สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 25 มิถุนายน 2561 | 17:33

งบแบงก์ Q2กำไรหด ดิจิทัลแบงก์กิ้งฉุดรายได้ค่าธรรมเนียม

งบแบงก์ Q2กำไรหด ดิจิทัลแบงก์กิ้งฉุดรายได้ค่าธรรมเนียม

       โบรกฯ คาดกำไรแบงก์ Q2/61 อยู่ที่ 4.66 หมื่นลบ. ลดลง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมครึ่งปีแรกมีกำไร 9.90 หมื่นลบ. โตแค่ 1.8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุค่าฟีแบงก์ใหญ่ลดลง มองครึ่งปีหลังสินเชื่อฟื้นจะช่วยหักล้างค่าฟีที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องได้ มองช่วงนี้เป็นจังหวะเก็บของ ยก BBL-TCAP-KKP เป็นหุ้นเด่น     

***  คาดกำไร 4.66 หมื่นลบ. ลดลง 11%  
     บล.เอเซียพลัส คาดกำไรไตรมาส 2/61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งที่ศึกษา เท่ากับ 4.66 หมื่นล้านบาท หดตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) แต่ยังเพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) ฉุดด้วยรายได้ค่าธรรมเนียม สำหรับธุรกรรม on-line ที่หายไปในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ส่งผลให้คาดการณ์รายได้ค่าธรรมเนียม Q2/61 ลดลง 10.7% QoQ และ 0.6% YoY 
    ส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิคาดจะค่อนข้างทรงตัวจากงวด Q1/61 แต่ยังเพิ่มขึ้น 1.6% YoY แม้เห็นสัญญาณบวกจากสินเชื่อสุทธิใน Q1/61ที่คาดเติบโต 1.7% QoQ และ 5.3% YoYแต่เนื่องจากกลุ่มสินเชื่อที่เติบโตทั้งรายใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ล้วนเป็นกลุ่มที่ให้ยีลด์ต่ำ จึงกดดัน NIM ในงวดนี้ให้ลดลง 3bp มาที่ 2.97% ต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส 
    นอกจากนี้ คาดค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1.6% QoQ และ 8.3% YoY ตามการลงทุนด้านระบบ IT ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อาทิ SCB, KTB ด้านคุณภาพสินทรัพย์ประเมินว่ายังทรงตัว โดยคาดสัดส่วนเมื่อเทียบกับสินเชื่อรวมใกล้เคียงกับ ณ สิ้น Q1/61 ที่ 3.20% และ coverage ratio ที่ 142.0% โดยรวมแล้ว คาดกำไรสุทธิครึ่งปีแรกเท่ากับ 9.90 หมื่นล้านบาท เติบโต 1.8% YoY คิดเป็น 50% ของคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2561 

*** KBANK-SCB ค่าธรรมเนียมหดตัวแรง
     ทั้งนี้ คาดว่า KBANK,SCB และ TISCO จะแสดงกำไรสุทธิ Q2/61 หดตัวแรงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มเมื่อเทียบกับงวด Q1/61 โดย KBANK-SCB เป็นผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน TISCO เป็นผลจากการบันทึกรายได้พิเศษที่ลดลง  ส่วน  KKP(คาดค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากที่ต่ำผิดปกติใน Q1/61),LHBANK (บันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง) และ TCAP(บันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง) เป็นธนาคารที่แสดงการลดลงของกำไรสุทธิน้อยกว่ากลุ่ม

***  ปัจจัยหนุนครึ่งปีหลัง จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
     บล.เอเซียพลัส กล่าวต่อว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสินเชื่อที่มีน้ำหนักชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยหักล้างผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังเป็นทิศทางลงต่อเนื่องใน Q3/61 ได้บางส่วน จากแรงส่งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ การใช้จ่ายของภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงภาคการส่งออกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จะส่งผลบวกต่อแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในปี61-62 เดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี60 นำด้วยการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มแบงก์ใหญ่ 
     ขณะที่ความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทาง NIM ปี62 จากแนวโน้มอัตราดอกเบีย้ ที่เข้าสู่ทิศทางขาขึ้น เนื่องจากโครงสร้างสินเชื่อของ ธ.พ.ที่เป็นอัตราดอกเบี้ย ลอยตัวกว่า 56% เทียบกับเงินฝากและเงินกู้ยืมที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ภายใต้ LDBR ที่ 91% อีกทั้ง การที่สถานภาพในตลาดเงินเป็นผู้ให้กู้ยืมสุทธิ โดยเฉพาะ KTB-BBL ทำให้ได้รับผลบวกสูงสุดกรณีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการศึกษาของฝ่ายวิจัยพบว่าทุก 25 bp ของอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้กำไรสุทธิปี62 ของกลุ่มเพิ่มขึ้น 5.6% จากคาดการณ์ปัจจุบัน (คาด KTB-    BBL กำไรเพิ่มมากกว่ากลุ่มถึง 11.7% และ 8.1% จากคาดการณ์ปัจจุบัน) 

*** ชู BBL-TCAP เป็นหุ้นเด่น 
     บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ราคาหุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มโดยเฉพาะ ธ.พ.ขนาดใหญ่-กลางปรับตัวลดลงมากเกินพื้นฐาน สะท้อนผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงสำหรับการประกาศฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านช่องทาง on-line ของธ.พ.ใหญ่-กลาง ซึ่งจะเห็นชัดเจนใน Q2/61 มองเป็นโอกาสสะสมหุ้นแข็งแกร่งที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว หุ้น top picks เลือก BBL(FV@B220), TCAP(FV@B65)
    BBL คุณภาพสินทรัพย์พ้นจุดตํ่าสุดไปแล้ว รวมถึง coverage ratio ระดับสูง จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงในปี 2561
    TCAP สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และ SME กลับมาเติบโตชัดเจนขึ้นในปี 2561 ภายหลังปรับปรุงระบบคัดกรองสินเชื่อตามความเสี่ยงแล้วเสร็จ บวกต่อรายได้ค่าธรรมเนียมอีกทาง ราคาหุ้นปัจจุบันถูกมาก โดยมี Prospective PBV ปี 2561 เพียง 0.9 เท่า กำหนด Fair value ปี61 เท่ากับ 65 บาท ที่ PBV 1.15 เท่า อิงวิธี GGM ภายใต้คาดการณ์ ROE ระยะยาว 12.5% และคาดการณ์ปันผลเฉลี่ยกว่า 4-5% p.a.

*** บล.บัวหลวง คาด KTB กำไรฟื้นมากสุด  
     บล.บัวหลวง ประเมินกำไรไตรมาส 2/61 กลุ่มแบงก์ 4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY คาดการตั้งสำรองหนี้สูญฯ โดยรวมสำหรับไตรมาส 2/61 ที่ 4 หมื่นล้านบาท ลดลง 13% YoY ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารที่จะรายงานกำไร Q2/61 โตมากสุดเทียบ YoY เรียงตามลำดับ ได้แก่ KTB-KKP-BBL-TISCO คาดเติบโต 46%, 22%, 11% และ 8% ตามลำดับ ตามการเติบโตของสินเชื่อและการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานดีขึ้น ขณะที่ BBL-TCAP น่าจะมีกำไรขยายตัวน้อยลง YoYที่ 6% และ 1% ตามลำดับ ส่วน SCB-KABNK-TMB จะประกาศกำไรชะลอตัว 11%, 3% และ1% ตามลำดับ 
     
*** บล.หยวนต้า  คงน้ำหนักกลุ่ม "เท่ากับตลาด"  
     บล.หยวนต้า คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม "เท่ากับตลาด" เลือก BBL และ KKP เป็น Top pick คงประมาณการสินเชื่อปี61 ของกลุ่มธนาคารที่ 6.0% YoY และมุมมองบวกต่อแนวโน้มสินเชื่อใน Q2/61 และช่วงที่เหลืองของปีขยายตัวต่อเนื่อง หนุนจากภาคส่งออกและการท่องเที่ยวที่เติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง จนนำไปสู่การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี61 ของ ธปท. จาก 4.1% เป็น 4.4% ด้านสินเชื่อรายย่อย คาดปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า เพราะหมดภาระหนี้จากโครงการรถยนต์คันแรก
                  

*** กสิกรไทย มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 5-7% 
    นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยในงานเปิดตัว บริการ Pay with K PLUS ว่า การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในครึ่งแรกปีนี้ พบว่าสินเชื่อรายใหญ่เติบโตประมาณ 12% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5-7% มาจากความต้องการใช้เงินลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะรถไฟฟ้า และโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอียังไม่มีการเติบโตอย่างที่คาดไว้ และ สินเชื่อรายย่อยเติบโตประมาณ 2-3% ส่งผลให้สินเชื่อรวมทั้งปียังเป็นไปตามเป้าหมายที่ 5-7%
    "ครึ่งปีหลังสินเชื่อจะโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งรายใหญ่จะเป็นตัวผลักดันให้สินเชื่อรวมของเราเป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้" นายพัชร กล่าว

      

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด