ข่าวนี้ที่ 1

สศช.หั่นเป้าศก.ไทยปีนี้เหลือโต 3.6%-จีดีพี Q1โตต่ำสุดรอบ 4 ปี

สศช.หั่นเป้าศก.ไทยปีนี้เหลือโต 3.6%-จีดีพี Q1โตต่ำสุดรอบ 4 ปี

    "สศช." หั่นเป้าจีดีพีไทยปี 62 เหลือขยายตัว 3.6% หรือในกรอบ 3.3 - 3.8% จากเดิม 3.5 - 4.5% พร้อมหั่นเป้าส่งออกเหลือโต 2.2% จาเดิม 4.1% หลังพบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน กระทบหนัก ด้าน"ธนาคารทหารไทย"หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 3% รับเศรษฐกิจไตรมาสแรกชะลอเกินคาด ส่วน"กสิกรไทย"รับอาจโตต่ำกว่าคาดที่ 3.7% ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจ่อฟื้น แต่ยังต้องลุ้นเจรจาการค้า 28 - 29 มิ.ย.นี้ 

*** จีดีพีโค้งแรกขยายตัวต่ำสุดรอบ 17 ไตรมาส

    นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/62 ขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4/57 แม้การบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวสูงถึง 4.6% จากฐานรายได้และการจ้างงานที่ขยายตัวดี อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ การดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ และการปรับเพิ่มขึ้นของความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
    โดยมีสาเหตุหลักมาจากการส่งออกที่ลดลงครั้งแรกในรอบ 11 เดือน อยู่ที่ 60,211 ล้านดอลลาร์ ซึ่้งสอดคล้องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลงจากมาตรการกีดกันการค้า และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนมีความไม่แน่นอน
    ขณะที่การนำเข้าลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส อยู่ที่ 53,393 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการลดลงของปริมาณการนำเข้าในหมวดสินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค สอดคล้องกับการลดลงของการส่งออก

*** หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือขยายตัว 3.3-3.8%

    จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกที่ขยายตัวต่ำทำให้ สศช.ปรับลดคาดการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ปี 62 ลงมาอยู่ที่ 3.3 - 3.8%(ค่ากลาง 3.6%) จากเดิมที่คาดการณ์ขยายตัว 3.5 - 4.5%(ค่ากลาง 4%)
    นอกจากนี้ได้ปรับลดคาดการณ์ส่งออกปี 62 เหลือโต 2.2% จากเดิมคาดโต 4.1% และลดนำเข้าเหลือโต 3.5% จากเดิมคาดโต 6.1% 

***  TMB หั่นเป้าจีดีพีเหลือโต 3%

    นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) ได้ปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงเหลือขยายตัว 3% จากเดิมคาดขยายตัว 3.5% ซึ่งสาเหตุหลักคือตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกชะลอตัวมากกว่าคาด 
    โดยเฉพาะการส่งออกไทยที่คาดทั้งปีจะโตเพียง 0.5%  รับแรงกดดันสงครามการค้าโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกไทย โดยประเมินยอดการส่งออกไทยไปตลาดยุโรปจะไม่ขยายตัว ตลาดจีนคาดหดตัว 5% ส่วนตลาดสหรัฐและญี่ปุ่นคาดขยายตัวแบบชะลอลง และหากไทยโดนตัดสิทธิ GSP จากสหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าราว 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 16% ของยอดส่งออกไปสหรัฐ ทำให้ภาคส่งออกทรุดตัวต่ำกว่าคาดได้อีก
    ด้านท่องเที่ยวคาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 40.4 ล้านคนในปี 62 หรือเพิ่มขึ้น 5.5% ชะลอลงจากปี 61 ที่ขยายตัว 7.5% และแนวโน้มในปี 63 จะไม่เห็นอัตราการเติบโตที่สูงๆของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างที่เราคุ้นชิน เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

*** KBANK รับจีดีพีปีนี้อาจต่ำกว่าที่คาดไว้ 3.7% 

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ในเบื้องต้นคาดจีพีดีไทยปี 62 คาดจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ขยายตัว 3.7% เพื่อรอประเมินปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งในและประเทศก่อน ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่คลี่คลาย เชื่อว่าจะส่งผลให้จีดีพีปีนี้เข้าสู่กรอบล่างของประมาณการที่ขยายตัว 3.2 - 3.9%
    ทั้งนี้ปัจจัยกดดันมาจากจีดีพีไตรมาสแรกที่ชะลอตัวต่ำสุดรอบ 17 ไตรมาส จากปัจจัยภายนอกส่งผลต่อการชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing) ชะลอลงอย่างมากตามการหดตัวของการส่งออก ในขณะที่การชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยวส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งโรงแรม ที่พักอาศัย ร้านอาหาร และค้าปลีกค้าส่งให้ชะลอตัวลงเช่นกัน
    ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศจากภาคเอกชนยังเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเป็นบวก จากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ตามยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ยังขยายตัวในอัตราที่สูง ในขณะที่กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วยหนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้นตาม

*** ส่องเศรษฐกิจครึ่งปีหลังอาจฟื้น แต่ความไม่แน่นอนสูง 

    นายทศพร เลขาธิการสศช. เผยต่อว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากครึ่งปีแรก เนื่องจากฐานที่ต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับเงื่อนไขด้านการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่ามาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่ขยายขอบเขตมากขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบผ่านการชะลอตัวของปริมาณการค้าและห่วงโซ่การผลิตระหว่างประเทศมากขึ้นก็ตาม แต่ในกรณีที่ไม่มีมาตรการกีดกันการค้าและความไม่แน่นอนเพิ่มเติม คาดว่าจะทำให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ตัดสินใจปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงทางการค้า การผลิต และการลงทุน และเริ่มกลับมาทำการผลิตและส่งออกที่ชัดเจนมากขึ้น
    สำหรับด้านการท่องเที่ยว แม้ว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวล่าช้า มาจากผลกระทบเพิ่มเติมจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนชะลอลง ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก การขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม VISA On Arrival ออกไปอีก 6 เดือน และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาครัฐ
    ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ ความผันผวนในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ โดยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงประเทศอื่นๆที่อาจมีเพิ่มเติม ความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และการชะลอตัวของเศรษฐกิจและปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจีนที่อาจถูกซ้ำเติมจากมาตรการกีดกันทางการค้า

*** จับตาเจรจาการค้านัดชี้ชะตา 28 - 29 มิ.ย.นี้
    
    ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ยังมีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ โดยประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีความเสี่ยงที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกันเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ยังต้องติดตามผลการเจรจาการพบปะในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. 62 หากไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะมีผลต่อบรรยากาศการค้าโลก ตลอดจนภาพรวมการส่งออกทั้งปีของไทยให้ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 3.2 (กรอบประมาณการร้อยละ 2.5-3.5) 
    ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ ยังต้องติดตามการจัดตั้งรัฐบาล คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เป็นที่คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็เร่งกระบวนการงบประมาณประจำปี 63 เพื่อให้มีเม็ดเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง อันน่าจะเป็นภาพเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด