ข่าวนี้ที่ 1

SCC คาดกำไร Q3/60 ไม่ตื่นเต้น แต่ราคา Laggard

SCC คาดกำไร Q3/60 ไม่ตื่นเต้น แต่ราคา Laggard

          SCC เตรียมประกาศงบ 1 พ.ย. นี้ โบรกฯ คาดโกยกำไร 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท ได้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัทย่อยในเวียดนามหนุน ขณะที่ธุรกิจปูนซีเมนต์ คาดจะผ่านจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ที่สำคัญคือราคาหุ้นที่ยัง Laggard หุ้นบิ๊กแคปตัวอื่น และมีจุดเด่นที่การจ่ายปันผลระดับสูง

          บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เตรียมแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ในขณะที่หุ้นปรับลดลงมาต่ำกว่าระดับ 500 บาท ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 488 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 0.81% มูลค่าการซื้อขาย 1,128 ล้านบาท

** คาด Q3/60 กำไร 1.1-1.3 หมื่นลบ.
          ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" รวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์ต่อผลการดำเนินงาน SCC ไตรมาส 3/60 คาดว่าจะทรงตัว หรือ อ่อนตัวลงเล็กน้อยที่ราว 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกกำไรพิเศษขายหุ้นบริษัทย่อยที่เวียดนาม
          บล.ทรีนีตี้ คาด SCC จะมีกำไรปกติใน 3Q60 อยู่ที่ 12,943 ล้านบาท (-2% QoQ, -8% YoY) โดยคาดธุรกิจปิโตรเคมียังคงเป็นพระเอกหลัก จากส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha อยู่ในระดับที่ดีที่ 674 $/ton (-2% QoQ,-10%YoY) และ 687 $/ton (+3% QoQ. -2% YoY) ตามลำดับ ในขณะที่ธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างยังคงอ่อนแอ และเผชิญกับต้นทุนถ่านหินที่สูงขึ้น แต่หากรวมกำไรพิเศษหลังหักภาษีจากขายหุ้นผ่านบริษัทย่อย (NTP) ซึ่งมีกำไรหลังหักภาษีจำนวน 310 ล้านบาท 

**ธุรกิจปูนถึงจุดต่ำสุด
          จึงคาดไตรมาส 3 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,253 ล้านบาท (Flat QoQ, -6% YoY) โดยยังคงมองว่าธุรกิจปิโตรเคมีน่าน่าจะอยู่ในระดับทรงตัวมากกว่าเติบโต แม้ว่าธุรกิจปูนซีเมนต์ยังคงอ่อนแอ แต่คาดว่าอยู่ในจุดต่ำแล้ว ในขณะที่ภาพระยะยาวของบริษัทมีความมั่นคง ฐานะทางการเงินแข็งแรง พร้อมเดินหน้าการกระจายการลงทุนและขยายฐานการผลิต และราคายังคง laggard จึงแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ที่ราคาเป้าหมาย 530 บาท
          บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร 3Q60 ของ SCC จะทรงตัว คือ มีกำไรประมาณ 13,400 ล้านบาท (+1%QoQ, -5%YoY)  โดยกำไรจะยังได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจปิโตรเคมี 10,818 ล้านบาท (+17%QoQ, -9%YoY)  จากราคาปิโตรเคมีฯที่ปรับขึ้นจะทำให้ในไตรมาสนี้มีกำไรในสต็อกเล็กน้อย เทียบกับไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 1,860 ล้านบาท  รวมถึงมีกำไรจากการขายเงินลงทุน NTP หลังภาษีที่บันทึกในไตรมาสนี้ 310 ล้านบาท  โดยในไตรมาสนี้ ธุรกิจปิโตรเคมีฯมีสเปรด รวมใกล้เคียงไตรมาสก่อน  คือ PE-Naphtha เท่ากับ 675 เหรียญ/ตัน (-2%QoQ, -10%YoY) และ PP-Naphtha 687 เหรียญ/ตัน (+3%QoQ, -3%YoY)  แต่ในไตรมาสนี้จะไม่มีเงินปันผลจากเงินลงทุนเข้ามาช่วยเทียบกับไตรมมาสก่อนที่มีเงินปันผล 1,331 ล้านบาท 
          บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาด SCC จะทำกำไรปกติใน 3Q60 ที่ 11,887 ล้านบาท (-10% QoQ, +5% YoY) สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทต่อเนื่อง แม้ภาพอุตสาหกรรมจะไม่เอื้อ โดยธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังมีแรงกดดันจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและการลงทุนที่ชะลอตัว การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น กดดันต่อยอดขายและความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมียังสามารถสร้างผลประกอบการได้ดีต่อเนื่อง โดย spread ราคาเม็ดพลาสติก HPDE - Naphtha ปรับตัวลดลงเล็กน้อยถูกชดเชยจากผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP, Butadiene และผลิตภัณฑ์สาย Styrene ที่มี spread แข็งแกร่งหนุนให้กำไรของธุรกิจปิโตรเคมียังทรงตัวในระดับที่แข็งแกร่ง
 
** คาดฟื้นในอีก 1-2 ปี
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ ในเชิงกลยุทธ์ เราจัดให้ SCC เป็นหุ้น Value Play แนะนำซื้อลงทุน โดยให้ราคาพื้นฐาน SCC ไว้ที่ 580 บาท ทั้งนี้แม้ว่าระยะสั้น ธุรกิจขาดปัจจัยกระตุ้น แต่ในระยะยาวเชื่อว่าธุรกิจจะไปได้ดีทั้งธุรกิจปิโตรเคมีซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ เพราะบริษัทมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดธุรกิจ & สร้างบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องานอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานรายได้และกำไรที่ใหญ่ และธุรกิจปิโตรเคมีมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่ม & มีความผันผวนโดยธรรมชาติทำให้การเติบโตเฉลี่ยต่อปีในแต่ละรอบของวัฎจักรจะไม่ได้ก้าวกระโดดมาก สำหรับปัจจัยที่จะเป็น Upside ใน 1-2 ปีข้างหน้า คือ การฟื้นตัวของอุปสงค์ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง

** ปันผลยังเด่น
          บล.บัวหลวง  ระบุว่า แม้ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ใกล้จะประกาศออกมา และแนวโน้มการเติบโตในปี 2561 จะไม่น่าตื่นเต้นนัก เราเชื่อว่ายังควรค่าแก่การถือหุ้น SCCในระยะยาว เนื่องจากกระแสเงินสดจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างยังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งผลตอบแทนจากเงินปันผลในปัจจุบันที่สูงถึง 4.1% และยังมีโอกาสเพิ่มสูงกว่านี้หากบริษัทตัดสินใจเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลขึ้นจาก 40% ในปัจจุบัน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC โดยให้ราคาเป้าหมาย 620 บาท

** ราคายัง Laggard
          บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ยังระบุถึง 4 เหตุผลที่เริ่มต้นคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" SCC คือ 1) คาดกำไรใน 3Q60 ยังทรงตัวได้ในระดับที่แข็งแกร่งแม้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวจำกัด 2) ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างยังชะลอตัว สร้างแรงกดดันด้านการแข่งขัน ขณะที่ปิโตรเคมีไม่ดีเหมือน 2 ปีที่แล้ว 3) อย่างไรก็ตาม SCC ยังมี upside จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ หากมีความชัดเจนมากขึ้นจะหนุนให้ภาพรวมวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวขึ้นได้ 4) ราคาหุ้น laggard big cap อื่นมาก YTD ปรับตัวขึ้นเพียง 0.8% ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 12 เท่า
 
** เคาะราคาเหมาะสม 530-620 บ.

โบรกเกอร์        ราคาเหมาสม (บ.)
ทรีนีตี้                      530
หยวนต้า                  555
ธนชาต                    560
ฟิลลิป                     570
ดีบีเอส วิคเคอร์ส    580
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง    600
บัวหลวง                 620 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด