ข่าวนี้ที่ 1

TKN หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 5-7% ยอดขายตลาดจีนซบ

TKN หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 5-7% ยอดขายตลาดจีนซบ

    "เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง" หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 5-7% จากเดิม 10-12%  หลังตลาดจีนชะลอ เพราะผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ยังอยู่ระหว่างทำการตลาด แต่มั่นใจกำไรสุทธิปีนี้โตกว่า 7% หลังเน้นควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง หวังยอดขายตลาดสหรัฐฯปีนี้ถึงจุดคุ้มทุน เริ่มมีกำไรปี 63 หวังยอดขายปี 67 แตะ 2 พันลบ.ลุยใช้เงินลงทุนปีนี้ 200 ลบ. โบรกฯหั่นกำไรและราคาพื้นฐานเหลือ 7.50 บ. ระบุยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว

*** หั่นรายได้ปีนี้เหลือ 5-7% หลังตลาดจีนวูบ

    นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN กล่าวว่า ปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้เหลือโต 5-7% จากเดิม 10-12% หลังภาพรวมยอดขายในตลาดจีนชะลอตัวโดยยอดขาย Q1/62 ปรับตัวลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเปลี่ยนตัวแทนผู้จัดจำหน่าย (Distributor)  ในจีน 1 ราย ซึ่งระหว่างนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาและทำการตลาดร่วมกับ TKN โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นยอดขายดีขึ้นในช่วงปลาย Q2/62
    ปัจจุบันในประเทศจีนมีตัวแทนจำหน่าย 3 ราย ในกวางโจว , เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหาผู้จัดจำหน่ายในจีนเพิ่มในแต่ละเมือง เพื่อกระจายการขายที่คลอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการรุกตลาดผ่านช่องทางออนไลน์

*** คาดกำไรสุทธิปีนี้โตกว่า 7% หลังควบคุมต้นทุน

    นายอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า แม้ปรับรายได้ลงเหลือโตเพียง 5-7% แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะโตกว่า 7% เพราะไปโฟกัสการทำกำไรมากกว่ารายได้ ทั้งปรับความต้องการขายลดลงให้ตรงกับความต้องการซื้อ ปรับค่าใช้จ่ายลง เช่น สต็อกสาหร่ายที่มีต้นทุนลดลง 10-15% ซึ่งสามารถใช้ได้ถึงเดือนกรกฎาคม 63

*** ธุรกิจในสหรัฐฯเริ่มมีกำไรปี 63-คาดยอดขายปี 67 แตะ 2 พันลบ.
    
    ด้านยอดขายในสหรัฐฯ คาดว่าในปีนี้จะเริ่มถึงจุดคุ้มทุน (Break Event) และเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป หลังจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ทั้งการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับ COSCO ซึ่งคาดว่าจะมียอดคำสั้งซื้อเข้ามาช่วงปลาย Q2/62 ประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน และช่องทางการขายอื่นๆอีกหลายราย ซึ่งภายในปี 2567 คาดว่าจะมียอดขายในสหรัฐฯ แตะ 2,000 ล้านบาท โดยภายในปีเดียวกันคาดว่ายอดขายจากจีนจะมีเข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ประเทศเป็น 5,000 ล้านบาท
    ส่วนยอดขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ตลาดอินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมถึงกลุ่ม CLMV ในช่วง Q1/62 ที่ผ่านมายังมีอัตราการเติบโตดี ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ ยังคงรุกขยายตลาดกลุ่มนี้ต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อลดการพึ่งพายอดขายจากจีน ทั้งนี้ปัจจุบันมียอดขายในประเทศไทย 43% , จีน 35% และประเทศอื่นๆ 22%

*** ใช้เงินลงทุนปีนี้ 200 ล้านบาท

    ปีนี้ยังคงงบลงทุน 200 ล้านบาท แบ่งเป็น 100 ล้านบาท ใช้ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักร และอีก 100 ล้านบาท ใช้สำหรับลงทุนเครื่องจักรใหม่ และการจิจัยและพัฒนา (R&D) ส่วนงบการตลาดใช้ประมาณ 5-7% ของยอดขายรวม

*** บล.เคทีซีมิโก้ แนะขาย ให้เป้า 9.10 บาท

    บล.เคทีซีมิโก้ มอง กำไร 1Q19 น่าผิดหวัง แม้ฟื้นตัวแรง QoQ แต่ยังคงลดลง YoY จากยอดขายจีนที่ยังคงหดตัวและรอผู้แทนจำหน่ายรายใหม่เพิ่มอัตราการซื้อเพื่อทดแทนผู้แทนจำหน่ายรายเดิมที่ยกเลิกสัญญากันไปในปี 2018 ซึ่งยังเป็นความเสี่ยงต่อยอดขายและอัตรากำไรของ TKN รวมทั้งค่าใช้จ่ายดำเนินงาน/ยอดขายที่สูง ทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจึงต้องปรับลดประมาณการกำไรปี 2019-20E ลง 17% และ 15% ได้มูลค่าพื้นฐานใหม่ 9.10 บาท (อิง PER 25 เท่า) ราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน ระยะสั้นแนะนำขายออกไปก่อน

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เล็งทบทวนประมาณการ-ราคาพื้นฐาน

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คำแนะนำ อยู่ในช่วงการทบทวนประมาณการและราคาพื้นฐาน มองกำไร 1Q62 ต่ำกว่าคาด และน่าผิดหวัง กำไรหลัก 1Q62 เป็น 81 ลบ. (-47% y-o-y, +228% q-o-q) ต่ำกว่าตลาดคาด ทั้งนี้รายได้ลดลง 1% y-o-y ซึ่งส่งออกต่ำลง 7.5% แต่ชดเชยด้วยยอดขายในประเทศเพิ่ม 12% สาเหตุที่ยอดส่งออกลดลงมาจากจีนเป็นส่วนใหญ่ -18% y-o-y เพราะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจกับผู้กระจายสินค้ารายใหม่ ซึ่งกำลังพยายามเพิ่มยอดการจำหน่าย ด้านอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเล็กน้อย เพราะควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ส่วนผลดีของต้นทุนสาหร่ายที่ต่ำลง จะเริ่มเห็นตั้งแต่ 2Q62 เป็นต้นไป ด้านสัดส่วนค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบรายได้เพิ่ม y-o-y ผลพวงจากการออกสินค้าใหม่ และค่าใช้จ่ายการตลาดในตลาดต่างประเทศ

*** บล.เคจีไอ ลดราคาเป้าหมายเหลือ 7.5 บาท

    บล.เคจีไอ ปรับลดราคาเป้าหมายปี 62F ลงเหลือ 7.5 บาท (P/E ที่ 25x) คิดว่าราคาหุ้น TKN ไม่สมควรจะมีพรีเมี่ยมในช่วงที่มีการปรับแผนธุรกิจในจีนซึ่งจะทำให้แนวโน้มระยะยาวของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ เรายังไม่เห็นว่ารายได้จากสินค้าอื่น/ตลาดอื่นจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญพอที่จะมาชดเชยรายได้ที่ชะลอตัวจากตลาดจีนได้ เราใช้ P/E ที่ 25x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายที่ 7.5 บาท (ลดลงจาก 8.0 บาท) ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะตกลงมา แต่เราก็ยังไม่เห็นแววว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในเร็วๆ นี้

*** 'อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์' หลุดโผ 50 มหาเศรษฐีไทย

    นิตยสารฟอร์บส ไทยแลนด์  เปิดเผยว่า หลังจากจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 62 จากข้อมูลทางการเงินและการถือครองหุ้นไปแล้ว พบ "อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ " เจ้าของเถ้าแก่น้อย  ที่หลุดออกจากโผ 50 มหาเศรษฐี ซึ่งเกิดจากปัญหาธุรกิจที่ชะลอตัว
    นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เคยเข้ามาติดทำเนียบคนรวยที่สุดของไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 และเมื่อปี 2561 เขาอยู่ในอันดับที่ 50 ของลิสต์เศรษฐีไทย  อย่างไรก็ตาม มาร์เก็ตแคปของหุ้น TKN ลดลงไปในปีที่ผ่านมา โดย ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ได้ลดลงเหลือ 1.55 หมื่นล้านบาท จากสถิติสูงสุดที่ TKN เคยมีมาร์เก็ตแคปสูงถึง 2.88 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้รวมปี 2561 อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 8% แต่กำไรสุทธิที่ทำได้ 459 ล้านบาทนั้นลดลงถึง 24% เนื่องจากปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทมีการเติบโตแต่ยอมรับว่าตลาดในประเทศได้รับผลกระทบเมื่อนักท่องเที่ยวจีนลดลงในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนของปี 2561 ส่วนตลาดต่างประเทศมีปัญหาการผิดสัญญาของผู้แทนจำหน่ายรายหนึ่งในประเทศจีนซึ่งทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ ทำให้มีค่าทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
 



Tags:

TKN




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด