ข่าวนี้ที่ 1

KTB-TISCO ประสานเสียง NPL ผ่านจุดสูงสุด!

KTB-TISCO ประสานเสียง NPL ผ่านจุดสูงสุด!

     ธ.กรุงไทย ลั่นหนี้เสียพ้นจุดสูงสุดไปแล้วใน Q2/61 เชื่อครึ่งปีหลังผลงานดีกว่าครึ่งปีแรก หลังปรับพอร์ตสินเชื่อได้ตามแผน ส่วนทิสโก้ฯ ปลื้มหนี้เสียเข้าโหมดปกติ มั่นใจงบ Q3 แจ่ม ด้านโบรกฯ เสียงแตก 3 ค่าย แนะซื้อ KTB แต่อีก 3 ค่ายแนะถือ เหตุยังไม่มั่นใจทิศทางเอ็นพีแอล

*** KTB คาดผลงานครึ่งปีหลังดีขึ้น
    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ( KTB) กล่าวว่า  ผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยธนาคารหวังว่าการดำเนินงานจะยังมีเสถียรภาพต่อเนื่อง หลังปรับพอร์ตสินเชื่อเป็นไปตามทิศทางที่วางไว้ แม้ว่าการแข่งขันกันรุนแรง และ ดอกเบี้ย MRR ของธนาคารยังต่ำสุดในอุตสาหกรรม พร้อมยังคงเป้าสินเชื่อรวมปีนี้เติบโต 6-7%
    "เราหวังว่าจะยังมีเสถียรภาพต่อเนื่อง จากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เพราะเราปรับพอร์ตสินเชื่อให้เป็นไปตามทิศทางที่วางไว้ โดยสินเชื่อรวมปีนี้เรายังไม่ปรับเป้าหมาย ยังคงเดิมที่ 6-7% หลังสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น ยกเว้นกลุ่มโรงสี และ สหกรณ์ที่ยังมีปัญหา แม้จะกระทบกำไรบ้างในช่วงต้นปี แต่เราต้องยอมรับความจริง และเราไม่ต้องการซื้อเวลา" นายผยง กล่าว

*** ชี้เอ็นพีแอลผ่านจุดพีคสุดแล้ว 
    นายผยง  กล่าวต่อว่า สำหรับการตั้งสำรองในช่วงที่เหลือของปีนี้จะยังเป็นไปตามปกติ และรองรับมาตรฐาน IFRS9 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยธนาคารจะตั้งสำรองไตรมาสละ 5-6 พันล้านบาท ขณะเดียวกันธนาคารต้องการรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อคุณภาพ (coverage ratio)ไม่ให้ต่ำกว่า 120% จากในอดีตที่อยู่ 110% โดยไตรมาส 2/61 อยู่ที่ 128%
    ส่วนสถานการณ์เอ็นพีแอล มองว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งสัดส่วนเอ็นพีแอลสุทธิ (หักเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้ว) อยู่ที่ 1.88% แม้ว่ายังมีกลุ่มโรงสีที่ยังทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารใช้กลไกระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าเข้ามาดูแล ทำให้การบริหารคุณภาพหนี้ยังมีประสิทธิภาพ และเอ็นพีแอลสุทธิ น่าจะเริ่มลดลง แม้ว่าทางเอ็นพีแอลกรอส (ยังไม่หักหักเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้ว) จะยังเพิ่มขึ้น
    นายผยง ยอมรับว่า แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะมีทิศทางลดลงต่อเนื่องในไตรมมาส 3/61 ผลจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม อยากให้มองสองมุมทั้งฝั่งรายได้และค่าใช้จ่ายซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงก็จริง แต่อีกมุมหนึ่งต้นทุนของธนาคารลดลงเช่นกัน เพียงแต่อาจจะเห็นผลบวกได้ช้ากว่าการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียม

***TISCO คาดผลงาน Q3/61ดีขึ้น-หนี้เสียเริ่มปกติ 
    นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการจัดการใหญ่ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการ Q3/61 จะดีขึ้น หลังสถานการณ์เอ็นพีแอลจะกลับมาเป็นปกติ คาดว่าสิ้นปีนี้จะควบคุมให้อยู่ระดับเดียวกับปัจจุบันที่ 2.5% โดยลูกหนี้เอสเอ็มอี 1 รายที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ มั่นใจว่าจะกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้ภายในปีนี้แน่นอน 
    สำหรับภาพรวมสินเชื่อของทั้งปีอาจจะไม่เติบโต เพราะมีการโอนพอร์ตลูกค้าบัตรเครดิต มูลค่า 2,000 ล้านบาท ไปให้ธนาคารซิตี้แบงก์ แต่ไม่ใช่ประเด็นที่ธนาคารเป็นกังวล เพราะได้ให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพหนี้ และส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) มากกว่า ทั้งนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท

*** 3 ค่ายแนะ "ซื้อ" KTB เป้าสูงสุด 21.80 บาท   
    บล.บัวหลวง คาดกำไรไตรมาส 3/61 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูง YoY เนื่องจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ที่ลดลงอย่างมาก จึงปรับลดสมมติฐานการตั้งสำรอง พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 18.7% จาก 2.19 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท  นอกจากนี้ การเลื่อนกำหนดการของ IFRS9 จะหนุนให้ KTB ชะลอการตั้งสำ
รองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวอย่างมากในช่วงครึ่งหลังปี 2561 และปี 2562 ซึ่งได้แรงหนุนจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ (นอกจากนี้เราคาดว่าสินเชื่อรัฐวิสาหกิจจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้น) 
    ราคาหุ้นยังคงไม่แพงนัก ด้วยค่า PBV ปี 2561 ที่ 0.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.15 เท่า ดังนั้น  จึงปรับเพิ่มคำแนะนำของ KTB จาก ขาย เป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 ที่ 21.80 บาท อ้างอิงจากค่า PBV ณ สิ้นปี 2561 ที่ 1.0 เท่า 
    บล.ฟิลลิป คงประมาณการ คงราคาพื้นฐาน 19.40 บาท แนะนำ ทยอยซื้อ คงประมาณการกำไรปี 61 ไว้ที่ 29.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% YoY โดยการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรอง ทำให้กำไรเพิ่มสูงขึ้นมาก มองว่า KTB นั้นน่าจะได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่น่าจะทยอยออกมาเรื่อยๆ  
    บล.ทรีนีตี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท ครึ่งปีหลังคาดว่าแนวโน้มสินเชื่อที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้จะยังทรงตัวได้ เนื่องจากสัดส่วนเอ็นพีแอลที่เพิ่มในไตรมาส 2 นั้นมาจากการจัดชั้นเชิงคุณภาพ ซึ่งเรามองว่าการก่อตัวของเอ็นพีแอลใหม่ยังมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้สำรองหนี้ปกติยังทรงตัวได้ และด้วยสัดส่วนเอ็นพีแอล Coverage Ratio ในปัจจุบันไม่ได้มีแรงกดดันให้ธนาคารต้องเร่งตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติม ประเมินราคาเป้าหมายปี 2561 ที่ 21 บาท อิง PBV 0.96 เท่า  คงคำแนะนำ "ซื้อ" 
 
*** อีก 3 ค่ายแนะแค่ "ถือ" KTB ไม่มั่นใจทิศทางเอ็นพีแอล
    บล.เคทีบี คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 คาดมีแนวโน้มตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังปีนี้  กำไรสุทธิใน ครึ่งปีแรกคิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปี แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY เนื่องจากยังคงมีความกังวลว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ KTB น่าจะมีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น เพราะ เอ็นพีแอลยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  คงคำแนะนำ "ถือ" มูลค่าเหมาะสมที่ 19.30 บาท อิง P/BV ที่ 0.88 เท่า เทียบเท่า - 1SD ย้อนหลัง 5 ปี เนื่องจาก KTB เป็นธนาคารที่มี Coverage Ratio ที่น้อยที่สุดทำให้มีความเสี่ยงในการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ประกอบกับเอ็นพีแอลยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง 
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท คงคำแนะนำ ถือ คาดแนวโน้มกำไรในช่วง ครึ่งปีหลังน่าจะชะลอลงจากครึ่งปีแรก จากค่าใช้จ่ายสำรองฯ ที่น่าจะมากกว่าครึ่งปีแรกจาก เอ็นพีแอล ที่ยังมีปริมาณมากอยู่ดังนั้น คาดน่าจะมีการ Write-off และ Sell มากกว่าครึ่งแรกของปี จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 2.36 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 5% YoY คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท คงคำแนะนำ ถือ
    บล.แลนด์ แอนดื เฮ้าส์  แนะ "ถือ" หลังปรับประมาณการราคาเป้าหมายลง จากการปรับสมมติฐาน Long term ROE จาก 10% เหลือ 9.5% และปรับ Long term Growth (LTG)จาก 6% เหลือ 5% จะได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.60 บาท โดยอิง P/B ที่ 0.9 เท่า จึงแนะนำเพียงถือ เนื่องจากมีอัพไซด์เหลือเพียง 8% 
        
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด