นปัจจัยผลักดันยอดขายที่ดินสู่เป้าหมายที่ 1 พันไร่ 
      TPIPP (FV@B7.35) หุ้นผันผวนต่ำ ปันผลสูงเกือบ 7% ต่อปี (จ่ายทุกไตรมาส) จึงเหมาะสมในการลงทุนยามตลาดหุ้นผันผวนเช่นนี้

***CENTEL-SNC ตบเท้าลดเป้ารายได้ 
          บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แจ้งงบไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 825.91 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 883.04 ล้านบาท หรือ กำไรปรับลดลงประมาณ 6.5% YoY 
           แนวโน้มธุรกิจโรงแรม คาดว่าการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังจากฐานที่ต่ำในปีก่อน กอปรกับแรงกระตุ้นจากมาตรการขยายระยะเวลายกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่า จนถึงสิ้นเดือนต.ค.ปีนี้ บริษัทจึงปรับประมาณการปี 62 ลง โดยรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย คงที่เทียบปี 61 อย่างไรก็ดี รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมอาจลดลงเทียบปีที่ผ่านมา เนื่องจากปิดปรับปรุงโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บัช รีสอร์ท สมุย ในช่วงครึ่งปีหลัง
            นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day)ว่า บริษัทฯ ได้ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้เป็นใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 6,635 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 15% เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และการปรับลดลงของคำสั่งจากฐานลูกเดิมที่ได้มีการย้ายฐานการผลิต 

***INTUCH-AAV-MAJOR-PDI กำไร Q1ลดลง 
        INTUCH รายงานกำไรสุทธิ 2,904 ล้านบาท ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 3,640 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ADVANC ลดลง และรับรู้ส่วนขาดทุนจาก THCOM และไม่มีกำไรพิเศษ
        AAV รายงานกำไรสุทธิ 497.20 ล้านบาท  ลดลง 50% จากงวดเดียวกันปีก่อน หลังการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่กดดันค่าโดยสารหด บวกกับค่าใช้จ่ายน้ำมันพุ่ง 
        MAJOR รายงานกำไรสุทธิ 205.27 ล้านบาท ลดลง 28% ากงวดเดียวกันปีก่อน หลังค่าใช้จ่ายการขายและบริหารพุ่ง ตามส่วนแบ่งและต้นทุนผลิตภาพยนตร์ ขณะที่รายได้ยังเพิ่มขึ้นหลังรายได้หนังโตต่อเนื่อง - ขยายสาขา                
       PDI  รายงานกำไรสุทธิ 11.32 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 96.77 ล้านบาท รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและพลังงาน 95.67 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 12.49 ล้านบาท
        
       

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด