ข่าวนี้ที่ 1

จีดีพีไทยโค้งสองโต 2.3% ต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี

จีดีพีไทยโค้งสองโต 2.3% ต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี

       สศช.เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/62 ขยายตัว 2.3% ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส หลังส่งออกติดลบ 4.2%  เซ่นพิษสงครามการค้า พร้อมหั่นเป้าจีดีพีทั้งปีเหลือโต 2.7-3.2% จากเดิม 3.3-3.8% ส่วนส่งออกคาดติดลบ 1.2% จากเดิมคาดโต 2.2% แต่ยังคงเป้าเงินเฟ้อ 0.7-1.2% ลุ้นแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

*** จีดีพี Q2 ขยายตัว 2.3% ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส     
     นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2/2562 ขยายตัว 2.3% ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.8% ซึ่งจีดีพีไตรมาส 2 นับเป็นอัตราการชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส หรือเกือบ 5 ปี  ขณะที่ครึ่งปีแรกจีดีพีขยายตัว 2.6%
    ขณะที่ตัวเลขส่งออกในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ติดลบ 4.2% ส่งผลให้ สศช.ปรับลดประมาณการปีนี้ลงเหลือติดลบ 1.2% จากเดิมคาดขยายตัว 2.2%  การนำเข้าไตรมาส 2 ติดลบ 3.4% และปรับลดคาดการณ์ปีนี้ลงเป็นติดลบ 1.6% จากเดิมคาด 3.5% สำหรับดุลการค้าไตรมาส 2 เกินดุล 5.7 พันล้านดอลลาร์ และปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 23 พันล้านดอลลาร์ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.1% และคงเป้าหมายทั้งปีที่ 0.7-1.2% 

*** ส่งออก-การเบิกจ่ายงบลงทุน ฉุด
     สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 2.3% และครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 2.6% มีสาเหตุจากการส่งออกในไตรมาส 2 ที่ปรับลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากมาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของทิศทางของมาตรการส่วนที่เหลือและการตอบโต้ที่อาจขยายขอบเขตมากขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวที่ล่าช้าของจำนวนนักท่องเที่ยว โดยไตรมาส 2 จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 1.1% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 1.8% โดยมีสาเหตุจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง 8.2% แม้ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)ในแหล่งท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งมองว่าสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนลดลง น่าจะมาจากความกังวลต่อแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจีนและการอ่อนค่าของเงินหยวน 
      นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่ชะลอลง ยังเป็นผลจากการเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งอัตราการเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณอยู่ที่ 14.4% ต่ำกว่า 17% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้อัตราการเบิกจ่ายในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณอยู่ที่ 41.7% ของงบลงทุนรวม ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่อยู่ที่ 45.2% 
    นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากปัญหาภัยแล้ง จากปัญหาฝนทิ้งช่วงและสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวและมันสำปะหลัง ปรับตัวลดลงและส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 

*** หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 2.7-3.2% หวังรัฐเร่งกระตุ้น 
    ทั้งนี้ สศช. ยังได้ปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ลดลงเหลือโต 2.7-3.2% โดยมีค่ากลางที่ 3% จากเดิมคาด 3.3-3.8% ขณะที่ปี 2563 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 3-4% โดยมีค่ากลางที่ 3.5%  
     ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เชื่อว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3-4 จะขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา และส่งผลให้ทั้งปีเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3% 
     “เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มองว่าจะเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในปีนี้แล้ว และมองว่าครึ่งปีหลังจะกลับมาขยายตัวได้ดี เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งด้านการบริโภค การจับจ่ายใช้สอยของเอกชน และการลงทุนภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ” นายทศพร กล่าว 

*** คาดการใช้จ่ายเอกชนโต 4.2%  การใช้จ่ายภาครัฐโต 2.2% 
    ปีนี้ คาดว่า การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.2% โดยในครึ่งปีหลังมองว่าจะขยายตัวได้ดี สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ และปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยลง รวมทั้งการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 
      ด้านการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคภาครัฐปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 2.2% สอดคล้องกับอัตราเบิกง่ายงบประจำในรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 79.9% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 75.4% 
     ด้านการลงทุนรวม คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% โดยคาดว่าการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวได้ 4% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.7%  

*** คาดค่าเงินบาทปีนี้ 30.70-31.70 บาทต่อดอลลาร์
      สำหรับสมมติฐานเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.7-3.2% นั้น ประกอบด้วย สมมติฐานด้านค่าเงินบาทที่คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 30.7-31.7 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปีก่อนนที่เฉลี่ยที่ 32.3 บาทต่อดอลลาร์ ตามทิศทางการผ่อนคลายนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักและประเทศสำคัญๆ ด้านราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 59-69 ดอลลาร์ต่อบาเรล 
    ปัจจัยที่สนับสนุนปี62 คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ การขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ การแก้ไขปัญหาด้านการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยว การดูแลเกษตรกร ปัญหาภัยแล้ง แรงงาน เอสเอ็มอีและเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการขับเคลื่อนการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว 
    ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่อยู่ในเกณฑ์สูงและมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจากภัยแล้ง 

*** แนะรัฐเร่งเครื่องส่งออกครึ่งปีหลังให้โตไม่ต่ำกว่า 3% 
       นายทศพร กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการส่งออกในครึ่งปีหลังให้สามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% โดยการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการกีดกันทางการค้า การใช้โอกาสจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดในสุกร และยกเลิกการผ่อนผันนำเจ้าสินค้าเกษตรภายใต้มาตรการกีดกันทางการค้าของจีน การอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เป็นต้น 
      ด้านการท่องเที่ยว เน้นการสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยให้ความสำคัญกับการเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวรายได้สูงในจีน การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว การส่งเสริมการขายในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลและรายได้สูง และการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยในประเทศมากยิ่งขึ้น 
      การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนประจำปีงบประมาณ 2562 ต้องไม่ต่ำกว่า 60% การเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี ให้มีอัตราการเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 70% และการเร่งรัดกระบวนการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ 2563 รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มการใช้กำลังการผลิตในประเทศไทย รวมทั้งชักจูงนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบให้ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย
 
       
 
 
 
 
 
 
 


 
 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด