ข่าวนี้ที่ 1

EA-BGRIM ปีหน้ากระฉูด ยอดขายไฟพุ่ง- ดีลตปท.เพียบ

EA-BGRIM ปีหน้ากระฉูด ยอดขายไฟพุ่ง- ดีลตปท.เพียบ

       2 ตัวพ่อโรงไฟฟ้า ควงแขนโชว์แผนปี 62  "บมจ.พลังงานบริสุทธิ์" ลั่นกำไรนิวไฮ 2 ปีซ้อน  หลัง COD ครบ 664 MW  - เริ่มขายรถยนต์ไฟฟ้า  จ่อปิดดีลโรงไฟฟ้ากรีนฟิลด์ในเวียดนามอีก 100 MW ฟากโบรกฯ ชี้ยังมีข่าวดีรออีกเพียบ ให้เป้า 51.50 บ.  ด้าน "บี.กริม เพาเวอร์" ไม่น้อยหน้ามั่นใจรายได้ปีหน้าโต 20% หลังผลิตไฟเพิ่ม 861 MW  พร้อมเตรียมปิดดีลโรงไฟฟ้ามาเลย์ - เกาหลีช่วยหนุน      
    

*** มั่นใจรายได้-กำไรปีนี้นิวไฮ หลัง COD  ตามแผน
    นางออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ให้ข้อมูลกับนักลงทุนในงาน Opportunity Day  ว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/61 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “โครงการหนุมาน” จังหวัดชัยภูมิ กำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ (MW) จะดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนธันวาคมนี้เข้ามาเพิ่มเติม ราว 180 MW ส่วนที่เหลืออีก 80 MW คาดว่าจะ COD ได้ในเดือนมกราคม 62 ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ตามแผนที่วางไว้
    สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 62 คาดว่ารายได้และกำไรสุทธิยังคงทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ได้ต่อเนื่อง จากการรับรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ครบทั้ง 664  MW ประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลม 386 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 278 MW เข้ามาเต็มปี ขณะเดียวกันบริษัทจะเริ่มการขายยานยนต์ไฟฟ้า (EV)ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 62 ด้วยเช่นกัน
    ด้านแผนการลงทุนบริษัทคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ 62 เพื่อหาข้อสรุปการลงทุน แต่ในเบื้องต้นได้วางงบลงทุนได้ราว 2.6 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2 ปี (61-62) แบ่งลงทุนในโรงงานแบตเตอรี่ราว 4 พันล้านบาท โดยในปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานในเฟสแรกขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้ในปลายปี 62 ,โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “โครงการหนุมาน” กำลังการผลิต 260 MW ราว 1.8 หมื่นล้านบาท,ลงทุนในโรงงานผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลและกรีนดีเซลรวมถึง PCM (สารแปรสภาพ) มูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท,ลงทุนในโครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าราว 800 ล้านบาท,งบในการวิจัยและพัฒนาราว 300 ล้านบาท และอื่นราว 1.5 พันล้านบาท

 ***  ต้นปี 62 สรุปลงทุนโรงไฟฟ้ากรีนฟิลด์ในเวียดนาม 100 MW
        บริษัทเตรียมลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้ารูปแบบการลงทุนในโครงการใหม่ (กรีนฟิลด์) ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตไม่เกิน 100 MW คาดว่าจะสรุปการลงทุนได้ในต้นปี 62 นอกจากนี้ บริษัทยังมีความสนใจที่ลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้
    ส่วนการลงทุนโรงงานแบตเตอรี่เฟส 2 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 49 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) คาดว่าจะทำการลงทุนหลังจากบรรลุผลสำเร็จของการดำเนินงานในเฟสแรกแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ แต่คาดว่ายังไม่เห็นความชัดเจนได้ในขณะนี้
    บริษัทเตรียมขอสินเชื่อโครงการ (Project Finance) จากสถาบันการเงินราว 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อทดแทนการออกหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งหลังจากกู้ยืมบริษัทคาดว่าจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E)ของบริษัทอยู่ที่ 2.6 - 2.7 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.03 เท่า

*** โบรกฯ คาด Q4/61 กำไรกระฉูดรับไฮซีซั่นพลังงานลม    
              ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ คาดทิศทางกำไรปกติงวด Q4/61 จะเพิ่มขึ้นจาก Q3/61 ทำระดับสูงสุดของปีรายไตรมาส มาอยู่ที่ราว 1.3 พันล้านบาท หนุนหลักๆจากการทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังลมหนุมาน 5 โครงการรวม 260 MW ในงวด Q4/61 (ภายใต้สมมติฐาน COD ได้ทันตามแผน) อีกทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากช่วง high season ของโรงไฟฟ้าพลังลม ซึ่งความเร็วลมจะสูงขึ้นมากในเดือน ธ.ค. ตามสถิติในอดีต รวมถึงโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้น เนื่องจากมีความเข้มแสงที่ดีขึ้นแม้จะเข้าสู่ช่วงสู่ฤดูหนาวและไม่มีฝนตกเหมือนในงวดก่อนหน้า ส่วนกำไรธุรกิจไบโอดีเซลคาดดีขึ้นเล็กน้อยตามฤดูกาลขับขี่ปลายปี

 *** โครงการลม 260 MW - Energy Storage 1 GWh หนุนปี 62 
    สำหรับทิศทางกำไรปี 2562 มีปัจจัยหนุนจากการรับรู้โรงไฟฟ้าพลังลมหนุมาน (260 MW) ที่จะ COD งวด Q4/61 และโครงการ Energy Storage (ES) เฟส 1 (1 GWh) ที่จะ COD งวด Q3/62 แต่ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจ ES ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นธุรกิจที่ใหม่สำหรับ EA จึงยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งหากผลิตไม่ได้ตามแผน มีโอกาสที่กำไรจะลดลงจากประมาณการปัจจุบันราว 800 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป คิดเป็นมูลค่าพื้นฐาน 6.5 บาท/หุ้น ส่วน ES เฟส 2 อีก 49 GWh ตามที่บริษัทเผยยังต้องรอดูความสำเร็จของเฟส 1 ก่อน อีกทั้งยังมีรายละเอียดการลงทุนไม่ชัดเจน รวมถึงเชื่อว่าการรับซื้อไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ในไทยจะยังไม่เกิดเร็วๆนี้เพราะปริมาณสำรองไฟฟ้าที่มีมาก จึงยังไม่รวมในประมาณการ
    ประเมิน FV ณ สิ้นปี 2562 วิธี SOTP เท่ากับ 51.50 บาท (แบ่งเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้ากับไบโอดีเซล 45 บาท และธุรกิจแบตเตอรี่ 1 GWh 6.5 บาท) ถึงแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่ upside ยังจำกัด จึงแนะนำให้รอหาจังหวะเข้าซื้อลงทุน

***BGRIM  มั่นใจรายได้ปี 62 โต 20% ผลิตไฟเพิ่ม 861 MW
      นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 62 จะเติบโตประมาณ 20% จากปี 61 เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้จากการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในปัจจุบันแล้ว และจะมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มทั้งหมดราว 861 เมกะวัตต์ (MW) เบื้องต้น ได้แก่ โรงไฟฟ้าที่ประเทศเวียดนามทั้ง 2 แห่ง ซึ่งจะจ่ายไฟเข้าสู่ระบบในช่วงเดือนมิ.ย.62 แบ่งเป็นโครงการที่มีขนาดกำลังการผลิต 257 MW และ 420 MW และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ สปป.ลาว จำนวน 15 MW จะจ่ายไฟช่วงไตรมาส 1/62 โรงไฟฟ้าจากขยะ จำนวน 5 MW จะจ่ายไฟเข้าระบบช่วงปลายปี จะส่งผลให้ในปี 62 มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 2,773 MW จากสิ้นไตรมาส 3/61 ที่มีการกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 1,912 MW

*** จ่อปิดดีลมาเลย์-เกาหลี , โรงไฟฟ้า BGPR1-2 แห่งใหม่ COD ปี 64   
    ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างประเมินมูลค่าสินทรัพย์โรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นที่ประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าในปี 62 จะได้ข้อสรุปแผนการลงทุน รวมถึงการเตรียมความพร้อม และศึกษาเพื่อเข้าลงทุนโครงการพลังงานลมที่ประเทศเกาหลี จำนวน 2 โครงการ แบ่งเป็นกำลังการผลิต 100 MW และ 30MW หลังจากลงนามข้อตกลงร่วมกับ KEPCO เพื่อศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจพลังงาน
    สำหรับความคืบหน้าการย้ายที่ตั้งโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ (ราชบุรี) 1 (BGPR1) และโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ (ราชบุรี) 2 (BGPR2) กำลังการผลิตรวม 240 MW จากนิคมอุตสาหกรรม วี.อาร์.เอ็ม. จ.ราชบุรี ไปยังเขตนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดอ่างทอง จะดำเนินการก่อสร้างในปี 62 และคาดจะจ่ายไฟฟ้าในระบบเชิงพาณิชย์ในปี 64
    ในปี 62 จะเห็นความชัดเจนของการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) 2 แห่งที่จะหมดอายุ โดยเชื่อว่าภาครัฐจะเห็นความสำคัญของการผลิตไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้เรื่องได้ผ่านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และอยู่ระหว่างรอมติอนุมัติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด