ข่าวนี้ที่ 1

TRUE ดิ้นฟ้องศาลเลี่ยงจ่ายแสนลบ.-DTAC งัดข้อ กสทช.ยื้อซิมดับ

TRUE ดิ้นฟ้องศาลเลี่ยงจ่ายแสนลบ.-DTAC งัดข้อ กสทช.ยื้อซิมดับ

    "ทรู คอร์ปอเรชั่น"เตรียมยื่นฟ้องศาลคัดค้านคำสั่งอนุญาโตฯ หลังชี้ขาดให้จ่ายเงินค่าผิดสัญญาบริการ ADSL แก่ทีโอที มูลค่ากว่า 9 หมื่นลบ. ยันไม่กระทบสภาพคล่องและการตั้งสำรอง พร้อมค้านมติบอร์ด กสทช.เรียกเงินรายได้บริการคลื่น 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราว 3.3 พันลบ. ด้าน"โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น" ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนมติ กสทช. หลังลูกค้าคลื่น 850 MHz ส่อแววซิมดับ ไม่ได้รับการคุ้มครองช่วงหมดสัมปทาน 

*** TRUE ยื่นฟ้องศาลภายใน 90 วัน คัดค้านคำสั่งอนุญาโตฯ

    บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ซึ่งคณะอนุญาโตตุลการมีคำชี้ขาดให้บริษัทฯ ชำระเงินค่าผิดสัญญาให้แก่ทีโอที เงินต้นรวมดอกเบี้ยกว่า 9 หมื่นล้านบาทนั้น บริษัทฯ จะยื่นคำร้องต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายปกติคือ 90 วัน โดยขณะนี้บริษัทฯ กำลังศึกษาคำชี้ขาดร่วมกับฝ่ายกฎหมายและยังรอความเห็นจากอนุญาโตตุลาการฝ่ายข้างน้อย ซึ่งยังไม่ได้รับจากสถาบันอนุญาโตตุลาการ หลังจากที่ศาลชี้ขาดแล้วก็อาจมีการอุทธรณ์ต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

*** ยันไม่กระทบสภาพคล่อง-การตั้งสำรองฯ 

    ในส่วนของผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการในการจ่ายภาระผูกพันทางการเงินต่างๆ นั้น เนื่องจากบริษัทฯ มิได้เห็นพ้องกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป บริษัทฯ จึงคาดว่าผลคำชี้ขาดดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดหรือสถานะทางการเงินของบริษัทฯ หรือความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ และบริษัทฯ คาดว่าจะไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับการตั้งสำรองในงบการเงิน

*** ค้าน กสทช.ทวงเงินค่าคลื่น 1800MHz

    ส่วนกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีมติให้บริษัท ทรูมูฟ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยต้องนำส่งเงินรายได้ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บทคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เป็นเงิน 3,381.95 ล้านบาทนั้น ทรูมูฟไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวและอยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการจาก กสทช. จึงจะสามารถพิจารณารายละเอียด เพื่อประกอบการดำเนินการได้

*** DTAC ยื่นฟ้องศาล หลัง กสทช.ส่อแววไม่คุ้มครองลูกค้าคลื่น 850 MHz

    บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า บริษัทฯได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอน มติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และพร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและหรือกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยา เนื่องจากขณะนี้ใกล้ถึงวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการให้สามารถใช้บริการโทรคมนาคมบนโครงข่ายย่าน 850 MHz ได้ต่อไปภายหลังวันที่ 15 กันยายน 2561 อันเป็นไปตามสิทธิตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ
    ทั้งนี้ ตามที่ กสทช.ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2561 เกี่ยวกับเรื่องการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมย่านความถี่ 850 MHz ว่าให้ DTAC ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ประกาศมาตรการเยียวยาฯ)
    โดยมีเงื่อนไขว่าบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือต้องเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่ง กสทช.กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ซึ่งมีผลว่า หากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ใช้บริการก็จะไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองและไม่สามารถใช้โครงข่ายย่านคลื่นความถี่ 850 MHz ได้ภายหลังวันที่ 15 กันยายน 2561 อันเป็นวันสิ้นสุดสัมปทาน และปรากฏต่อมาว่า ไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz

*** เมินชิงคลื่น 900 MHz หากไม่ได้รับเยียวยา 850 MHz

    นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อให้คุ้มครองลูกค้าเป็นการชั่วคราว เนื่องจากจะสิ้นสุดสัมปทานคลื่น 850 MHz กับ กสทช. ในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพราะปัจจุบันยังมีลูกค้าจำนวนมากที่ยังไม่ได้มีการโยกย้าย หรือยินยอมย้ายจากดีแทคไปบนคลื่นบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN
    หากไม่มีมาตรการคุ้มครอง และลูกค้าที่บริษัทไม่สามารถติดต่อได้ และเกิดปัญหาซิมดับเกิดขึ้นนั้น เชื่อว่าผลกระทบที่หนักที่สุด คือการย้ายค่ายมือถือ ดังนั้น ในอนาคตหากมีการเปิดประมูลคลื่น 900 MHz เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ อาจทำให้ความสนใจในการเข้าไปประมูลลดน้อยลง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ย้ายไปแล้ว สำหรับที่ผ่านมา กรณีที่ กสทช.ระบุว่า หากจะให้ออกมาตรการคุ้มครอง บริษัทจะต้องประมูลคลื่น 900 MHz นั้น บริษัท ขอยืนยันว่า สาเหตุที่ไม่ได้ประมูลคลื่นดังกล่าว เนื่องจากมีเงื่อนไขเรื่องการสร้างฟิลเตอร์ป้องกันการรบกวนรถไฟฟ้า และการลงทุนเสาส่งสัญญาณคลื่น 900 MHz ที่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี เพราะปัจจุบันบริษัทอยู่บนคลื่นความถี่ 850 NHz ซึ่งเป็นคนละย่านความถี่
    ลูกค้าในกลุ่มที่ใช้ซิมจดทะเบียนกับดีแทค ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานในนามบริษัท ดีแทคจะใช้งานไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องมาเปลี่ยนซิมเป็น DTN ซึ่งขณะนี้ บริษัทได้เริ่มติดต่อลูกค้าที่คาดว่าจะใช้งานไม่ได้แล้ว

*** เร่งเปลี่ยนซิมลูกค้า 1 ล้านราย
    
    ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้คลื่น 850 MHz ทั้งกลุ่ม DTAC และ DTN รวมประมาณ 1 ล้านราย ซึ่งหากไม่ได้รับการเยียวยาก็จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ แต่ก็จะมีบางส่วนที่อาจจะยังใช้งานได้ เนื่องจากในบางพื้นที่ยังมีคลื่น 2100 MHz ครอบคลุมด้วย แต่หากเป็นพื้นที่ห่างไกล และใช้บนคลื่น 850 MHz เพียงอย่างเดียวอาจเกิดปัญหาซิมดับเกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าในสัมปทานกับ CAT 90,000 ราย ซึ่งจะมีปัญหาซิมดับเกิดขึ้นแน่นอนหลังจาก 15 กันยายนนี้ หากไม่มีมาตรการคุ้มครองออกมา ดังนั้นเพื่อป้องกันซิมดับ ลูกค้าจะต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนซิมการ์ดเพื่อใช้คลื่นความถี่อื่น
    ลูกค้าทั้ง 1 ล้านราย ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบนั้น ลูกค้าบางรายอาจได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน อยู่ที่แต่ละพื้นที่ เช่น ลูกค้าที่ใช้มือถือปุ่มกด หรือ ฟีเจอร์โฟน ที่รองรับคลื่น 1800 MHz ที่จดทะเบียน DTN ยังสามารถใช้งานได้ปกติ และลูกค้าที่อยู่บางพื้นที่ จะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งาน จะได้รับผลกระทบจากการใช้งาน ซึ่งในวันที่ 13 กันยายนนี้ สามารถเช็คได้ที่หมายเลข *777 โทรออก โดยลูกค้าจะได้รับข้อเสนอดาต้าฟรี หรือ โทรฟรี เป็นต้น
    หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิการใช้งานของลูกค้าดีแทคบนคลื่น 850 MHz รายได้จากการให้บริการที่เกิดขึ้นในช่วงการคุ้มครองจะถูกนำส่งให้รัฐหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น จะมีรายได้ส่งให้กระทรวงการคลังประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นเชื่อว่าหากมีการคุ้มครอง รัฐจะไม่เสียผลประโยชน์ใดๆ
    ในระหว่างรอคำสั่งศาล ดีแทคได้เตรียมความพร้อม โดยเร่งขยายเสาสัญญาณ คลื่นดีแทคเทอร์โบ 2300 MHz ของทีโอที และโครงข่าย 2100 MHz ต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้งบลงทุนของปีนี้ที่ตั้งไว้ 18,000 ล้านบาท ในการขยายเสาสัญญาณ 4,000 ต้นในปีนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งทีมทำงาน เพื่อดูแลลูกค้าเป็นพิเศษในช่องทางศูนย์บริการ และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับข้อเสนอ ฟรีดาต้า หรือ โทรฟรี โดยขึ้นอยู่กับการได้รับผลกระทบในการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย 

*** บล.หยวนต้า แนะ"ซื้อ"TRUE เป้า 8.50 บ.

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคำแนะนำเชิงปัจจัยพื้นฐาน "ซื้อ" TRUE ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 8.50 บาทต่อหุ้น ประเด็นคดีความกับ TOT ที่เป็นมูลฟ้องกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท เป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี กระบวนการทางกฏหมายยังไม่เป็นที่สิ้นสุด คาดบริษัทฯ นำข้อพิพาทนี้เข้าสู่ขบวนศาลปกครองกลาง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี เราคาดว่าบริษัทจะไม่ต้องตั้งสำรองในงบการเงิน และไม่มีภาระเงินสดจ่าย แต่ในเชิง sentiment ราคาหุ้นปรับตัวลงจากประเด็นดังกล่าวเป็นโอกาสในการทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เพราะ TRUE ยังมีปัจจัยบวกรออยู่กับการกลับมามีกำไรปกติใน 2H61 และแนวโน้มการเติบโตที่เด่นที่สุดในกลุ่ม
 
*** บล.เอเซียพลัส แนะชะลอลงทุน TRUE รอดูผลกระทบสู้คดีพิพาท TOT
    
    ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASP) แนะชะลอลงทุน TRUE รอดูผลกระทบหากต่อสู้คดีพิพาทกับ TOT จนถึงที่สุด แล้วแพ้ ซึ่ง TRUE แจ้ง 2 เรื่อง คือ 1.ไม่เห็นด้วยกับเงินที่ กสทช.เรียกร้องให้ชำระ 3.3 พันล้านบาท จากกรณีที่ TRUE ใช้คลื่นสัมปทานให้บริการลูกค้าชั่วคราวช่วงปี 2556-2558 ตามมาตรการเยียวยาของกสทช.?2. กรณีพิพาท TOT ระบุว่า TRUE ละเมิดสัญญาร่วมทุนขยายบริการโทรศัพท์ ล่าสุด อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ TRUE ชำระเงินค่าผิดสัญญาให้ TOT เป็น 2 ส่วน คือ ตัง้แต่เดือนก.ย. 2544 – เดือนส.ค.2558 ไม่ต่ำกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท และตั้งแต่เดือนต.ค.2558 – เดือนธ.ค.2560 ไม่ต่ำกว่า 1.82 หมื่นล้านบาท
    ฝ่ายวิจัย ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวจะกดดันราคาหุ้น TRUE และคาดว่า TRUE จะยังไม่ตั้งสำรองค่าเสียหาย อันเกิดจากคำตัดสินของอนุญาโตฯ เนื่องจากยังไม่ใช่ข้อยุติของกระบวนการทางกฎหมาย
    แต่กรณีเลวร้ายสุด หากต่อสู่กันตามขั้นตอนของกฏหมายจนถึงที่สุด คือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และอุทธรณ์ไปจนถึงศาลปกครองสูงสุด และไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากคำชี้ขาดของอนุญาโตฯ TRUE จะต้องตั้งสำรองในงบกำไรขาดทุน
    โดยหากคำนวณดอกเบี้ยส่วนเพิ่มถึงเดือนส.ค. 2561 จะคิดเป็นรายจ่ายราว 1.0 แสนล้านบาท สูงกว่าคาดการณ์กำไรของ TRUE ในแต่ละปี กระทบมูลค่าพื้นฐานของหุ้น TRUE ราว 3 บาทต่อหุ้น
    อย่างไรก็ตาม กระบวนการศาลต้องใช้วลาอีกยาวนาน ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น หากแพ้คดีก็ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน จึงยังคงประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานเดิมไปก่อน จนกว่าจะความชัดเจน
    ด้วยความเสี่ยงทางคดีที่มีอยู่ แม้ทางพื้นฐานแนะนำซื้อ แต่ในระยะสั้น แนะนำให้ชะลอการลงทุนไปก่อน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด