ข่าวนี้ที่ 1

KTB-KBANK-SCB กระอัก! หนี้เน่าอสังหาฯพุ่งแรงสุด

KTB-KBANK-SCB กระอัก! หนี้เน่าอสังหาฯพุ่งแรงสุด

    "เอเซีย พลัส" ชี้ KTB-KBANK-SCB มีความเสี่ยงจากหนี้เสียอสังหาฯมากสุด หลัง NPL อสังหาฯปรับตัวขึ้นแรงกว่ากลุ่ม ด้านแบงก์รับเตรียมเข้มงวดปล่อยกู้มากขึ้น หลังพบขบวนการซื้อเก็งกำไร-กู้เงินเกินมูลค่าป่วนวงการ หวั่นขยายวงกว้าง แนะธปท.ออกมาตรการคุม พร้อมประเมินกำไรไตรมาส 3/61 กลุ่มแบงก์ ที่ 5.18 หมื่นลบ.โต 9.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

***โบรกฯชี้ KTB-KBANK-SCB เสี่ยงหนี้เสียอสังหาฯสุด

    บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส เผย หลังมีประเด็นหนี้เสียอสังหาริมทรัพย์พุ่งจากการเก็งกำไรของนักลงทุนบางกลุ่ม บริษัทได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัยของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบว่า ในช่วงปี 2555 จนถึงครึ่งแรกปี 2561 เติบโตราว 9.4% โดยเป็นการเติบโตของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 10 แห่งที่ฝ่ายวิจัยฯศึกษาอยู่ราว 7.6% เมื่อเจาะลึกเข้าไปดูคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2555 จนถึงครึ่งแรกปี 2561 พบว่า NPL บวกกับสินเชื่อ SM หรือ special mention loan ที่ค้างชำระตั้งแต่ 30-90 วัน มีโอกาสไหลตกชั้นไปเป็น NPLเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 14.4%
    โดยหุ้นที่ NPL จากสินเชื่อที่อยู่อาศัย บวกสินเชื่อ SM เร่งตัวขึ้นจนสูงกว่ากลุ่ม มี 3 ตัว ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เพิ่มจาก 2.94% เป็น 7.01% สูงกว่ากลุ่มที่เพิ่มจาก 3.87% เป็น 5.41% รองลงมาคือ ธนาคารกรไทย (KBANK) เพิ่มจาก 2.62% เป็น 6.75% และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพิ่มจาก 3.89% เป็น 5.20%
    ซึ่งในกรณี SCB นั้น แม้จะเห็น NPL สินเชื่อที่อยู่อาศัยเร่งตัวขึ้น แต่ไม่น่ากังวลนัก เนื่องจากระดับ 5.20% ยังต่ำกว่ากลุ่มที่ 5.41% รวมทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ SCB ชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ KTB หดตัวต่อเนื่องในปี 2559-2560 ส่วน KBANK ก็ชะลอตัวตั้งแต่ปี 2556

***แนะนำ BBL เด่นสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่ำ

    บล.เอเซียพลัส แนะนำหุ้น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นเด่น ราคาเหมาะสมปี 2561-2562 ที่ 220 บาท และ 233 บาท  และ ทุนธนชาต(TCAP) ราคาเหมาะสม 65 บาท และ 75 บาท ตามลำดับ
    ขณะที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ BBL ที่ราคาพื่นฐาน 218 บาท จากสินเชื่อเพื่อการลงทุนที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจและมีสัดส่วนที่สูงถึง 40% ของสินเชื่อรวม ขณะที่สินเชื่อที่พักอาศัยมีเพียง 10% ส่วนผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมจะได้รับการชดเชยจากการขายประกันให้กับ AIA
    ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นอสังหาฯ แนะนำเปลี่ยนลงทุนหุ้นอสังหาฯขนาดใหญ่ โครงสร้างผู้ถือหุ้นและฐานะการเงินแกร่ง แนะนำ GOLD ราคาพื้นฐาน 13.08 บาท  LH ราคาพื้นฐาน 12.8 บาท AP 10.50 บาท PSH 23.90 บาท

***กำไรกลุ่มแบงก์ Q3/61 แตะ 5.18 หมื่นลบ. 

    บล.เอเซีย พลัส ระบุอีกว่า ประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 3/61 ไว้ที่ 5.18 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 9.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกำไรจะถูกฉุดด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงตาม จากการเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์
    แต่ปัจจัยขับเคลื่อนสินเชื่อจะมีน้ำหนักชัดเจนในครึ่งปีหลัง จากการลงทุนภาคเอกชน ภาครัฐ รวมถึงการส่งออกที่ยังเติบโต ส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อในปี 61-62 บวกกับดอกเบี้ยมีทิศทางขาขึ้น หนุน NIM ของแบงก์

***แบงก์เข้มปล่อยกู้ หลังพบหนี้เสียพุ่ง

    นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) BAY กล่าวยอมรับกับ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ธนาคารตรวจพบปัญหาความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้หารือกันในสมาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานต่อธปท. โดยแนวทางการแก้ไข และป้องกันกลุ่มลูกค้าที่ตั้งใจเข้ามาทุจริต หรือ ใช้ช่องโหว่เข้ามาขอสินเชื่อ จะต้องรอหารือกับ ธปท. ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และ ธนาคารพาณิชย์ อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้
    ซึ่งปัจจุบันพบว่าเกิดขึ้นในธนาคารบางแห่งเท่านั้น จึงไม่ได้เกิดจากภาวะเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ทำให้ธนาคารต้องหันมาสกรีนลูกค้ามากขึ้นเพื่อไม่ให้ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงได้ได้รับผลกระทบ 

    ด้านนายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการจัดการใหญ่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารได้ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ หรือ สิ่งก่อสร้างแนวรถไฟฟ้าชานเมือง เพราะพบว่าความต้องการไม่ได้สูงเท่ากับจำนวนโครงการที่ผู้ประกอบการเปิด และกำลังซื้อลูกค้าไม่สูงนักทำให้เกิดหนี้เสียขึ้น แต่หากเป็นที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าในเมือง ยังพบว่ามีการเติบโต และ ลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

***พบทำเป็นขบวนการ หวั่นปัญหาลุกลาม

    แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เผย พฤติกรรมการซื้อเก็งกำไรหรือกู้เงินเกินมูลค่าอสังหาฯ นั้นพบว่ามีการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ยังมีการสอนวิธีการกันอย่างแพร่หลายทางสื่อสังคมต่างๆด้วย สร้างความเสียหายต่อธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากเป็นการจงใจทุจริตหากำไรจากการขอสินเชื่อ จึงทำให้ธนาคารต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อทำให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อาศัยอย่างแท้จริงไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งนี้หวังว่าทางธปท. จะมีมาตรการ หรือ วิธีการสกัดคนกลุ่มนี้ออกไปจากระบบ

***ORI ยันไม่กระทบเหตุมีราคาขายสูง

    นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า กรณีการให้สถาบันการเงินคุมเข้มสินเชื่อบ้านทำให้หนี้เสียในระบบไม่เพิ่มขึ้น ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะมาให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะช่วยคัดกรองในระดับหนึ่ง โดยการจะรับผ่อนดาวน์คอนโดมีเนียม 12-15% ของราคาขาย และสถาบันการเงินจะปล่อยเฉลี่ยที่ประมาณ 90%
    ส่วนประเด็นที่มีนักลงทุนซื้อใบจองคอนโดมีเนียมยกล็อตนำไปขายต่อในตลาด ถือว่าเป็นปัญหาต่ออุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1-2 ล้านบาท แต่ของบริษัทมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 ล้านบาท และหลีกเลี่ยงตลาดล่างในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ธปท. มาเข้มงวดก็ถือเป็นเรื่องที่ดี สนับสนุนให้ธปท. ออกมาตรการเพื่อกำกับดูแล







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด