ข่าวนี้ที่ 1

SCC เศร้า! ปิโตรฯฉุดรายได้ทรุด 10%-งบQ2ต่ำสุดรอบ 25 ไตรมาส

SCC เศร้า! ปิโตรฯฉุดรายได้ทรุด 10%-งบQ2ต่ำสุดรอบ 25 ไตรมาส

     บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ยอมรับรายได้ปีนี้ลดลง 9-10% หลังราคาปิโตรเคมีทรุดกว่า 20% ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังยังผันผวน พร้อมหั่นงบลงทุนปีนี้เหลือ 7 หมื่นลบ. จากเดิม 8 หมื่นลบ. ล่าสุดโชว์กำไร Q2/62 วูบ 43% เหลือแค่ 7 พันลบ. ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส ทำงวด 6 เดือนทรุด 24.59% แต่ยังปันผลระหว่างกาล 7 บ. ขึ้น XD 8 ส.ค.นี้  ด้านโบรกฯ ประเมินแม้ Q2 เป็นจุดต่ำสุด แต่ Q3 ก็ยังไม่ดี ส่วนทั้งปีคาดกำไรอยู่ที่ 3.9-4.6 หมื่นลบ.               

*** SCC รับรายได้ Q2/62 วูบ 9-10%    
    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า คาดรายได้จากการขายในปี 62 มีโอกาสจะปรับตัวลดลง 9-10% จากปี 61 เนื่องจากราคาเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงกว่า 20% ในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่าแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังราคาจะยังคงผันผวนต่อ ถึงแม้ว่าปริมาณขายจะยังคงทรงตัว
    ขณะที่ความต้องการใช้ปูนในประเทศจะเติบโตได้ประมาณ 3-4% เพราะรัฐบาลมีการกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ถึงแม้ว่าการลงทุนของภาคเอกชนในส่วนของอสังหาริมทรัพย์จะยังชะลอตัว
    สำหรับในช่วงไตรมาส 3/62 คาดจะสามารถบันทึกรายได้และกำไรสุทธิของ PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) หลังจากที่ได้ดำเนินเข้าซื้้อหุ้นจำนวน 55% โดยบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจแพ็คเกจจิ้งรายใหญ่ในอินโดนีเซีย โดยบริษัทมีแผนที่ขายกิจการในธุรกิจที่ไม่อยู่ใช่ธุรกิจหลัก หรือเป็นธุรกิจหลักที่ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัท รวมถึงมีแผนการซื้อกิจการใหม่ที่สามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ทันที    
    ขณะเดียวกัน มีแผนชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เนื่องจากมีความผันผวนทางด้านราคาน้ำมัน จากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ จึงทำให้ต้องมีการให้ความสำคัญในการเลือกลงทุน

*** หั่นงบลงทุนปีนี้ 7 หมื่นลบ. เน้นธุรกิจเคมิคอล 
    SCC ชี้แจงต่อไปว่า คาดการณ์ว่ารายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนของทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดจะใช้เงินประมาณ 80,000 ล้านบาท เพราะทบทวนการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว แต่ยังคงโฟกัสโครงการลงทุนโครงการที่ให้ผลตอบแทนในช่วงเวลา 1-2 ปี  ส่วนใหญ่จากการลงทุนของธุรกิจเคมิคอลส์และธุรกิจแพคเกจจิ้ง รวมถึงโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพและซ่อมบำรุง
    รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 มีมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 39,768 ล้านบาท ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนเป็นของธุรกิจแพคเกจจิ้ง 60% ธุรกิจเคมิคอลส์ 28% ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 10% และอื่นๆ 2%

*** โค้ง 2 กำไร 7 พันลบ. ลดลง 43% 
    บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 2 ปี 62 มีกำไรสุทธิ 7,043.16 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,401.21 ล้านบาท หรือลดลง 43% เป็นกำไรที่ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส  
    โดยไตรมาส 2/2562  SCC  มีรายได้จากการขาย 109,094 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง โดยเอสซีจีมีกำไรสำหรับงวดก่อนรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (สุทธิ 2,035 ล้านบาท) เท่ากับ 9,079 ล้านบาท ลดลง 27% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ และหากรวมรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 7,044 ล้านบาท ลดลง 43%

*** รอบ 6 เดือน กำไรหาย 24.59% 
    สำหรับงวด 6 เดือน ปี 62  SCC มีกำไรสุทธิ 18,705.55 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24,807.62 ล้านบาท หรือ ลดลง 24.59% คาดรายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนของทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท 
    ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2562 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 221,473 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง โดยเอสซีจีมีกำไรสาหรับงวดก่อนรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เท่ากับ 20,741 ล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง และหากรวมรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 18,706 ล้านบาท ลดลง 25%
    ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เอสซีจีมีสินทรัพย์รวม เท่ากับ 618,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2561 จานวน 28,804 ล้านบาท

*** ปันผลระหว่างกาล 7 บ. - XD 8 ส.ค.นี้   
    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 7.00 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,400 ล้านบาท จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันพฤหัสที่ 8 สิงหาคม 2562 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 และให้รับเงินปันผลภายใน 10 ปี
         
*** โบรกฯ คาด Q3 ยังซบต่อ เหตุเข้าโลว์ซีซั่น 
    บล.หยวนต้า ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานหลัก Q3/62 ยังไม่ฟื้นตัวนัก เนื่องจากยังเป็น Low season ของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เพราะเป็นฤดูฝน และตลาดปูนซีเมนต์ภาคที่อยู่อาศัย และพาณิชย์ยังไม่ฟื้นตัว ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีคาดส่วนต่างราคายังถูกดดันจากกำลังผลิตใหม่ และความต้องการใช้ชะลอจากการค้าโลกที่ยังไม่ได้ข้อสรุป 
    โดยมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกปี 2563 จากเหตุผลข้างต้น จึงได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2562-2563 ลง 10% และ 8% ตามลำดับ โดยปรับสมมติฐานหลักดังนี้ 1) ส่วนต่างราคา HDPE-Naphtha ลง 3-12% 2) ส่วนต่างราคา PP-Naphtha ลง 3% 3) อัตราการเติบโตยอดขายธุรกิจปูนซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้างลง 2% 
    ภายหลังปรับประมาณการ กำไรปกติปี 2562-2563 อยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท (-6% YoY) และ 4.46 หมื่นล้านบาท (+2% YoY) ตามลำดับ  โดยสมมติฐานเรารวมการเข้าซื้อกิจการ Fajar Surya Wisesa (Fajar) ผู้นำธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย ในสัดส่วน 55% ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q3/62 ไว้แล้ว  ส่งผลให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ลดลงเป็น 460.00 บาท  

***  หั่นกำไรทั้งปี หลังกลุ่มปิโตรฯ แย่กว่าคาด 
     บล.เคทีบี เปิดเผยว่า คาดกำไรสุทธิ Q2/62 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการในปีนี้ โดยคงกำไรสุทธิปี 2562 และคาดครึ่งปีหลัง 2562 ยังถูกกดดันจากปิโตรเคมี โดยประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 39,329 ล้านบาท  ยังมองธุรกิจปิโตรเคมียังเป็นตัวกดดันผลประกอบการจากสงครามการค้าที่ยังเป็นปัจจัย Over hang  คงคำแนะนำ "ขาย" ราคาเป้าหมายที่ 450.00 บาท 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจปิโตรเคมีในครึ่งปีหลังจะยังไม่ดีต่อเนื่อง จากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ในขณะที่มีชัพพลายใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้สเปรดธุรกิจปิโตรเคมีHDPE - Naphtha ในปัจจุบันปรับลดลงอีกเหลือเพียง 490 เหรียญ/ตัน เทียบกับราคาเฉลี่ยในไตรมาส 2/62 เท่ากับ 539 เหรียญ/ตัน จะกดดันธุรกิจปิโตรเคมีต่อแต่คาดจะได้แรงหนุนจากการรวมงบ Fajar ซึ่ง ทำธุรกิจแพคเกจจิ้งในอินโดนีเซีย ซึ่ง 3 ไตรมาสล่าสุด สามารถทำกำไรได้เท่ากับ 900 - 1,100 ล้านบาทต่อไตรมาส โดย SCC ถือ 55%คาดช่วยเพิ่มกำไรประมาณ 495-605 ล้านบาทต่อไตรมาส ช่วยเสริมธุรกิจแพคเกจจิ้งเดิมที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ธุรกิจปูนซีเมนต์  ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างคาดจะเติบโตได้
     ธุรกิจปิโตรเคมีที่แย่กว่าคาด ทำให้ปรับลดประมาณการกำไรปี นี้ลง 11% เหลือ 40,343 ล้านบาท ลดลง 10%YoY และปรับลดประมาณการปี 2563 ลง 8% เหลือ 45,082 ล้านบาท แต่ยังเติบได้ 12%YoY โดยปี 2563 จะได้แรงหนุนจากการรวมงบFajar ทำให้กำไรธุรกิจแพคเกจจิ้ง เพิ่มขึ้น เป็น 8,115 ล้านบาท โต 16%YoY และปูนซีเมนต์  ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง คาดกำไรจะเพิ่มเป็น 9,955 ล้านบาท โต 15%YoY
    

    
    
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด