ข่าวนี้ที่ 1

GUNKUL ทุ่ม 1 พันลบ. ซื้อหุ้นคืน หลังราคาร่วงต่ำพื้นฐาน

GUNKUL ทุ่ม 1 พันลบ. ซื้อหุ้นคืน หลังราคาร่วงต่ำพื้นฐาน

"กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง" ประกาศจัดโครงการซื้อหุ้นคืน หลังภาวะตลาดผันผวน ทำราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน  กำหนดจำนวนซื้อคืนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.04% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด  คาดใช้เงินไม่เกิน 1 พันล้านบาท กำหนดซื้อคืน 24 เม.ย.-22 ต.ค.นี้ ยืนยันไม่กระทบสภาพคล่อง เหตุใช้สภาพคล่องส่วนเกินดำเนินโครงการ มั่นใจเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นพร้อมเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า หวังมี PPA  1,000 เมกะวัตต์ในปี 63 ได้ตามแผน

*** เจียดพันล้านซื้อหุ้นคืน 300 ล้านหุ้น
    นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นสามัญคืน (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงิน โดยกำหนดวงเงินสูงสุดที่ใช้
ในการซื้อหุ้นคืน ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนสูงสุด ไม่เกิน 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นร้อยละ 4.04 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด กำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2561 ถึง
วันที่ 22 ตุลาคม 2561
     คณะกรรมการบริษัทประเมินแล้วว่า ณ จุดนี้ราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งเป็นผลจากภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ผันผวน เนื่องจากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบหลายด้าน ทำให้หุ้นกลุ่มหลัก รวมถึงหุ้นของบริษัทฯ
ได้รับผลกระทบตามไปด้วย บริษัทจึงตัดสินใจเข้าโครงการซื้อหุ้นคืน โดยจะใช้เงินทั้งหมดไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

*** ยืนยันไม่กระทบสภาพคล่อง 
    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามงบการเงินรวมของบริษัท มีสินทรัพย์หมุนเวียน 5,386.17 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับหนี้สินหมุนเวียน 6,466.47 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนมีส่วนของเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี และส่วนของหุ้นกู้ที่
ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี รวม 912.31 ล้านบาท ซึ่งหนี้สินในส่วนดังกล่าวเป็นส่วนของหนี้สินจากสัญญาเงินกู้โครงการโรงไฟฟ้าที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้ในอนาคตและเพียงพอที่จะจ่ายชำระหนี้สินดังกล่าวได้ โดยมิต้องพึ่งพิง
สินทรัพย์หมุนเวียนในปัจจุบันของบริษัท
    นอกจากนี้บริษัทคาดการณ์ว่าจะได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น อันเนื่องการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้ากังหันลมขนาด 60 เมกกะวัตต์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา
    บริษัทยังคงเหลือวงเงินในการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้วในวงเงินไม่ตํ่ากว่า 3,500 ล้านบาท โดยบริษัทมีภาระหนี้สินที่จะจ่ายชำระคืนในระยะ 6 เดือน ในสัดส่วนที่ก่อให้เกิดสภาพคล่องส่วนเกินมากกว่า1,000 ล้าน
บาท การซื้อหุ้นคืนจึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัทฯ
    "บริษัทจะใช้เงินจากสภาพคล่องส่วนเกินซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับการเงินของบริษัทแต่อย่างใด นอกจากจะทำให้อัตราส่วนทางการเงินดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการแสดงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้น"

***มั่นใจผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนสูงขึ้น
    GUNKUL ให้เหตุผลในการซื้อหุ้นคืน  เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)  เพื่อส่งสัญญาณแก่ผู้ลงทุนถึงสถานะการเงินที่แข็ง
แกร่งของบริษัท
    โดยภายหลังซื้อหุ้นคืนผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่บริษัทฯ จะซื้อคืนไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลและจะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มสูงขึ้นด้วย ส่วนบริษัทการซื้อหุ้นคืนจะส่งผลให้เงินสดของบริษัทฯและส่วนของผู้
ถือหุ้นลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับสถานะทางการเงินของบริษัท ซึ่งผลที่ได้รับจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น

***พร้อมเดินหน้าธุรกิจพลังงานทดแทนตามแผน
    บริษัทฯ มีความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทนที่บริษัทดำเนินการอยู่ ที่ผ่านมาธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง
หางานใหม่ๆ เพิ่ม ทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงพลังงานลม ที่ขณะนี้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกันแล้วทั้งสิ้น 520 เมกะวัตต์ โดยขณะนี้จ่ายไฟเข้าระบบไปแล้วรวม 232 เมกะวัตต์ โดยบริษัทยังคงเป้าหมายที่จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ครบ 1,000
เมกะวัตต์ในปี 2563

*** โบรกฯมองผลประกอบการโตต่อเนื่อง 
    ก่อนหน้านี้ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ออกบทวิเคราะห์ มอง  GUNKUL จะยังคงเติบโต YoY ด้วยการทยอยพัฒนาและเริ่มจ่ายไฟโครงการในมือราว 500 MW ให้ครบภายใน 3-4 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดีการชะลอแผนรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของภาครัฐ  
อาจทำให้ Outlook การเติบโตของ GUNKUL และผู้เล่นอื่นในกลุ่มพลังงานทดแทนนับจากนี้ อาจไม่สดใสเช่นในอดีต ส่วนการลงทุนโครงการใหม่ในต่างประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนและคาดหวังได้ยาก เทคนิคราคาหุ้นปรับลงแรงพร้อมวอลุ่มที่มาก ดังนั้นอาจต่อ
รองราคาได้อีก โดยแนวรับถัดไปบริเวณ 2.4 บาท 
     ขณะที่ บล.เคจีไอ ออกบทวิเคราะห์ เมื่อ 29 มี.ค.61 ปรับลดประมาณการกำไร GUNKUL ปี 2560-61 ลง 35.9% และ 8.2% ตามลำดับเนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ GNP, KWE และ Sendai ช้ากว่าที่คาด แต่กำไรของ GUNKUL
ในปีนี้น่าจะยังโตได้ถึง 82.4% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน เราเชื่อว่าแรงกดดันจากรายได้การก่อสร้างที่ลดลงจะถูกชดเชยโดยผลการดำเนินงานที่แข็งแร่งของโครงการโรงไฟฟ้า เนื่องจากราคาหุ้นยังเหลือ upside ถึงราคาเป้าหมายของ
เราอีก 38% ในขณะที่คาดว่ากำไรของ GUNKUL ในอีกสามปีข้างหน้าจะเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ  และให้ราคาเป้าหมาย ปี 2561 ที่ 4.90 บาท เราประเมินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าโดยวิธี DCF และประเมินมูลค่าธุรกิจการค้าโดยใช้
PER ซึ่งจากราคาปิดล่าสุดยังเหลือ upside ถึงราคาเป้าหมายของเราอีก 38% นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรของ GUNKUL ในปี 2561 จะเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นพลังงานหมุนเวียนตัวอื่น เนื่องจากการเริ่มเปิดดำเนินการโครงการ GNP และ KWE
    สำหรับราคาหุ้น GUNKUL ตั้งแต่ต้นปี 61 ทำราคาลดลงกว่า 25%    โดย ณ 3 ม.ค.61 เปิดตลาดที่ราคา  3.96 บาท   จากนั้นราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และล่าสุด 11 เม.ย. 61 ปิดตลาดที่ราคา 2.94 บาท 
    
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด