สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 9 พฤษภาคม 2561 | 17:06

หุ้นโลจิสติกส์กำไรทรุด กระอักพิษน้ำมันพุ่ง-บาทแข็งค่า

หุ้นโลจิสติกส์กำไรทรุด กระอักพิษน้ำมันพุ่ง-บาทแข็งค่า

    หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ กำไรไตรมาสแรกปีนี้ไม่สดใส หลังต้นทุนน้ำมันพุ่ง-รับผลกระทบบาทแข็งค่า “อาม่า มารีน” ทำกำไรไตรมาส 1/61 เหลือ .3 ล้านบาท ลดลง 95% แต่มั่นใจไตรมาส 2/61 ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น  ส่วนเงินบาทแข็งค่า มองเป็นแรงกดดันระยะสั้น ด้าน"ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์" หันเร่งบริหาจัดกาารต้นทุน หลังรับผลกระทบเงินบาทแข็งค่า ชี้ทุกกลุ่มธุรกิจยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตตามเป้า 15-20%  

*** AMA กำไรทรุด หลังต้นทุนน้ำมันพุ่ง-บาทแข็งค่า 
     นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯยังคงเป้ารายได้เติบโตอยู่ที่ระดับ 30% ถึงแม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ผลประกอบการจะชะลอตัวลงเนื่องจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนจากการเดินเรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันดิบ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะกดดันผลประกอบการโดยรวมในระยะสั้นเท่านั้น และคาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน
    โดย AMA รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิเหลือ 3.3 ล้านบาท ลดลง 95.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 72 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้น และบริษัทขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน  ขณะที่บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้า จำนวน 384.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการขยายกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี จาก 8 ลำ เป็น 11 ลำ นอกจากนี้ได้เพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน จาก 110 คัน เป็น 150 คัน

*** เดินหน้าขยายกองเรือ-รถบรรทุก
    บริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายกองเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมี และรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อรองรับตลาดปาล์มน้ำมันที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯมีแผนที่จะขยายกองเรือเพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ โดยแบ่งเป็นครึ่งปีแรกจำนวน 1 ลำ และครึ่งปีหลังจำนวน 1 ลำ น้ำหนักบรรทุกลำละ 13,000 เดทเวทตัน ด้วยงบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ส่งผลให้กองเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 10 ลำเป็น 12 ลำ และมีน้ำหนักบรรทุกรวม เพิ่มขึ้นจาก 82,961 เดทเวทตัน เป็น 108,961 เดทเวทตัน
     ในขณะที่บริษัทฯมีแผนที่จะขยายกองรถบรรทุกขนส่งน้ำมันอีก 30 คัน แบ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 จำนวน 10 คัน และไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จำนวน 20 คัน ส่งผลให้กองรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 180 คัน ปริมาณขนส่งรวมเพิ่มเป็น 8.1 ล้านลิตร

*** เล็งซื้อกิจการ
    ในขณะเดียวกันแผนในการเข้าซื้อกิจการของบริษัทฯยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯมุ่งเน้นการเข้าซื้อกิจการที่มีความเหมาะสมกับการลงทุน และเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

*** III กำไรหด 35% รับบาทแข็งค่า
     นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า  ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61  บริษัทฯ มีรายได้รวม 603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 535.5 ล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท และ มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากกำไรสุทธิ 20.1 ล้านบาทในไตรมาส 4/61  แต่ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 40.3 ล้านบาท   
    ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตรากำไรลดลง ได้แก่ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูเอสดอลล่าร์ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการลงทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการจัดตั้งคลังสินค้าในระยะแรก ซึ่งเป็นช่วงเตรียมความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำงานให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงจากซัพพลายเออร์บางราย
     รายได้รวมของบริษัทฯ มาจาก ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ 487 ล้านบาท หรือ 70.9% มาจากธุรกิจขนส่งสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ 133 ล้านบาท หรือ 19.4% มาจากธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก 28.9 ล้านบาท หรือ 4.2% และมาจากธุรกิจรับบริหารงานโลจิสติกส์ 34.7 ล้านบาท หรือ 5% รายได้ของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศซึ่งเป็นธุรกิจหลักเติบโตถึง 13 % เนื่องจากบริษัทฯได้เริ่มให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ปัจจุบันคาดว่าบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 85% นอกจากนี้ ปริมาณการขนส่งทางอากาศ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการปลดล็อคของ ICAO อีกทั้งกลุ่มพันธมิตรหลักของบริษัทฯ คือ สายการบินแอร์เอเชีย และ สายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีการเพิ่มเส้นทางบินและเที่ยวบิน จึงทำให้มีปริมาณการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น 
     ขณะเดียวกันธุรกิจขนส่งทางเรือเติบโตสูง 58.8% เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียว (Exclusive Agent) ในประเทศไทยของสายการเดินเรือ ริเชา (Rizhao Shipping Lines) ซึ่งเป็นสายการเดินเรือรัฐวิสาหกิจของจีนโดยเส้นทางการให้บริการครอบคลุม ประเทศจีน เวียดนามและไทย ซึ่งถือเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ

*** เร่งบริหารต้นทุน หนุนผลงานปีนี้ตามเป้า
    แม้ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ถ้าดูจากจำนวนการขนส่งสินค้าที่ผ่านคลังสินค้าของเราที่ดอนเมือง จะเห็นว่ามีปริมาณสินค้ามากกว่าที่คาดไว้ถึง 25% ซึ่งหากเรามีการบริหารต้นทุนที่ดี เชื่อว่ากลางปีนี้จะมีภาพรวมรายได้ที่ดีขึ้นและเป็นไปตามที่บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้เติบโต 15-20%  ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ กำลังเร่งบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการเจรจาต่อรองและหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อควบคุมให้ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามที่วางแผนไว้ 
     นอกจากนี้ รายได้และกำไรการจากการขายพื้นที่ระวางสินค้าของบริษัทร่วมทุนและบริษัทย่อยได้เติบโตขึ้น จากปริมาณการค้าและการส่งออกและนำเข้าที่ขยายตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

*** โบรกฯชี้ต้นทุนน้ำมันกระทบธุรกิจ
    บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้  ระบุ AMA ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/61  แย่กว่าที่คาดไว้ เนื่องจากมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท โดยรายได้ยังคงเติบโต  18% YoY แต่ลดลง -15% QoQ โดยมีรายได้รวม อยู่ที่ 384 ล้านบาท ซึ่งการเติบโต YoY เป็นผลมาจากการขยายกองเรือและรถบรรทุกน้ำมัน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/61 มีจำนวนเรือ 11 ลำ น้ำหนักบรรทุกรวม 96,202 DWT และรถบรรทุก 150 คัน  ปริมาณบรรทุกรวม 6.75 ล้านลิตร ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลมาจากด้านฤดูกาลที่ไตรมาส 4 จะเป็นฤดูกาลขนส่ง และความต้องการขนส่งของลูกค้าที่ลดลง
    นอกจากนี้ราคาน้ำมันต้นทุนหลักปรับตัวสูงขึ้นกระทบต่อกำไรรวม โดยต้นทุนน้ำมันคิดเป็นกว่า 30% ของต้นทุนทั้งหมด และในไตรมาส 1/61 ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นมาจาก 66.87 เหรียญฯ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 70.27 เหรียญฯ/บาร์เรลในสิ้นไตรมาส และปัจจุบันอยู่ที่ 74.87  เหรียญฯ/บาร์เรล ในขณะที่บริษัทยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขนส่งกับลูกค้าได้ และมีค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเรือลำใหม่เข้ามา ส่งผลกระทบให้อัตรากำไรขั้นต้นของ AMA ในไตรมาสลดลงมาอยู่ที่ 16.8% เท่านั้น เมื่อเทียบกับระดับ 27.6% ใน ช่วงเดียวกันปีก่อน และ 31.8% ในไตรมาสก่อนหน้า
    บล.ทิสโก้ อยู่ระหว่างปรับประมาณการ  จากผลประกอบการไตรมาส 1/61ที่ออกมาแย่กว่าคาดและแนวโน้มต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้น เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการผลประกอบการและคำแนะนำสำหรับ AMA

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด