ข่าวนี้ที่ 1

ตลท.ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ รับ MSCI-FTSE เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย

ตลท.ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ รับ MSCI-FTSE เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ" มอง มี.ค.นี้ มีเงินต่างชาติไหลกลับ หลังมีปัจจัยบวกหนุน ทั้ง MSCI-FTSE  เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย และการเลือกตั้ง ที่เพิ่มความมั่นใจต่อนักลงทุนมากขึ้น ด้านโบรกเกอร์ประสานเสียง มอง SET ปีนี้ แตะ 1,720- 1,800 จุด คาดพีคสุดช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว 
 
*** ลุ้น MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย หนุน Fund Flow
    นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประเมินว่า ในเดือน มี.ค.นี้  จะมีเงินทุนไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้  MSCI Index มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยอีก 0.5% จากเดิมอยู่ที่ราว 2.5%  นอกจากนี้  FTSE Global Equity Index Series  จะทบทวนปรับเพิ่มหุ้นไทยขนาดใหญ่และขนาดกลาง  จะทำให้หุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศและสถาบันมากขึ้น 
    พร้อมกันนี้ปัจจัยในประเทศ ทั้งการเลือกตั้งในวันที่ 24  มี.ค.นี้  ยังสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนได้มากขึ้น  ขณะที่การเจรจาเงื่อนไขทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ยังส่งให้นักลงทุนคลี่คลายความกังวล 

*** เตรียมตั้งบอร์ดศึกษาเชื่อตลาดหุ้นไทย-ลาว
    นายศรพล กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงตลาดหุ้นไทย-ตลาดหุ้นสปป.ลาว คาดว่าจะสามารถจัดตั้งขึ้นได้ภายในปีนี้ เบื้องต้นได้ศึกษาผลิตภัณฑ์ไว้บ้างแล้ว อาทิ ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง (DR)  กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน  (Infrastructure Fund)และการซื้อขายหุ้นในรูปแบบ 2 ตลาด (dual offering)  เป็นต้น

*** ดัชนีหุ้นไทย ก.พ.62 บวก 5.7%
     ตลท.ได้รายงาน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) สิ้นเดือน ก.พ. 62 ปิดที่ 1,653.48 จุด เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 61 โดยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ให้ผลตอบแทนมากกว่า SET Index  
 โดยทิศทางดัชนียังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยในช่วงต้นเดือนก.พ.62  ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทยตามบรรยากาศการลงทุนที่ดีต่อเนื่องจากเดือนก่อน จากกรณีการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีสัญญาณที่ดีขึ้น ขณะที่ผู้ลงทุนรอจังหวะการลงทุนในช่วงกลางเดือนเป็นต้นมาเมื่อเริ่มเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งมากขึ้น
     ด้านมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือน ก.พ. 62 อยู่ที่ 46,771 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากเดือนก่อน   โดยผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 3,500 ล้านบาท ขณะที่ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีสถานะซื้อสุทธิในเดือนนี้ ซึ่งForward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 62 อยู่ที่ระดับ 15 เท่า และ 17 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.76 เท่า และ 15.56 เท่าตามลำดับ 
     สำหรับมูลค่าการระดมทุน (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ไทยยังคงสูงที่สุดในอาเซียนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 62 มูลค่าการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่ที่ระดับ 5,680 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือน ก.พ.62 อยู่ที่ 17.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากสิ้นปี 2561 สอดคล้องกับทิศทางของดัชนี  
    ส่วนภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ 62 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 308,876 สัญญา ซึ่งลดลง 10.9% จากเดือนก่อน โดยส่วนใหญ่ลดลงจาก SET50 Index Futures และ SET50 Index Options  

*** โบรกฯมอง มอง SET ปีนี้ แตะ1,730- 1,800 จุด
    นางสาวจิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทให้เป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,800 จุด  แต่ระยะสั้นตลาดจะเป็นช่วงพักฐาน เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ซึ่งอาจจะยังคงได้เห็นฟันด์โฟล์วไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเม็ดเงินยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นจีนต่อเนื่อง หลังจาก MSCI Index ได้เพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน จึงทำให้ฟันด์โฟล์วไหลเข้าตลาดหุ้นจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนผิดหวังกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ในไตรมาส 4/61 ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด
    ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้ ประกอบด้วย ทิศทางการปรับน้ำหนักลงทุนของ MSCI Index   ซึ่งจะมีผลต่อฟันด์โฟลว์อย่างมีนัยสำคัญ หากมีทิศทางที่ดีก็จะส่งผลฟันด์โฟล์วไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น รวมถึงประเด็นการเจรจาของสหรัฐฯ และจีน  ปัจจัยในประเทศต้องติดตามผลคำตัดสินกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในวันที่ 7 มี.ค.  นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้น 
    แนะนำนักลงทุนให้ลงทุนในหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายใน (Domestic) และหุ้นที่ปลอดภัยในภาวะที่ตลาดผันผวน (Defensive) ขณะที่กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
    ด้าน นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET เปิดเผยว่า  บริษัทมองดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ 1,730 จุด ซึ่งคาดว่าจะมีโอกาสแตะจุดสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก หลังจากได้รัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น 
    สำหรับช่วงสั้นคาดว่ายังคงเห็นการแกว่งตัวของดัชนีหุ้นไทย จากปัจจัยการเมืองภายในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศต้องติดตามผลคำตัดสินกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)ที่จะประกาศออกมา และส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากน้อยเพียงใด ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศ ยังคงต้องติดตามข้อสรุปสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯว่าจะมีทิศทางออกมาเช่นไร ซึ่งจะมีการเจรจาระหว่างนายโดนัล ทรัมป์และสีจิ้น ผิงวันที่ 27 มีนาคมนี้ โดยในระยะสั้นมองกรอบแนวรับที่ 1,630 จุดและแนวต้านที่ 1,660 จุด
    สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะภาคการบริโภคที่เป็นกุญแจหลักที่ผลักดันให้เติบโตได้ดีตามการกระตุ้นขรัฐบาล และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมา แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามความเสี่ยงในเรื่องของสงครามการค้า และการปรับน้ำหนักของ MSCI
     ทั้งนี้ธีมการลงทุนในปีนี้ แนะนำให้นักลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจะปันผลสูง อาทิ TISCO,KKP,CPALL,PTTEP,TOP เป็นต้น

***  บล.โนมูระ แนะลงทุนหุ้นเข้า MSCI 
     นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทมองตลาดหุ้นไทยเดือน มี.ค.62 มีโอกาสที่จะพักตัว เนื่องจากตลาดยังคงขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน ซึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของ MSCI Index ในเดือนมี.ค. จากเดิมที่คำนวณจาก Foreign Share  มาคิดคำนวณจาก NVDR แทน โดยเกณฑ์นี้จะทำให้น้ำหนักในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจจะมีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะกลับเข้าตลาดหุ้นไทยได้
    โดยหากเกณฑ์ใหม่ได้รับการอนุมัติ คาดว่าน้ำหนักของหุ้นไทยใน MSCI EM จะเพิ่มขึ้นจาก 2.5% สู่ 3% คิดเป็นเม็ดเงินจาก Passive Fund กว่า  1.11 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3.5 หมื่นล้านบาท ที่จะกระจายเข้ามาในหุ้นใน MSCI Thailand และจะมีหุ้น 4  บริษัท ที่คาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวณใหม่ในรอบเดือนพ.ค.นี้ ได้แก่ INTUCH, DTAC, RATCH, CENTEL
     กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น บริษัทแนะนำให้นักลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณใน MSCI ได้แก่ INTUCH, DTAC, CENTEL และหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายใน (Domestic) ได้แก่ AMATA, STEC, BJC, GUNKUL
 
 *** บลจ.กรุงศรี ชี้ Fund Flow ไหลกลับแล้ว
    นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ  และนางสุภาพร ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด มองเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ไว้ที่ 1,720 จุด โดยประเมิน EPS ไว้ที่ 110.7 บาท/หุ้น ด้าน P/E 15.5 เท่า และอัตราเงินปันผลประมาณ 3.15% แนะนำหุ้นในกลุ่มที่เติบโตจากปัจจัยภายในประเทศ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนจะกลับมาหลังเลือกตั้ง กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ท่องเที่ยว อุปโภคบริโภค 
     โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านเริ่มมีเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท จากปีก่อนไหลออกไปกว่า 3 แสนล้านบาท  ซึ่งหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ การขยายตัวเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง การลงทุนภาคเอกชนแนวโน้มขยายตัวหลังเลือกตั้ง และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนแนวโน้มโตต่อเนื่อง 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด