สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 26 เมษายน 2561 | 16:59

PTTEP โกยกำไร 1.34 หมื่นลบ.โต 9% รับอานิสงส์น้ำมันฟื้น

PTTEP โกยกำไร 1.34 หมื่นลบ.โต 9% รับอานิสงส์น้ำมันฟื้น

    "ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม" โชว์กำไร Q1/61 ที่ 13,380 ลบ. เพิ่มขึ้น 8.93% ผลจากราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นต่อเนื่อง หนุนราคาขายเพิ่มขึ้น แถมบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ เงินบาทแข็งค่าหนุน เผยฐานะการเงินแข็งแกร่ง ตุนเงินสดในมือกว่า 159,121 ลบ.พร้อมเดินหน้าประมูลสัมปทานหมดอายุ ทั้งแหล่ง"บงกชและเอราวัณ" พร้อมเร่งตัดสินใจลงทุนโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน หวังเพิ่มปริมาณสำรอง โบรกฯแนะ"ซื้อ"ให้เป้า 125 บ.

*** กำไรไตรมาสแรกโต 9% ขานรับน้ำมันฟื้น    
    
    นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 มีกำไรสุทธิ (Net income) 423 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือราว 13,381 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 74 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 21% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 349 ล้านดอลลาร์ สรอ.หรือราว 12,284 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกถึง 1,044 ล้านดอลลาร์ สรอ.หรือราว 32,896 ล้านบาท มีเงินสดในมือถึง 5,095 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือราว 159,121 ล้านบาท และ EBITDA Margin สูงถึง 74%
    ไตรมาส 1/61 มีรายได้รวม 1,240 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 39,105 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 148 ล้านดอลลาร์ สรอ. จาก 1,092 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 38,377 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกส่งผลให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 44.01 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับ 38.00 ดอลลาร์ สรอ.ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ถึงแม้ว่าต้นทุนต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 27.54 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เป็น 29.20 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และปริมาณการขายเฉลี่ยที่ลดลงในไตรมาสนี้ที่ 293,099 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 304,108 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในไตรมาสเดียวกันของปี 2560 เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงจากโครงการสินภูฮ่อมและแหล่งมอนทารา
    จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ในไตรมาส 1/61 มีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ (Recurring net income) จำนวน 304 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่าประมาณ 9,607 ล้านบาท) และมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring net income) จำนวน 119 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่าประมาณ 3,774 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นกำไรและผลประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ สรอ.

***มั่นใจชนะประมูล"แหล่งบงกช-เอราวัณ"

    PTTEP จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการเตรียมประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณหลังจากที่คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ออกประกาศเชิญชวนประมูล ปตท.สผ. เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และความชำนาญในฐานะที่เป็นผู้ดำเนินการมากว่า 20 ปี จะสามารถสร้างความต่อเนื่องในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้ และสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศได้มากกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ.ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

***เดินหน้าประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย
    
    พร้อมเดินหน้าเข้าร่วมการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่จะหมดอายุ เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติและรักษาความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ และขยายการลงทุนทั้งจากการเข้าซื้อกิจการและลงทุนเพิ่มเติมในแปลงสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงเผยว่าในไตรมาส 1 ปี 2561
    
*** มีเงินสดพร้อมขยายลงทุน

    ปตท.สผ.เริ่มต้นการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2561 ด้วยผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินหน้าขยายการลงทุนได้ตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ ทั้งการรักษาระดับต้นทุนการผลิตในระดับที่ต่ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการบงกชเพิ่มเติมซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการขายและกระแสเงินสดให้ ปตท.สผ.ได้ทันทีหลังการเข้าซื้อแล้วเสร็จสมบูรณ์ และการชนะประมูลโครงการสำรวจในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางปิโตรเลียมสูง

*** เร่งตัดสินใจลงทุนในโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน เพิ่มปริมาณสำรอง
    
    ในส่วนของแผนงานที่เหลือของปี 2561 ปตท.สผ. ยังคงหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง พร้อมทั้งผลักดันโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับบริษัท EDF ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 1.2 ล้านตันต่อปี

*** แนวโน้มผลงานทั้งปี 61 ขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก
        
    PTTEP ระบุถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานของ PTTEP สำหรับปี 2561 ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณการขาย ราคาขายและต้นทุน โดยบริษัทได้ติดตามและปรับเปลี่ยนแนวโน้มผลการดำเนินงานสำหรับปี 2561 ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานและสภาวะอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป สรุปประมาณการสำหรับปี 2561 ดังนี้
    1.ปริมาณการขาย พยายามรักษาระดับการผลิตของโครงการในประเทศไทย โดยคาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยของไตรมาส 2 ปี 2561 และทั้งปี 2561 จะอยู่ที่ประมาณ 297,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และประมาณ 300,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
    2.ราคาขาย ราคาน้ำมันดิบของบริษัทจะผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลังประมาณ 6-12 เดือน
    บริษัทคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของไตรมาส 2 ปี 2561 และทั้งปี 2561 จะอยู่ที่ประมาณ 6.3 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียู เป็นผลจากการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 2561 ที่ 63 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล)
    3.ต้นทุน คาดว่าต้นทุนต่อหน่วยสำหรับไตรมาส 2 ปี 2561 จะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 31 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และสำหรับทั้งปี 2561 จะอยู่ในช่วง 30-31 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
          
*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ Trading Buy เป้า DCF 125 บาท

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 13,381 ล้านบาท (+8.9% YoY, +41.7% QoQ) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 12,696 ล้านบาท และของเราที่ 12,269 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนผลิตต่อหน่วยที่ต่ำกว่าคาด
    หากไม่รวมรายการพิเศษที่ส่วนใหญ่เกิดจากผลจากผลการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ กำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 9,620 ล้านบาท (29.1*% YoY, +22.9% QoQ) สูงกว่าตลาดคาด 7.1% (ค่าเฉลี่ยตลาดที่ 8,979 ล้านบาท และของเราที่ 8,506 ล้านบาท)
    กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 44 เหรียญต่อ BOE (+15.8% YoY, +5.4% QoQ) เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 20.6% YoY และ 7.8% QoQ เป็น 64 เหรียญต่อบาร์เรล ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงตามปัจจัยฤดูกาล 5.8% QoQ เหลือ 29.2  เหรียญต่อ BOE แต่เพิ่มขึ้น 6.0% QoQ ปริมาณขายลดลง 6.4% QoQ เป็น 293KBOED จากการเรียกรับก๊าซฯ จากแหล่งบงกชลดลง อีกทั้งมีการหยุดซ่อมบำรุงโครงการมอนทารายาวนานขึ้น
    
***แนวโน้มกำไร Q2/61 ปรับขึ้นต่อ 

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไรจากการดำเนินงาน 2Q61 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ QoQ จากราคาขายที่ได้ประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมัน น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 2QTD เพิ่ม 6.1% QoQ เป็น 68 เหรียญต่อบาร์เรล
    คำแนะนำการลงทุน กำไรจากการดำเนินงาน 1Q61 คิดเป็น 29% ของคาดการณ์ของเราเบื้องต้นเรายังคงประมาณการไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย DCF 125 บาท  บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบ 60 เหรียญต่อบาร์เรล จาก Sensitivity ของเราพบว่าทุก 1 เหรียญต่อบาร์เรลที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อมูลค่าของ PTTEP ประมาณ 2 บาทต่อหุ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด