ข่าวนี้ที่ 1

BCP ทุ่มงบลงทุน 7.7 หมื่นลบ. ดัน EBITDA โต 2 เท่า

BCP ทุ่มงบลงทุน 7.7 หมื่นลบ. ดัน EBITDA โต 2 เท่า

    "บางจาก คอร์ปอเรชั่น" เปิดแผนลงทุนปี 62-65 ทุ่มงบ 7.7 หมื่นลบ. เพิ่มกำลังผลิตโรงกลั่น ขยายธุรกิจการตลาด ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และทรัพยากรชีวภาพ หวังดัน EBITDA โต 2 เท่าจากปัจจุบัน หรือมากกว่า 3 หมื่นลบ.ในปี 66 คาดดันกำลังการผลิตโรงกลั่นปี 62 แตะ 1.15 แสนบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โบรกฯเตือนกำไรไตรมาส 4/61 ชะลอตัว หลังโซลาร์ฟาร์มผลิตต่ำ แต่การลงทุนระยะยาวน่าสนใจ

*** ทุ่มงบ 7.7 หมื่นลบ.ลงทุนปี 62 - 65

    นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนใช้งบ 7.7 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในปี 62 - 65  เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจการตลาด ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ โดยจะใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดของบริษัท และกู้ยืมสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.7-0.8 เท่า  และจะควบคุมไว้ไม่ให้เกิน 1 เท่า นอกจากนี้มีแผนที่จะออกหุ้นกู้ราว 5 พันล้านบาทในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ หรือ ใน ม.ค.62
    ซึ่งในปี 65 บริษัทจะทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเป็น 10% และเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจ Non-oil และ Lube เป็น 30% และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 18% จากสิ้นเดือน ก.ย.นี้ อยู่ที่ 16.5% ขึ้นเป็นอันดับ 2 ในตลาด และเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิดสถานีบริการ Greenovative Experience และมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือมากกว่า 30,000 ล้านบาท ในปี 66

*** เปิดแผนการลงทุน

    นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันในปี 63 จะเพิ่มกำลังการกลั่นเป็น 135,000 บาร์เรลต่อวัน จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 120,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมขยายธุรกิจจำหน่ายทั้งการซื้อขายน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป เชื้อเพลิงชีวภาพและแร่ลิเทียม ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นในอนาคต
    กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลรวม 1.8 ล้านลิตรต่อวัน นับเป็นธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะมีการจัดตั้ง Bio Hub ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง ทั้งด้านไบโอพลาสติก วัสดุชีวภาพ น้ำตาล และโปรตีนชีวภาพ ซึ่งคาดว่าจะสรุปการลงทุนได้ในปีนี้ถึงปี 62
    ขณะที่กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นเป็นอันดับ 2 ใน Lithium Americas Corp. มีกำลังการผลิตในเฟสที่ 1 ราว 25,000 ตันต่อปี และสามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึง 50,000 ตันต่อปี ซึ่งปัจจุบันได้รับสิทธิ์ในการจำหน่าย หรือนำไปป้อนเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานแบตเตอรี่ลิเทียมตามแผนการลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ ปริมาณแร่ลิเทียมดังกล่าวเพียงพอสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าได้จำนวน 62,500 คันต่อปี

*** จ่อนำ AI - Big Data ช่วยหนุนธุรกิจ

    นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้บริษัทมีความสนใจการลงทุนนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น การพัฒนากระบวนการซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการบริหารจัดการการขนส่งน้ำมัน และใช้เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) วิเคราะห์ข้อมูลจากระบบเก็บฐานข้อมูล (Big Data) มาพัฒนางานบริการและบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ หรือ BiiC ของบริษัทมีแผนจัดทำ Corporate Venture Capital (CVC) และการวิจัยพัฒนา เพื่อการลงทุนใน Startup ของบริษัท โดยได้วางสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจหลักของบริษัทที่ 60% ธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ 30% และเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจที่ 10% ตั้งเป้าที่จะจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (IP) อย่างน้อย 2 รายการใน 4 ปีข้างหน้า

*** กำลังการผลิตทุบสถิติสูงสุดในปี 62 

    นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 62 บริษัทคาดว่ากำลังการผลิตโรงกลั่นจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.15 แสนบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนปิดซ่อมโรงกลั่น ส่วนค่าการกลั่นคาดว่าในไตรมาส 4/61 จะทรงตัวจากไตรมาส 3/61 ที่ทำได้ 7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะอยู่ที่ 70-75 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และสิ้นปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

*** เตรียมขายหุ้นแหล่งน้ำมันดิบฟิลิปปินส์สรุปปีหน้า

    นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทย่อยมีแผนขายหุ้น Nido Production (Galoc) Pty. Ltd. (NPG) ที่ถือครองแหล่งน้ำมันดิบ Galoc ในฟิลิปปินส์ มูลค่าประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/62 
    ส่วนการมุ่งขยายการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำที่บริหารโดยบริษัท OKEA ประเทศนอร์เวย์ กำลังการผลิต 25,000 บาร์เรลต่อวัน คาดว่าจะมี EBITDA จากการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากการหาแหล่งน้ำมันดิบและพลังงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนซื้อขายหุ้นบริษัท OKEA เพิ่มเติม หลังจากที่รัฐบาลประเทศนอร์เวย์ได้อนุมัติแล้ว คาดว่าภายในเดือน ธ.ค. นี้จะสามารถเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 49%ได้

*** ดัน "บีบีจีไอ" เข้า SET ปีหน้า

    นายชัยวัฒน์ เปิดเผยต่อว่า แผนการนำบริษัทย่อย "บีบีจีไอ" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) คาดว่าจะสามารถเข้าจะทะเบียนได้ในช่วงปี 62 เนื่องจากปัจจุบันภาวะตลาดหุ้นมีความผันผวน อาจจะส่งผลต่อมูลค่าการระดมทุน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติไฟลิ่งจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต)

*** โบรกฯเตือนผลงาน Q4/61 ชะลอจากโซลาร์ญี่ปุ่น

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/61 จะลดลงจากไตรมาส 3/61 ซึ่งมีสาเหตุมาจาก รายจ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นในช่วงท้ายปี ค่าการกลั่นตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/61 ที่ลดลง 14% QoQ ขณะที่ผลงานของ BCPG จะอ่อนตัวลงจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นที่มีความเข้มข้นของแสงอ่อนลงตามฤดูกาล แต่จะได้ชดเชยจากปริมาณขายธุรกิจการตลาดน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงท้ายปี 
    ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61-62 ลง 1.7% และ 5.3% เป็น 4,986 และ 5,425 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานค่าการตลาดที่ปรับลง 9.6% และ 4.8% เป็น 0.75 และ 0.80 บาทต่อลิตร ตามลำดับ แต่รวมกำไรพิเศษของ BCPG และกำไรสต๊อก 0.5 เหรียญต่อบาร์เรลในกำไรสุทธิปี 2561 
    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 62 ที่ 42 บาท แม้ความน่าสนใจระยะสั้นจะไม่โดดเด่น แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวและราคาหุ้นที่ยังไม่แพงยังน่าสนใจ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด