ข่าวนี้ที่ 1

ครม.อัดงบ 3.16 แสนลบ.ปั๊มศก. ค้าปลีก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์

ครม.อัดงบ 3.16 แสนลบ.ปั๊มศก. ค้าปลีก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ หวังอัดเงินสู่ระบบ 3.16 แสนลบ. ผ่าน 3 นโยบายหลัก  ทั้งสินเชื่อ -พักหนี้ช่วยเกษตรกรที่เจอภัยแล้ง  แจกเงินเที่ยว 1,000 บ./ราย  คืนเงิน 15% และเติมเงินผ่านบัตรคนจนอีกคนละ 500 บ. เตรียมชงเข้าครม.ใหญ่พิจารณา 20 สิงหาคมนี้ ยันไม่กระทบฐานะการคลังประเทศ มั่นใจหนุนจีดีพีปีนี้โตได้ไม่ต่ำกว่า 3% ฟากโบรกฯ ประสานเสียง หุ้นกลุ่มค้าปลีก - ท่องเที่ยว - โรงแรมรับอานิสงส์เต็มๆ  

*** อัด 3.16 แสนลบ.จัดนโยบายชุดใหญ่หวังจีดีพีโต 3%  
    นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งแรก ในวันนี้ว่า ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คณะรัฐมนตรีใหญ่ พิจารณา ซึ่งชุดมาตรการจะประกอบด้วยการช่วยเหลือ 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง มาตรการด้านการท่องเที่ยว (ช้อป-ชิม-ใช้) และ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 316,000 ล้านบาท พร้อม  ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับฐานะทางการเงินและการคลังของประเทศแน่นอน 
    สำหรับวงเงินที่จะใช้ในการดำเนินงานครั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณที่เป็นงบกลางประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นวงเงินสินเชื่อของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผ่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประมาณ 207,000 ล้านบาท และเงินจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการวงเงินประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 3% 
    
*** ออกสินเชื่อช่วยเกษตรกรที่เจอภัยแล้ง 
    สำหรับมาตรการแรก คือ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ 13 จังหวัด รวม 909,000 ราย ที่เป็นลูกหนี้กับธ.ก.ส. โดยจะแบ่งเป็นมาตรการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โครงการสินเชื่อใหม่และสินเชื่อ ฉุกเฉิน วงเงินเบื้องต้น 50,000 ล้านบาท ฟรีดอกเบี้ยปีแรก รายละไม่เกิน 50,000 บาท และเงินสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซม วงเงิน 5,000 ล้านบาท รายละไม่เกิน 500,000 บาท 
    นอกจากนี้ยังมีมาตรการขยายเวลาการพักชำระหนี้เงินกู้เดิม เนื่องจากมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งจะมีมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตข้าวนาปี 2562/2563 ด้วย 

*** แจกเงินเที่ยว 1,000 บ./คน - คืนเงิน 15%  
    ส่วนมาตรการกระตุ้นการลงทุน การบริโภคภาคในประเทศ ผ่านมาตรการท่องเที่ยว (ช้อป-ชิม-ใช้) โดยให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพริเคชั่นของธนาคารกรุงไทย โดยมีเป้าหมาย 10 ล้านคน สำหรับผู้ที่จะได้รับสิทธิจะเป็นประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยผู้ได้รับสิทธิจะได้รับเงินในช่องทางอีวอลเลท 1,000 บาท และสามารถนำเงินไปใช้จ่าย โดยวิธีการผ่านแอพฯ ได้ทันที และเมื่อใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว เช่น ซื้อสินค้าท้องถิ่น ทานอาหาร พักโรงแรม ต่างๆ จำนวนไม่เกิน 3 หมื่นบาท จะได้รับเงินคืน 15% เป็นต้น
    “วิธีการคือ ประชาชนมาลงทะเบียน หากได้รับสิทธิก็จะมีเงินเข้า 1,000 บาทเพื่อนำไปใช้จ่ายแต่ไม่สามารถกดเงินสดได้ หลังจากนั้นเมื่อออกไปใช้จ่ายท่องเที่ยวเพิ่มเติม ที่ไม่ใช่ในถิ่นที่อยู่อาศัยของตัวเอง จะสามารถได้รับเงินคืน 15% แต่วงเงินในการใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท นอกจากนี้จะมีการยกเว้นตรวจตราวีซ่า นักท่องเที่ยวจีน และอินเดีย ด้วยและมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ หักค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องจักรจาการลงทุน สามารถหักภาษี 1.5 เท่า ภายใน 5 ปี”นายอุตตม กล่าว 
     ด้านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จะเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการเงินให้กับเอสเอ็มอี โดยจะมีสินเชื่อผ่อนปรนให้กับเอสเอ็มอี วงเงินรวม 2 แห่งประมาณ 100,000 ล้านบาท ด้านธนาคารธอส. จะสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อบ้าน วงเงิน 27,000 ล้านบาท และธนาคารออมสินอีก 25,000 ล้านบาทด้วย 

*** เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 500 บ./คน  
    ส่วนมาตรการดูแลค่าครองชีพ ผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเพิ่มเงินช่วยเหลือ เพิ่มอีก 500 บาทต่อราย จากเดิมผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน และผู้มีรายได้ 30,000-100,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท ต่อเดือน
    ขณะที่ผู้สูงอายุจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท และให้เงินดูแลเด็กแรกเกิด เพิ่มอีกเดือนละ 300 บาท โดยการช่วยเหลือเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีระยะเวลา 2 เดือน คือ สิงหาคมกับกันยายนนี้เท่านั้น
 
***  โบรกฯ ประสานเสียง หุ้นค้าปลีก - ท่องเที่ยว รับอานิสงส์เต็มๆ  
  
    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า เชื่อว่ามาตรการกังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น และส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม อาทิเช่น MINT, ERW และ CENTEL ได้รับประโยชน์ โดยตรงจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น ROBINS และ BJC และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น DCC และ DRT ได้รับผลบวกจากมาตรการเช่นกัน
    บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง  เปิดเผยว่ามีมุมมองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกซึ่งคาดกำไร ครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากผลของฤดูกาล อีกทั้งยังคาดจะได้อานิสงส์จากมาตรการภาครัฐในการกระตุ้น เศรษฐกิจ และการอุปโภคบริโภค หุ้นเด่นคือ BJC (เป้าหมาย 64 บาท) CPALL (92 บาท) และ HMPRO (18.20 บาท)
    บล.ซีเอสจี ซีไอเอ็มบี  ประเมินว่า  มาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ ของรัฐบาลที่กำลังเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ส.ค.นี้  จะเป็นบวกกับกลุ่มค้าปลีก  โดยมองหุ้นเด่นอย่าง BJC - CPALL- DOHOME- HMPRO- ROBINS จะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ชัดเจนที่สุด  รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม  อย่าง AOT - CENTEL- ERW จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นท่อเงที่ยวด้วยเช่นกัน  
    บล.เออีซี เปิดเผยว่า  หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ และมี Upside ได้แก่ BJC (ช่วง ครึ่งปีหลังคาดเห็นการฟื้นตัวจากการขยายสาขา BigC มากขึ้นจากสาขาทั้งในประเทศ 7 สาขาและสาขาที่กัมพูชา 1 สาขา BigC Food Place 1 สาขา และ Mini BigCราว 200 สาขา),  SEAFCO (ช่วง Q2/62 กำไรปกติหด 3.5%QoQ จากการปิดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แม้คาดครึ่งปีหลังจะรับรู้งานลดลง แต่ยังมี Upside Risk จากงานประมูลใหม่ๆจากทั้งภาครัฐ/เอกชน) และ CPALL(ช่วง Q3/62 แม้เข้าสู่ Low Season แต่ด้วยการจัดโปรโมชั่น แสตมป์จัดหนักกระตุ้นยอดขาย และการได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำปีก่อนจะหนุน  SSSG เติบโตต่อเนื่อง พร้อมยังคงเป้าขยายสาขาร้านสะดวกซื้อปีนี้ที่ 700 สาขา)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด