ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP ทุ่ม 1 ล้านลบ. ลงทุน"บงกช-เอราวัณ" เร่งหาพันธมิตรปี 67

PTTEP ทุ่ม 1 ล้านลบ. ลงทุน

        PTTEP ลงนามแบ่งผลประโยชน์ แหล่ง"บงกช - เอราวัณ"กับ "มูบาดาลา ปิโตรเลียม" ประกาศทุ่มงบลงทุน 1 ล้านลบ.ใน 10 ปี ยันเสนอขายราคาก๊าซต่ำไม่กระทบกำไร - เร่งหาพันธมิตรภายในปี 66-67 ฟาก ก.พลังงาน เตรียมเปิดประมูลสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยรอบใหม่ มิ.ย.นี้ คาดใช้เกณฑ์เดียวกัน  ยันส่วนลดค่าก๊าซถึง 5.5 แสนลบ.ส่งต่อให้ผู้บริโภคทั้งหมด  

*** PTTEP ลงนามแบ่งผลประโยชน์แหล่งบงกช -เอราวัณ  
 
   นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยในงานแถงข่าว "ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต แหล่งบงกช - แหล่งเอราวัณ"  ว่า ตามที่ PTTEP  ชนะประมูลยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งเอราวัณ) และ G2/61 (แหล่งบงกช) ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2561 นั้น บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (PTTEP ED) บริษัทย่อยของ PTTEP  ร่วมกับบริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contracts) ในแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) โดยมีสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 60 และร้อยละ 40 ตามลำดับ สำหรับในแปลง G2/61 (แหล่งบงกช) PTTEP ED ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต โดยมีสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 100 ทั้งนี้ PTTEP ED เป็นผู้ดำเนินการทั้งสองแปลง
    โดย PTTEP เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ในฐานะผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ความพร้อมในแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน และการสนับสนุนของภาครัฐช่วงเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการ บริษัทจะสามารถรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกชซึ่งกำหนดปริมาณการผลิตขั้นต่ำที่ 800 และ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามลำดับในระหว่างปี 2565 และ 2566 จนถึงปี 2575

*** ใช้งบลงทุน 1 ล้านลบ. ใน 10 ปี ไม่ต้องใช้เงินกู้
    นายพงศธร กล่าวอีกว่า  ?บริษัทจะใช้เงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ จำนวน 1ล้านล้านบาท ภายในช่วงระยะเวลา10ปี โดยแบ่งเป็นการลงทุนแหล่งบงกช ประมาณ 3-4 แสนล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 6-7ล้านบาท ใช้ลงทุนแหล่งเอราวัณ โดย บริษัทมีเงินทุนสำรองเพียงพอ และจะนำเงินที่ได้จากการเริ่มบริหารงานของทั้งสองแหล่งดังกล่าว โดยที่ไม่มีความจำเป็นจะใช้เงินกู้
    ทั้งนี้หลังจากที่ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต แล้ว จากนั้นจะต้องทำการยื่นแผนงานให้กับหน่วยงานของรัฐภายในระยะเวลา45วัน โดยเบื้องต้นในช่วง2-3ปีอาาจจะต้องมีการปรับแก้ไขงบลงทุนในช่วง5ปี เพราะว่าจะต้องยื่นแผนลงทุนในการดำเนินโครงการแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ

*** ยันเสนอขายราคาก๊าซต่ำไม่กระทบกำไร - เร่งหาพันธมิตร  
    กรณีที่บริษัทมีการเสนอราคาขายก๊าซในระดับต่ำ จึงทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าเป็นราคาที่ต่ำจนเกินไป นายพงศกร ชี้แจงว่า โดยบริษัทยืนยันว่าภาพรวมของกำไรจะไม่ลดลง แต่ต้นทุนต่อหน่วยอาจตะลดลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจะต้องผลิตให้ได้ปริมาณมาก ขณะเดียวกันเชื่อว่าเมื่อบริษัทดำเนินการแหล่งบงกช และเอราวัณไปพร้อมๆกันจะข่วยลดต้นทุนการบริหารงานได้กว่า 20-25%
    โดยส่วนตัวนั้น เชื่อว่าการดำเนินโครงการแหล่งปิโตรเลียมจะต้องมีผู้ร่วมทุนในโครงการให้ครบ จำนวน 3 ราย ดังนั้นจึงไม่ปิดโอกาสที่จะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมดำเนินการด้วย ทั้งนี้คาดในปี 66-67 ถึงจะมีความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว
    ทั้งนี้ประเมินว่าไม่เกินไตรมาส2/61 จะอนุมัติการลงทุนในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ และโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน จะประกาศการลงทุนภายในเร็วๆนี้ ซึ่งเฟส 1 จะใช้เงินลงทุนในส่วนที่บริษัทถือหุ้นจำนวน 800ล้านเหรียญสหรัฐฯ    

*** ก.พลังงาน เตรียมเปิดชิงแหล่งก๊าซรอบใหม่ มิ.ย.นี้    
     นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทย (แหล่งเอาราวัณ - บงกช) ว่า กระทรวงฯ เตรียมเปิดให้ประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยรอบใหม่ ภายในเดือนมิ.ย. 2562  โดยรูปแบบการเปิดยื่นข้อเสนอครั้งใหม่   จะอยู่ในรูปแบบของระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC)  และน่าจะใช้เกณฑ์เดียวกับการประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณ รวมถึงการกำหนดให้ภาครัฐถือหุ้น 25% ในแหล่งปิโตรเลียม 
    " ได้มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงฯพิจารณาแปลงต่างๆ ในอ่าวไทย เพื่อเปิดประมูลรอบใหม่   มิถุนายนนี้ น่าจะมีประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการยี่นข้อเสนอ รูปแบบน่าจะเหมือนกับแหล่งบงกชและเอราวัณที่ผ่านมา "นายศิริ กล่าว

*** ยันส่วนลดราคาก๊าซ 5.5 แสนลบ. ส่งคืนให้ผู้บริโภคทั้งหมด   
    นายศิริ  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณที่ผ่านมา  ประมูลได้ราคาค่าคงที่สำหรับราคาก๊าซฯที่ 116 บาท/ล้านบีทียู ทำให้มีส่วนลดราคาก๊าซฯราว 5.5 แสนล้านบาท ตลอด 10 ปี ซึ่งส่วนลดดังกล่าวจะส่งต่อไปยังผู้บริโภคทั้งหมด แบ่งเป็น ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีเงินส่วนลดเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับ LPG เพื่อสร้างเสถียรภาพราคา LPG ได้ราว 1 บาท/กิโลกรัม , ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) วงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ราคา NGV ลดลงราว 0.50-1.00 บาท/กิโลกรัม และปิโตรเคมี วงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีต้นทุนที่แข่งขันได้ ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท จะเป็นส่วนลดสำหรับราคาค่าไฟฟ้า คาดว่าจะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงราว 15-20 สตางค์/หน่วย จากเดิมที่ 3.6 บาท/หน่วย มาอยู่ที่ 3.4 บาท/หน่วย อีกทั้งผลจากการที่มีการผลิตก๊าซฯในปริมาณที่มากพอจะสร้างความมั่น คงด้านพลังงาน เป็นพื้นฐานในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ก๊าซฯในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ ปี 2561-2580 (PDP 2018) จาก 30% เป็น 53% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า
    โดยหลังจากนี้ภายใน 45 วันกลุ่มผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตดังกล่าวจะต้องส่งแผนงานภายในปีแรกที่ จะเข้าดำเนินการ ซึ่งตามกำหนดจะต้องรักษาระดับการผลิตจากทั้ง 2 แหล่งให้อยู่ในอัตรารวม 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน  ส่วนการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมนั้น สำหรับแหล่งเอราวัณ ปัจจุบันมีการรื้อถอนแล้ว 8 แท่น ส่วนแหล่งบงกช ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งผู้ประกอบการรายใหม่และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะรวมกันศึกษา ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 63
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด