ข่าวนี้ที่ 1

"แบงก์"ตบเท้าปรับยุทธศาสตร์ รับการแข่งขันยุคดิจิทัล

    "กลุ่มแบงก์" ตบเท้าปรับยุทธศาสตร์องค์กร รองรับธุรกิจธนาคารระยะยาว ค่าย SCB ตั้งผู้จัดการใหญ่เพิ่ม 4 ตำแหน่ง หวังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทุกภาคส่วนสำเร็จก่อนปี 63 ฟาก KBANK สั่งปรับ 4 โครงสร้างสายงานใหม่เพิ่มขีดความสามารถ ฟาก BAY หว่านงบลงทุนไอทีปีนี้ถึง 8.5 พันลบ. โบรกฯชี้การแข่งขันสูง เร่งค่าใช้จ่ายหุ้นกลุ่มธนาคารขึ้นอีก แต่กำไรทั้งกลุ่มปีนี้ยังโต หลังตั้งสำรองต่ำ ขณะที่ BBL แม้ไม่มีท่าทีปรับองค์กร แต่ยังไม่น่ากังวลเหตุมีฐานลูกค้ารายใหญ่อยู่มาก

*** SCB ปรับทัพตั้งผู้จัดการใหญ่เพิ่ม 4 ตำแหน่ง

    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประกาศปรับโครงสร้างการบริหารงาน โดยการแต่งตั้งผู้จัดการใหญ่ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ 2.นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ 3.นายอรพงศ์ เทียนเงิน 4.ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ขณะที่นายอาทิตย์ นันทวิทยา จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแต่เพียงตำแหน่งเดียว เพื่อดึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่ที่ได้เข้าลงทุนไปก่อนหน้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามภารกิจ Transformation ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 61 โดยการผลักดัน 5 เรื่องสำคัญได้แก่ 1. Lean the Bank 2. Digital acquisition 3. Data capabilities 4. New growth 5. Bank as a platform 
    นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB ระบุ การแยกตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ออกเป็น 4 ตำแหน่ง เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานทุกภาคส่วนในเวลาอันสั้น เพื่อให้ภารกิจ Transformation เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 63 ตามที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้

*** KBANK ปรับโครงสร้าง 4 สายงานใหม่

    ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศ ปรับโครงสร้าง 4 สายงานเดิม คือ 1.สายงานบริหารยุทธศาสตร์องค์การ (CSM) 2.สายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ (SME) 3.สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ (RBS) 4.และสายงานผลิตภัณฑ์บรรษัทและผู้ประกอบการ (CSP) เปลี่ยนเป็น 1.สายงานเครือข่ายช่องทางธุรกิจ(DNW) 2.สายงานบริหารกลยุทธ์และวิเคราะห์ข้อมูล(STA) 3.สายงานผลิตภัณฑ์ธุรกรรมการเงิน(TBG) 4.สายงานผลิตภัณฑ์เครดิต(CPD) หวังรองรับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

*** เจาะลึก 4 สายงานใหม่ KBANK

    โดยสายงาน 1.เครือข่ายช่องทางธุรกิจ จะเปลี่ยนมาดูแลงานให้บริการและการขายแก่ลูกค้าบุคคลธรรมดาและลูกค้าผู้ประกอบการ ตลอดจนรับผิดชอบงานสนับสนุนการบริการและการขาย ได้แก่ งานบริหารการขาย งานจัดการทรัพยากรเครือข่ายฯ และงบประมาณ งานบริหารการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายฯ และงานสื่อสารการตลาด โดยแต่งตั้งให้นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้บริหารสายงาน
    2.สายงานบริหารกลยุทธ์และวิเคราะห์ข้อมูล จะรับผิดชอบการวางแผนยุทธศาสตร์ธนาคารและยุทธศาสตร์รายกลุ่มลูกค้า (Segment) การบริหารจัดการข้อมูลทั้งภายในและภายนอกธนาคาร เพื่อให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจในอนาคต การพัฒนาความสัมพันธ์และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ กับพันธมิตรธุรกิจ และการบริหารช่องทางการให้บริการและการขาย ทั้งส่วนที่เป็นช่องทางสาขาและช่องทางดิจิทัล โดยแต่งตั้งนายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้บริหารสายงาน
    3.สายงานผลิตภัณฑ์ธุรกรรมการเงิน รับผิดชอบการบริหารผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์ธุรกิจต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลและรักษาหลักทรัพย์ เป็นต้น ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้าบรรษัท รวมถึงรับผิดชอบการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารและยุทธศาสตร์ แต่งตั้งนายศีลวัต สันติวิสัฏฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้บริหารสายงานรายกลุ่ม (Segment)
    4.สายงานผลิตภัณฑ์เครดิต รับผิดชอบการบริหารผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ สำหรับลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้าบรรษัท โดยครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารเป็นผู้นำเสนอเองโดยตรง และผลิตภัณฑ์ของบริษัทของธนาคารที่เสนอให้แก่ลูกค้าของธนาคาร แต่งตั้งนายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้บริหารสายงาน

*** BAY ทุ่มงบไอทีปีนี้ 8.5 พันลบ. 

    นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ระบุ ธนาคารได้ตั้งงบลงทุนด้านไอทีโดยเฉพาะในปีนี้ไว้ถึง 7.5 - 8.5 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ผลักดันสัดส่วนสินเชื่อรวมให้สมดุลระหว่างรายย่อยและกลุ่มธุรกิจ
    อย่างไรก็ดีมองว่าแผนธุรกิจของธนาคารในปัจจุบันถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภายใน

*** โบรกฯชี้แบงก์แห่ปรับทัพองค์กรใหม่ หนุนค่าใช้จ่ายสูง

    นายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีหุ้นในกลุ่มธนาคารหันมาปรับยุทธศาสตร์องค์กร ถือเป็นการสร้างการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ธนาคารจำเป็นต้องทำเพื่อปรับตัวเข้าหาความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่แล้ว ซึ่งการหันมาปรับทัพองค์กรจะทำให้ค่าใช้จ่ายของหุ้นในกลุ่มธนาคารสูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันธนาคารขนาดใหญ่หลายรายใช้งบลงทุนในการปรับองค์กรไปบ้างแล้ว แต่ยังมีธนาคารบางแห่งที่ยังไม่ได้เข้าลงทุนในด้านนี้
    อย่างไรก็ดีเชื่อว่ากำไรสุทธิหุ้นกลุ่มธนาคารในปี 62 จะยังเติบโตได้ แม้จะมีงบลงทุนที่สูงมากก็ตาม เนื่องจากในปีนี้กลุ่มธนาคารส่วนใหญ่จะมีการตั้งสำรองหนี้ที่ค่อนข้างต่ำเข้ามาทดแทน

*** BBL ยังนิ่ง แต่ไม่น่าห่วง

    นายอดิสรณ์ เปิดเผยต่อว่า ด้าน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในการปรับโครงสร้างองค์กรเหมือนธนาคารอื่นๆ มองว่าไม่น่ากังวล เนื่องจาก BBL มีฐานลูกค้ารายใหญ่อยู่จำนวนมาก และเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆในการเข้าถึงมากนัก แต่ประเมินว่า BBL มีแนวโน้มที่จะลงทุนเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเข้ามาในตลาดสินเชื่อรายย่อย เช่นกัน เนื่องจากมีผลตอบแทนสูงและมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ 

*** TMB-TBANK เร่งควบรวมเสริมแกร่ง

    ก่อนหน้านี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผย ได้เรียกให้ผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เข้ารายงานความคืบหน้าการควบรวมกิจการ TMB กับธนาคารธนชาต หรือ TBANK โดยได้กำชับให้เร่งสรุปแผนควบรวมและข้อเสนอ
    จากการควบรวมกิจการจะทำให้ TMB มีขนาดสินทรัพย์อยู่ที่ราว 3 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับ KBANK และแซงหน้า ธนาคารกรุงศรีที่มีสินทรัพย์ขนาด 2 ล้านล้านบาท ซึ่งต้นทุนของธนาคารใหม่จะสูงขึ้นทันทีในระยะแรกและลดลงในอนาคต หลังจากลดความซ้ำซ้อนต่างๆ เช่นการยุบสาขา







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด