สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 12 มิถุนายน 2561 | 17:38

ก.ล.ต.เชือดบอร์ด EARTH ยกแก๊ง เสกหนี้เก๊ 2.6 หมื่นลบ.

ก.ล.ต.เชือดบอร์ด EARTH ยกแก๊ง เสกหนี้เก๊ 2.6 หมื่นลบ.

    ก.ล.ต.ลงดาบ "ขจรพงศ์ คำดี" ประธานกรรมการบริหารพร้อมกรรมการ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ(EARTH)รวม 11 ราย รวมหัวปั้นหนี้เก๊ 2.6 หมื่นลบ. หวังปกปิดนักลงทุน-เจ้าหนี้ ใช้เป็นทางลัดเข้าฟื้นฟูกิจการ เสี่ยงโทษหนักสุดคุก 10 ปี ปรับอีก 1 ลบ.  ชี้เบื้องต้นแผนฟื้นฟูยังดำเนินต่อ ด้านเจ้าหนี้ใหญ่ KTB ยันติดตามอย่างใกล้ชิด  
 
*** ก.ล.ต.ฟันบอร์ด EARTH 11 รายฐานปกปิดรายละเอียดหนี้

    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวโทษกรรมการและอดีตกรรมการบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH รวม 11 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ในกรณียินยอมให้ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจำนวน 26,000 ล้านบาทอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพื่อปกปิดไม่ให้ผู้ลงทุนและเจ้าหนี้รู้รายละเอียดที่แท้จริงของหนี้สินจำนวนดังกล่าว
    โดยผู้ถูกกล่าวโทษ ประกอบด้วย (1) นายขจรพงศ์ คำดี ประธานกรรมการบริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 (2) นายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์  ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 8 (3) นายธนาวรรธน์ ประทุมสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ (4) นายพิรุฬห์ พิหเคนทร์ กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 (5) นายพิพรรธ พิหเคนทร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5(6) นายพิบูล พิหเคนทร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4(7) นางสาวกาญจนา จักรวิจิตโสภณ (8) นายสมเกียรติ ศุขเทวา (9) นายสุริยาภรณ์ บุญชัย กรรมการตรวจสอบ(10) นายเอกนฤน ธรรมมารักษ์ กรรมการตรวจสอบ และ (11) นายธงชัย วัฒนโสภณวงศ์
    โดยหากกระทำผิดอาจต้องระวางโทษอาญาโดยจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนถึงหนึ่งล้านบาท ขณะที่การถูกกล่าวโทษข้างต้นมีผลให้กรรมการและอดีตกรรมการข้างต้นไม่สามารถเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดี

*** หนี้เจ้าปัญหา 2.6 หมื่นลบ.ไม่มีจริง!

    ที่ผ่านมาก.ล.ต.ตรวจสอบผ่านรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท และข้อมูลที่ EARTH เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายครั้ง พบว่า EARTH ไม่เคยระบุชัดเจนว่าหนี้สินที่เพิ่มขึ้น 2.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเสียหายพิเศษหรือค่าเสียโอกาส 
    แต่จากรายงานการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ที่ ก.ล.ต. สั่งให้ EARTH จัดทำกลับพบว่า มูลหนี้ดังกล่าวไม่สามารถบันทึกเป็นหนี้สินในงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีได้ นอกจากนี้ยังระบุความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายรายหนึ่งว่า หนี้สินส่วนที่เป็นค่าเสียหายพิเศษในสัญญากำหนดว่าคู่สัญญาคือ EARTH ไม่ต้องรับผิดชอบจำนวนเงินดังกล่าว นอกจากนี้ EARTH กลับไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของมูลหนี้ดังกล่าวแต่กลับนำมูลหนี้ทั้งจำนวนไปรวมเป็นหนี้สิน และยื่นขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในเวลาต่อมา
    ซึ่งจำนวนหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาถึง 2.6 หมื่นล้านบาทในทันที ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของ EARTH ลดลงจาก 10,349 ล้านบาท เป็นติดลบ 15,651 ล้านบาท ทำให้บริษัทอยู่ในสภาวะหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน เปิดทางให้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ EARTH เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการทันทีเมื่อเดือนก.ค. 60

*** เดินหน้าสอบมูลค่ายุติธรรมและการบันทึกบัญชีต่อ

    ขณะนี้ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินและการบันทึกบัญชี ซึ่งหากพบว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  หลังจากที่ ก.ล.ต.ขยายเวลาให้ EARTH ชี้แจงข้อมูลความมีอยู่จริงและผลการทบทวนมูลค่ายุติธรรมของสิทธิในเหมืองถ่านหินทั้ง 2 แห่งภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ EARTH ดำเนินการประเมินมูลค่าเหมืองถ่านหิน

*** ยันกระบวนการฟื้นฟูฯ ยังเดินหน้าต่อ 

    นายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า การกล่าวโทษกรรมการและอดีตกรรมการบริษัท EARTH ว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นเรื่องการไม่ให้ข้อมูลรายละเอียดแท้จริงของหนี้ ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนและเจ้าหนี้เข้าใจผิด ส่วนประเด็นเรื่องการฟื้นฟูกิจการ ขณะนี้ EARTH อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นการดำเนินไปตามกระบวนการดังกล่าว

*** กลุ่มเจ้าหนี้ยืนยันติดตามใกล้ชิด 

    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ในกรณีที่ก.ล.ต.พบว่าหนี้สินของ EARTH เป็นการสร้างขึ้นนั้น ธนาคารจะต้องประเมินในทุกๆมิติ ซึ่งในขณะนี้ธนาคารมีคณะทำงานที่คอยติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการฟื้นฟูฯ หรือ ธนาคารจะทำยังไงต่อไป
    ขณะที่จากสำรวจเอกสารเผยแพร่ในอดีตพบว่าธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 2,196 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ต่อศาลล้มละลายกลาง ทำให้การประชุมเจ้าหนี้ไม่สามารถลงมติเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการได้
    ทั้งนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีคำสั่งเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ออกไปเพื่อรอฟังคำสั่งศาลเกี่ยวกับคำร้องคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ข้างต้น โดยที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะแจ้งกำหนดวันและสถานที่นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการในภายหลัง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด