ข่าวนี้ที่ 1

BGRIM จ่อซื้อโรงไฟฟ้า SPP มั่นใจรายได้ปีนี้โต 15-20%

BGRIM จ่อซื้อโรงไฟฟ้า SPP มั่นใจรายได้ปีนี้โต 15-20%

"บี.กริม เพาเวอร์"  มีแผนซื้อโรงไฟฟ้า SPP หลังอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 ราย กำลังผลิตรายละไม่ต่ำกว่า 100MW คาดมีความชัดเจนไตรมาส3/62 พร้อมเดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศต่อเนื่อง ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลม-ก๊าซธรรมชาติ ที่เวียดนาม โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเกาหลี 36 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในมาเลเซีย 100MW หวังดันกำลังผลิตแตะ 5 พันMW  ในปี 68 ตามเป้า ส่วนรายได้ปีนี้คาดโต 15-20% หลังมีโรงไฟฟ้า COD อีก 987 MW 

*** ซุ่มเจรจาซื้อโรงไฟฟ้า SPP 2-3 ดีล
    นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาซื้อโรงไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP)ในประเทศกับผู้ขายอยู่ 2 - 3 ราย  มีขนาดกำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์(MW)ต่อโรงไฟฟ้า  บริษัท คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในระยะเวลา 3 เดือนหรือไม่เกินไตรมาส 3/62
    
*** เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ
    ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความสนใจที่จะเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน โดยในประเทศเวียดนามบริษัทจะเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ต่อโรงไฟฟ้า
    นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาการความเป็นไปได้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเกาหลี จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 36 เมะวัตต์ 
     ?ส่วนความคืบหน้าการลงทุนเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในประเทศมาเลเซีย  เบื้องต้นคาดว่ากำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในเร็วๆนี้

***  เดินหน้าสู่เป้าหมาย 5 พัน MW ปี 68
     นางปรียนาถ  กล่าวว่า บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนหรือการเข้าซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อผลักดันสู่เป้าหมายการมีกำลังการผลิตรวมให้แตะ 5 พันเมกะวัตต์ ในปี 68  แต่จากการลงทุนที่ต่อเนื่องคาดว่ามีโอกาสที่บริษัทจะทำได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 
    "นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสนใจที่จะเข้าลงทุนโครงการก๊าซแอลเอ็นจี (LNG)ในประเทศนั้น หากมีเปิดเสรีการแข่งขัน เราก็มีความสนใจที่จะเข้าลงทุนด้วยเช่นกัน"นางปรียนาถ กล่าว เพิ่มเติม

*** มองช่วงที่เหลือปีนี้ผลงานโตโดดเด่น
     สำหรับภาพรวมผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีนี้ หรือตั้งแต่ไตรมาส 2/62 เป็นต้น บริษัทคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วงที่ของปีบริษัทจะไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเหมือนในไตรมาส 1/62  จึงทำให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องได้เต็มกำลัง 
    ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมอีก 987 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) ณ สิ้นปี 62 อยู่ที่ 3,063 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลักดันให้รายได้ในปีนี้เติบโตได้ 15 - 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้

***  โบรกฯ ยกเป็นหุ้น Top Pick  
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ?คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 39.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 5.5%, no terminal growth) BGRIM ยังคงเป็นหุ้น Top pick ในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ของเรา ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตมั่นคงกว่า 40% ต่อปี  CAGR 2018-22 หนุนโดยโรงไฟฟ้าที่มี PPA รองรับ ในขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานและมี Upside จากราคาเป้าหมายราว 27% เป็นระดับผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบความเสี่ยงธุรกิจที่ต่ำจากการมีสัญญา PPA รองรับระยะยาว นอกจากนี้ยังมี Active investment ในต่างประเทศกำลังการผลิตรวมอีกกว่า 800MW ซึ่งจะทราบความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปี 2019 เป็น Potential Upside
    ทั้งนี้ราคาปรับตัวขึ้นมาได้ดีราว 21% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่าน เรามองราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน โดย Key catalyst คือการต่ออายุโรงไฟฟ้าสำเร็จและ Potential projects ที่เพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยแม้ราคาในช่วง 1 เดือนล่าสุดจะลดลง 6% แต่เรามองเป็นเพียงการ Take profit ช่วงสั้นในภาวะตลาดผันผวนเท่านั้น
      บล.ทรีนิตี้  แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" มูลค่าพื้นฐานที่เหมาะสม 35 บาท  โดยมี Upside ไปถึงมูลค่าพื้นฐานได้อีกประมาณ 9.4 % โดยอ้างอิงจาก DCF บนสมมุติฐาน WACC ที่ 5.60% , Terminal growth ที่ 0% และกำลังอยู่ในระหว่างปรับประมาณการณ์เนื่องจากในช่วง 2Hเป็นต้นไปจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นจากโครงการลงทุนต่างๆ   ขณะที่มีความเสี่ยงจาก 1. ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มสูงขึ้น 2.การปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้านอกแผน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด