สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 19 มิถุนายน 2561 | 17:24

ลุ้น DOD วิ่งทะลุเป้า 12.20 บ. ผู้บริหารชู Growth Stock

ลุ้น DOD วิ่งทะลุเป้า 12.20 บ. ผู้บริหารชู Growth Stock

    "ดีโอดี ไบโอเทค" มั่นใจเข้าเทรด เอ็ม เอ ไอ 20 มิ.ย.นี้ ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง แม้เป็นช่วงตลาดหุ้นไทยดิ่งหนัก หลังยอดจองซื้อหุ้นไอพีโอล้น พร้อมชูเป็นหุ้น Growth Stock พื้นฐานยังโตแกร่ง  ขณะที่โบรกฯประสานเสียงกำไรปีนี้โตกระโดด 60-73% แตะ 228-246 ลบ. ทุบสถิตินิวไฮ พร้อมเคาะราคาเหมาะสมที่ 11.80-12.20 บาท อิงพี/อีแค่ 20-22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 32 เท่า

*** ตลาด mai รับ DOD เข้าเทรด 20 มิ.ย. นี้

    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ รับหุ้น บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากสารสกัดจากธรรมชาติ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “DOD” ในวันที่ 20 มิถุนายน 2561
    DOD เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement Product) ที่มีส่วนประกอบหลักจากสารสกัดจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติ โดยให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการผลิต การคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การจดแจ้งเลขสารบบอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (เลข อย.) ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า การออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การให้คำปรึกษาด้านการตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพของบริษัทเองภายใต้ตราสินค้า “Dai a to” (ได เอ โตะ)
    DOD มีทุนชำระแล้ว 205 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 110 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน 2561 ในราคาหุ้นละ 9.30 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,023 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 3,813 ล้านบาท มีบริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล. เคที ซีมิโก้ จำกัด เป็นผู้นำการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    ด้านนางสาวศุภมาส อิศรภักดี กรรมการผู้จัดการ DOD เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนค้นคว้าวิจัยสูตรการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเข้าจดทะเบียนใน mai ครั้งนี้ จะนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนสร้างโรงงานสกัดวัตถุดิบ และห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล พัฒนาตราสินค้า ใหม่ของบริษัท ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
    DOD มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มพรรธนประเทศ ถือหุ้น 68.15% กลุ่มเหรียญปรีชา ถือหุ้น 2.28% และนางสาวบุณฑริกา เชื้อโชติ ถือหุ้น 1.89% การกำหนดราคาเสนอขาย IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (book building) ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 9.30 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 17.22 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (1 เมษายน 2560-31 มีนาคม 2561) ซึ่งเท่ากับ 219.87 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.54 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

*** มั่นใจผลตอบรับดี แม้หุ้นไทยดิ่งหนัก

    นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า มั่นใจเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)ภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ จะยังได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี แม้จะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลงอย่างชัดเจน เนื่องจากมั่นใจว่าพื้นฐานของบริษัทมีความแข็งแกร่ง และเป็นหุ้น Growth Stock และเนื่องจากในช่วงเสนอขายหุ้นไอพีโอนักลงทุนจองซื้อหุ้นเข้ามามากกว่าปริมาณที่เสนอขายค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทกำหนดราคาไอพีโอไว้ที่ 9.30 บาท คิดเป็น P/E เพัยง 17.22 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจเดียวกันที่มี P/E มากกว่า 30 เท่า
    “ปกติหุ้นไอพีโอจะได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดไม่มากนัก โดยเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ซึ่ง DOD เป็น Growth Stock ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดี ขณะที่ช่วงทำการเสนอขายหุ่นไอพีโอที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีนักลงทุนต้องการจองซื้อหุ้นมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายค่อนข้างมาก เชื่อว่ากลุ่มนักลงทุนดังกล่าวจะเข้ามาซื้อในกระดานในวันพรุ่งนี้” นางสาวศุภมาส กล่าว

*** โชว์กำไรโค้งแรกโต 231% รับรายได้พุ่งเท่าตัว

    DOD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 111.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 231.77% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33.52 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 214.56 ล้านบาท โต 117.76% จากช่วงเดียวปีก่อน หลังจากได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ใหม่เข้ามา

*** เปิดแผนนำเงินระดมทุน ตั้งโรงงานสกัด-เปิดแบรนด์สินค้าใหม่

    บริษัทเตรียมนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ หลังหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้น ซึ่งเป็นเงินประมาณ 1,023 ล้านบาท ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้
    1.จำนวนประมาณ 100 ล้านบาท ใช้ลงทุนโรงงานสกัด วัตถุดิบและห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล โดยโรงสกัดวัตถุดิบโรงที่ 2 จะสร้างเพิ่มเติมจากโรงสกัดเดิม ด้วยการลงทุนในเครื่องจักรที่เป็นเครื่องสกัด  แบบที่ใช้ก๊าซเป็นตัวดึงสารสำคัญออกมาจากพืชสมุนไพร เพิ่มเติมจากโรงงานสกัดเดิมที่ใช้น้ำและแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายในการดึงสารสำคัญ เพราะพืชสมุนไพรบางชนิดไม่สามารถใช้น้ำและแอลกอฮอล์สกัดสารสำคัญออกมาได้หมด รวมทั้งลงทุนก่อสร้างห้องปฏิบัติการวิจัย เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของสารสกัดที่ได้จากโรงสกัดของบริษัท และให้บริการเป็นผู้ตรวจสอบสารสำคัญในสารสกัดให้แก่บุคคลภายนอก 
    2.จำนวนประมาณ 200 ล้านบาท ใช้พัฒนาตราสินค้าใหม่ของบริษัท ได้แก่ ตราสินค้าเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้สูงอายุที่มุ่งเน้นการมีสุขภาพที่ดี และตราสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรตรีผลา
    3.จำนวนประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
    4.จำนวนประมาณ 637.24 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

*** กูรูประสานเสียงกำไรปีนี้โตกระโดด พร้อมทะยานถึงปี 64 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผยกำไรสุทธิ DOD ปีนี้ จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 246 ล้านบาท โตถึง 73.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 1 รายตั้งแต่ปลายปี 60 ซึ่งบริษัทจะเริ่มทยอยส่งมอบสินค้าตั้งแต่ในไตรมาส 2/61 - 3/61 ขณะที่ในปี 62 - 63 คาดกำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 13% ต่อปี

    บล.ฟิลลิป เผย ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้าใหม่เข้ามาทั้งหมด เมื่อรวมกับยอดสั่งซื้อของลูกค้าเดิมจะทำให้รายได้ทั้งปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 561.2 ล้านบาทโต 44.88% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 228 ล้านบาท โต 60.44% จากปีก่อน ขณะที่ปี 62 คาดรายได้เติบโตมาอยู่ที่ 589.26 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 248 ล้านบาท ทั้งนี้กำลังการผลิตของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 61% จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีการลงทุนใหม่ๆเพิ่มเติม

    บล.หยวนต้า คาดกำไรสุทธิปีนี้ขยายตัวมาอยู่ที่ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อน เนื่องจากลูกค้ารายใหม่มีจำนวนสั่งซื้อขนาดใหญ่ และอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะปรับขึ้นเป็น 62% จาก 60% ในปีก่อน ตามการประหยัดต่อขนาด ส่วนกำไรสุทธิในปี 62 - 64 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีกเฉลี่ยปีละ 8% ตามมูลค่าตลาดอาหารเสริมที่ยังโตปีละ 8% แลจากแผนการออกสินค้าของบริษัทเองเพิ่มอีก 1 แบรนด์ และการลดต้นทุนจากการสร้างโรงสกัดวัตถุดิบแห่งที่ 2

    บล.ทิสโก้ ประเมิยกำไรสุทธิปีนี้จะโตกระโดดแตะ 230 ล้านบาท โต 62% จากปีก่อน จากลูกค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ขณะที่กำไรสุทธิจะโตต่อเนื่องในปี 61 - 63 ราว 19.2% ต่อปี จากการสร้างโรงสกัดแห่งที่ 2 เพื่อเพิ่มรายได้จากการรับจ้างสกัดสารและต้นทุนผลิตที่ลดลง การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าแบรนด์ตัวเองเป็น 10% ในปี 63 จากปี 60 ที่มีสัดส่วนเพียง 1 % รวมถึงการประหยัดต่อขนาดจากการทยอยใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้นและการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
    
*** เคาะเป้า 11.80 - 12.20 บาท อิงพี/อี 20-22 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 32 เท่า

    โดยจากการรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ทั้งหมด 5 ราย พบว่าให้ราคาเป้าหมายปี 61 อยู่ที่ 11.80 - 12.20 บาท บน P/E ที่ 20 - 22 เท่า ซึ่งต่ำกว่าหุ้นที่มีธุรกิจคล้ายกัน เช่น MEGA BEAUTY KAMART และ APCO ที่ 32 เท่า โดยมีรายละเอียดดังนี้

    บล.เคที ซีมิโก้ ให้ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 12.20 บาท ด้วยวิธี DCF คิดเป็น P/E 22 เท่า ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าหุ้นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันที่ 30 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มพาณิชย์ที่ 32 เท่า 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 12 บาท อิง P/E 20 เท่า ซึ่งเป็นระดับเท่ากับค่าเฉลี่ย P/E ของตลาด mai ย้อนหลัง 5 ปี และเป็นระดับที่ค่อนข้าง Conservative เพราะต่ำกว่า PE หุ้น MEGA BEAUTY KAMART และ APCO ที่ 32 เท่า

    บล.ฟิลลิป ให้ราคาเป้าหมาย 11.80 บาท อิงวิธี DCF เทียบเท่า P/E ราว 21 เท่า โดยต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มธุรกิจใกล้เคียงกัน เช่น BEAUTY MEGA DDD KAMRT และ APCO ทำให้ DOD เป็น Growth Stock ที่น่าสนใจ

    บล.หยวนต้า  ให้ราคาเป้าหมายที่ 11.90 บาท ด้วยวิธี DCFภายใต้สมมติฐานอัตราส่วนลด (WACC)ที่ 9.90% Risk Free Rate 2.7% คิดเป็น P/E  ปี 61 ที่ 21x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มความงามสำหรับตลาดในประเทศ และภูมิภาคที่ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เฉลี่ย 33.0x และ 25.7x ตามลำดับ

    บล.ทิสโก้ ให้ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 11.90 บาท อิง PER 21.1 เท่า คิดเป็น PEG ที่ 0.86 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม เนื่องจากรายได้ที่เปราะบางกว่าเพราะเป็นธุรกิจรับจ้างผลิต การกระจายความเสี่ยงของรายได้ต่ำ และ ROE ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มจากเงินสดที่สูง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด