ข่าวนี้ที่ 1

SCB รับทรัพย์ 9.3 หมื่นลบ. ขาย SCB Life จ่อนำเงินซื้อกิจการ

SCB รับทรัพย์ 9.3 หมื่นลบ. ขาย SCB Life จ่อนำเงินซื้อกิจการ

       ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดดีลขายธุรกิจประกันชีวิต SCB Life ให้กลุ่ม FWD มูลค่า 9.27 หมื่นลบ. เตรียมบันทึกกำไรภายในปีนี้ ระบุดีลคุ้มค่า เหตุหลังขายแล้วยังเป็นตัวแทนจำหน่ายผ่านสาขาแบงก์ อีก 15 ปี กำไรดีกว่าทำเอง ด้านซีอีโอเผยเล็งนำเงินซื้อกิจการ โตแบบ"Inorganic" เน้นด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก ส่วนวงการคาด ขาย SCB Life จะมีกำไรหลังภาษีราว 4 หมื่นลบ. ดันอัพไซด์หุ้นสูงสุดราว 13 บาท ลุ้นจ่ายปันผลพิเศษ 


*** SCB ปิดดีลขาย SCB Life ให้กลุ่ม FWD มูลค่า 9.27 หมื่นล้านบาท 
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ว่า ธนาคารได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น ซึ่งมีผลผูกพันเพื่อการขายหุ้นที่ธนาคารถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SCB Life ให้แก่กลุ่มเอฟดับบลิวดี (FWD Group Financial Services Pte. Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทางด้านประกันชีวิตในเอเชีย 
    โดยภายหลังการซื้อขายหุ้นดังกล่าวแล้วเสร็จ ธนาคารและ SCB Life จะเข้าทำสัญญาจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านธนาคารระยะยาว โดยการเข้าทำรายการครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือด้านประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์
    ในความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารจะเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของเอฟดับบลิวดี ให้แก่ลูกค้าของธนาคารผ่านช่องทางจัดจำหน่ายต่าง ๆ ของธนาคารเป็นเวลา 15 ปี โดยภายใต้ข้อกำหนดของสัญญา ธนาคารจะได้รับค่าตอบแทนทั้งหมดเป็นจำนวน 9.27 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารจะยังได้รับค่าตอบแทนสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตลอดช่วงระยะเวลาความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านธนาคาร

*** ชงผู้ถือหุ้นอนุมัติ คาดแล้วเสร็จภายในปี 62
    การทำสัญญาข้างต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น อาทิ การได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องและการได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของธนาคาร โดยภายหลังการทำรายการแล้วเสร็จ ลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ของ SCB Life จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ลูกค้าจะยังคงได้รับผลประโยชน์ ความคุ้มครอง รวมถึงบริการอย่างต่อเนื่องดังที่กำหนดในกรมธรรม์ อีกทั้งกรมธรรม์ของ SCB Life จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยเอฟดับบลิวดี

***SCB คาดบุ๊คกำไรขายประกันภายในสิ้นปีนี้ ยังไม่เผยตัวเลข 
    นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร SCB เปิดเผยในงานแถลงข่าว “SCB’s Strategic Move 2019” ว่าความร่วมมือดังกล่าวอยู่ระหว่างการเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย โดยในขั้นตอนต่อไป คือ การเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร และ เสนอต่อผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติในขั้นตอนต่อไปซึ่งจะอยู่ภายใน 30-45 วัน ก่อนที่ขออนุญาตจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป โดยคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถรับรู้รายได้ และ กำไรจากการขายในดีลดังกล่าวเข้ามาภายในปีนี้เช่นเดียวกัน
    “เราบอกไม่ได้ว่าดีลนี้มีกำไรเท่าไหร่ เพราะกระบวนการแค่เริ่มต้น ต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน และ เงินที่ได้มาจะไปตั้งสำรอง หรือ จ่ายปันผลหรือไม่ ก็ไม่สามารถตอบได้ แต่เบื้องต้นเงินที่เราได้มาจากการขาย SCB Life ในครั้งนี้เราจะนำไปซื้อธุรกิจเข้ามาเติมเต็มเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาเราขายของออกไป ไม่เคยซื้อเข้ามา ซึ่งตอนนี้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว เราจะใช้กลยุทธ์การขยายตัวแบบ Inorganic ผ่านการซื้อกิจการที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาให้กับเราได้ทันที โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี”

*** ขาย SCB Life สร้างกำไรมากกว่าทำเอง 
    นายอาทิตย์ กล่าวว่า การขาย SCB Life ออกไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร หลังจากไม่มีธุรกิจประกันชีวิตที่เป็นของธนาคารเอง ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างกำไรให้กับธนาคารประมาณ 6 พันล้านบาทต่อปี โดยตอนนี้ธนาคารประเมินแล้วว่า การขายธุรกิจดังกล่าวออกไปจะสร้างผลการดำเนินงานที่ดีกว่าธนาคารทำเอง และ ธนาคารยังได้รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ FWD ตลอดช่วงระยะเวลาความร่วมมือ 15 ปี ซึ่งปัจจุบันรายได้ค่าคอมมิชชั่นที่ธนาคารได้รับจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของ SCB Life  มากกว่ารายได้ที่เข้าจากส่วนแบ่งกำไรของ SCB Life ทำให้ดีลดังกล่าวเป็นโอกาสการสร้างผลการดำเนินงานของธนาคารให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
    “หลายปีที่ผ่านมาสินค้าของ SCB Life ไม่ได้ดีมาก และขายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ซึ่งการขายประกันเราได้ 2 ทาง อย่างแรก คือ กำไร เพราะเราถือหุ้นในบริษัท และ อย่างที่สอง คือ ค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการขาย โดยการที่ขายให้กับ FWD เรามองเป็นโอกาสที่จะเพิ่มรายได้ค่าคอมมิชชั่นในส่วนนี้ให้เยอะขึ้น และ เป็น Good Yield ที่จะทำให้ Earning ของธนาคารเติบโต”
     
*** วงการคาดกำไรสุทธิจากดีลนี้ราว 4 หมื่นลบ.
    บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ต้นทุนของ SCB Lifeในระดับของธนาคารอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในงบการเงินของ SCB จากงบรวมจะอยู่ที่ 4.25 หมื่นล้านบาทหากเป็นที่ต้นทุนนี้จริง SCBจะมีกำไรหลังภาษี 3.96 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 11.6 บาท/หุ้น
     แนะนำให้ "ซื้อ" โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 150 บาท (GGM)โดยมีความเสี่ยงคือ 1) ต้นทุนการทรานส์ฟอร์มที่มากกว่าคาด 2) นโยบายชะลอการเติบโตสินเชื่อของภาครัฐ และ 3) ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของลูกหนี้
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า SCBจะมีการบันทึกกำไรสุทธิพิเศษจากการขายหลังหักภาษีจากการขายเข้ามาราว 4.2 หมื่นล้านบาท (คำนวณจากราคาขาย 9 หมื่นล้านบาท หักกับ 3.7 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็น Equity Value ของ SCB Life และหักอัตราภาษีที่ 20%) คิดเป็นอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิในปีนี้สูงถึง 105% 
    อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีการนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งราว 30% ไปตั้งสำรองฯ เพิ่มเติม และกำไรของ SCB Life ที่เคยได้ปีละ 6 พันล้านบาทหายไป ทำให้ได้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นใหม่ที่ 120.4 บาท อ้างอิง P/BVเดิมที่เราใช้คำนวณกับ SCB ที่ 1.25 เท่าคิดเป็น อัพไซด์ต่อราคาหุ้นที่ราว 5 บาท หรือคิดเป็น 4% จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 145 บาท ซึ่งเชื่อว่า SCB จะนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติมราว 5 บาทต่อหุ้น  
    ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยลงมาซื้อขายกันที่ระดับ -1.25SD ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มธนาคารที่-1SDคาดว่างบการลงทุนใหญ่ๆ จะผ่านจุดสูงสุดใน Q2/62 ส่งผลให้เชื่อว่าผลการดำเนินงานจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วง Q2/62 และจะกลับมาเติบโตได้ดีในช่วงครึ่งหลังปีนี้ และเติบโตได้โดดเด่นต่อเนื่องในปี 2563  

*** โบรกฯ คาดกำไรปีนี้โต 5.7% ยังไม่นับรวม SCB Life  
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่าดีลนี้น่าจะทำให้ SCB มีกำไรเกิดขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ คาดว่าจะมีอัพไซด์ต่อ BVS ราว 7 บาทต่อหุ้นและต่อราคาเหมาะสมปี 2563 ราว 13 บาทจากราคาเป้าหมายที่ 137 บาทเป็น 150 บาท แนะนำ ซื้อเก็งกำไร (จากเดิม ถือ)
    ส่วนไตรมาส 2/62 คาดกำไรสุทธิ 10,412 ลบ. โต 13.7% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นจากการโตของสินเชื่อในไตรมาส 2 คาดเพิ่มขึ้น 1.4% QoQ และรายได้จากดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เริ่มเห็นผลบวก อย่างไรก็ตาม หากเทียบ YoY คาดกำไรไตรมาส 2/62 ลดลง 6% เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นราว 10% YoY 
    คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 42,355 ลบ. โต 5.7% YoYยังไม่นับรวมกำไรพิเศษที่อาจเกิดขึ้นจากการขาย SCBLife ให้กับกลุ่ม FWD  
      
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด