ข่าวนี้ที่ 1

FETCO กุมขมับ!เลิก LTF หวั่น 3.9 แสนลบ.ไหลออกจากหุ้น

FETCO กุมขมับ!เลิก LTF หวั่น 3.9 แสนลบ.ไหลออกจากหุ้น

" สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO)" เตรียมแผนรับมือเงิน 3.9 แสนล้านบาท ไหลออกจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) หลังคลังไม่ต่ออายุการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะสิ้นสุดปี 62 หวั่นตื่นตระหนกเงินไหลออกจนกระทบภาพรวมตลาดหุ้น เล็งออกกองทุนใหม่ทดแทน เน้นดึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง เข้าตลาดทุน คาดชัดเจนปีนี้ พร้อมเล็งขอแก้กฎหมายเปิดทาง "สมาคม- มูลนิธิ-สหกรณ์" เข้าลงทุนตลาดหุ้นได้ หวังเพิ่มฐานนักลงทุนสถาบัน

*** หาแผนรับมือเงินไหลออกจาก LTF
    นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย  (FETCO) เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมศึกษาหาแนวทางรองรับเม็ดเงินที่จะไหลออกจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)โดยข้อมูล ณ ก.ย. 61 มียอดลงทุนรวมประมาณ 3.9 แสนล้านบาท  ในขณะที่แต่ละปี จะมีมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาใน LTF เฉลี่ย 7-8 หมื่นล้านบาท  ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางป้องกันการตื่นตระหนกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เหมือนกรณีสหรัฐฯยกเลิกมาตรการ QE

*** เล็งตั้งกองทุนใหม่แทน LTF
    นายไพบูลย์ ยังกล่าวอีกว่า เตรียมศึกษาตั้งกองทุนรูปแบบใหม่ เพื่อทดแทน  LTF ที่จะหมดอายุโครงการในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นปี  62  หลังรัฐบาลขยายเวลาการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยเปลี่ยนเงื่อนไขจากถือหน่วยลงทุน 5 ปีปฎิทินเป็น 7 ปีปฎิทิน  และจะสิ้นสุดในปี 62 และมีแนวโน้มจะไม่ขอต่ออายุโครงการอีก   เนื่องจากมองว่าควรเปลี่ยนรูปแบบกองทุนใหม่ เน้นดึงฐานผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย เข้าสู่ตลาดทุน  ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธ์ศาสตร์ ที่จะผลักดันให้ประชาชนทุกระดับใส่ใจการลงทุนระยะยาว เพราะที่ผ่านมา LTF ถูกมองว่า เอื้อประโยชน์  และกระจุกตัวแก่ผู้มีรายได้ปานกลาง-สูงมากกว่า 
    ทั้งนี้การศึกษาจัดตั้งกองทุนใหม่ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จะร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ และ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน   คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้

*** เปิดทาง "สมาคม-มูลนิธิ-สหกรณ์" ลงทุนหุ้น
    นอกจากนี้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อหน่วยงานภาครัฐเพื่อขอแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้ สมาคม  มูลนิธิ และสหกรณ์ ให้สามารถลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น เช่น การอนุญาตให้มีการลงทุนผ่านกองทุนรวมได้ เพื่อเพิ่มฐานนักลงทุนสถาบันระยะยาว ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนไทยไม่ถึง 10% ของมาร์เก็ตแคป
      "สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ เป็นองค์กรที่มีเงินเย็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถลงทุนในตลาดทุนได้ เพราะติดข้อกฎหมาย ซึ่งเรามองว่าเงินเหล่านั้นน่าจะมีประโยชน์และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากเข้ามาอยู่ในตลาดทุน อย่างน้อยสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ก็ยังดี ซึ่งปัจจุบันองค์กรเหล่านี้ลงทุนไม่ได้เลย" ไพบูลย์ กล่าว
    ขณะเดียวกันเตรียมจะสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อลดภาระและให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น แก้ไข พ.ร.บ. บริษัทมหาชน เกี่ยวกับการเพิ่มช่องทางโฆษณาอื่นนอกจากหนังสือพิมพ์  การส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  การเรียกประชุมกรรมการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

*** ตั้ง Analyst Academy เพิ่มนักวิเคราะห์ 
    สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ยังเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนเพื่อจัดตั้ง Analyst Academy เพื่อเพิ่มบุคลากรนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันจำนวนนักวิเคราะห์ลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของบทวิเคราะห์ในระยะยาว 
     ทั้งนี้หากพิจารณาข้อมูลช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ในปี 51 มีนักวิเคราะห์ 340 ราย มี บจ. 629 บริษัท แต่ ปัจจุบันเหลือนักวิเคราะห์ 280 ราย แต่มี บจ.ถึง 757 บริษัท และมีหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนอีกหลายประเภทที่เกิดขึ้นมาใหม่ แต่ยังไม่มีนักวิเคราะห์เพียงพอ
      "เรื่อง  Analyst Academy พูดมาหลายปีแล้ว ทุกคนเห็นด้วย แต่พอเข้าเรื่องเงินทุน ประเด็นนี้ก็จะเงียบหายไป ซึ่งเรื่องนี้ควรให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและคุณภาพของการวิเคราะห์การลงทุนในตลาดทุนไทย ผมจะลองผลักดันเรื่องนี้อีกครั้ง ที่จริงกองทุนพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ถือว่าเป็นแหล่งทุนที่ตรงวัตถุประสงค์ แต่ติดที่กระบวนการจัดตั้งกองยังไม่แล้วเสร็จ โดยจะลองนำเสนอต่อหน่วยงานอื่นๆ ในตลาดทุนต่อไป"  

*** ยูโอบี มองเงินเทเข้า RMF แทน
    นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า   จากกรณี ที่ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย  เตรียมศึกษาตั้งกองทุนรูปแบบใหม่ทดแทน   LTF   ที่จะหมดอายุโครงการสิ้นปี 62 คาดว่าจะส่งผลให้เม็ดเงินที่ต้องการลดหย่อนภาษีในการลงทุนกองทุน ไหลเข้าไปในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แทน แต่เชื่อนักลงทุนบางส่วนจะยังคงถือครองหน่วยในกองทุน LTF ต่อแม้จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี เพราะมองว่าการลงทุนใน LTF เป็นช่วงระยะเวลาสั้น 5-7 ปีและยังให้ผลตอบแทนที่ดี  
      ส่วนการหารูปแบบกองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีแทนกอง LTF ว่า ควรลองศึกษา โครงการ 5 ขั้นมั่นใจการลงทุน ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพราะรูปแบบโครงการดังกล่าวค่อนข้างเหมาะสมกับกลุ่มนักลงทุนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ของ FETCO ที่มองว่า LTF หนุนนักลงทุนกลุ่มระดับกลางถึงบนมากเกินไป  

*** หนุนมูลนิธิ-สหกรณ์ ลงทุนหุ้น
    นอกจากนี้มองว่าหากการสนับสนุน ให้กลุ่มสมาคม  มูลนิธิ และสหกรณ์ สามารถเข้าลงทุนในตลาดทุนได้จริง  จะเป็นผลดี ทั้งต่อผู้ลงทุน และจะช่วยหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดทุนเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันนักลงทุนมีความเข้าใจการลงทุนในตลาดทุน และจะช่วยหนุนให้นักลงทุนกลุ่มนี้มีแรงจูงใจเข้ามาตลาดทุน แต่อาจจะต้องแก้กฎหมายหลายข้อ เนื่องจากแต่ละองค์กรมีข้อจำกัดในการลงทุนที่แตกต่างกัน  
    "เชื่อว่านักลงทุนที่เคยลงทุนกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีจากเดิมเลือกกองที่มีระยะเวลาน้อยๆก่อนอย่าง LTF หรือเลือกลงทุนเพียงครึ่งเดียว จะหันมาลงทุนใน RMFเต็มจำนวนมากขึ้น แต่บางส่วนคงถือต่อเพราะยังอยากลงทุนหุ้นเพื่อผลตอบแทนไม่ใช่เพื่อลดภาษี ด้านตลาดบลจ.เองอาจออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อทดแทนหรือดึงความน่าสนใจมากขึ้น " นางสาวรัชดากล่าว 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด