ข่าวนี้ที่ 1

กลุ่มแบงก์ Q1/62 กำไรทะลุ 5.7 หมื่นลบ. โต 4.91%

กลุ่มแบงก์ Q1/62 กำไรทะลุ 5.7 หมื่นลบ. โต 4.91%

     ส่องงบธนาคารพาณิชย์ Q1/62 กำไรรวมทั้ง 11 แบงก์ ทะลุ 5.7 หมื่นลบ. โต 4.91% จากช่วงเดียวกันปีก่อน   พบ BAY ครองแชมป์กำไรโตมากสุดเฉียด 105% หลังมีรายได้พิเศษจาการขาย "เงินติดล้อ" ฟากแบงก์ใหญ่ทั้ง BBL - KBANK - SCB สะดุด เหตุค่าธรรมเนียม - ลงทุนไอที - สำรองพนักงานกดดัน ด้าน TMB คว้าอันดับบ๊วย กำไรทรุดกว่า 30% ส่วน KTB เตรียมประกาศงบเป็นแบงก์สุดท้าย แต่โบรกฯคาดกำไรแค่ทรงตัว-ลดลงเล็กน้อย  

    สรุปผลงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประจำไตรมาส 1/2562 พบกำไรรวมทั้ง 11 ธนาคารอยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเกียวกันปี 2561 ที่มีกำไร 5.44 หมื่นลบ. หรือเพิ่มขึ้น 4.91%  (กำไรของธนาคารกรุงไทย - ธนาคารเกียรตินาคิน ยังเป็นเพียงประมาณการจากนักวิเคราะห์) โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นธนาคารที่ผลประกอบการเติบโตดีที่สุด ส่วนธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นธนาคารที่กำไรลดลงมากที่สุด ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง อย่าง  ธนาคารกรุงเทพ (BBL) , ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารไทยพาณิชย์  (SCB) ผลประกอบการกับทรงตัวถึงลดลง 

ธนาคาร Q1/62 (ลบ.) Q1/61 (ลบ. ) เปลี่ยนแปลง%
BAY                  12,736.74                    6,214.56 104.95
BBL                    9,028.29                    9,004.65 0.26
CIMBT                       325.00                       168.88 92.44
KBANK                  10,044.42                  10,765.72 -6.70
LHFG                       806.71                       771.08 4.62
SCB                    9,156.50                  11,364.45 -19.43
TBANK                    3,650.00                    3,779.00 -3.41
TISCO                    1,729.60                    1,765.81 -2.05
TMB                    1,578.83                    2,279.74 -30.75
KKP                    1,228.16                    1,513.06 -18.83
*KTB                    6,800.00                    6,786.54 0.20
รวม                  57,084.25                  54,413.49 4.91

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
* หมายเหตุ : กำไร KTB เป็นตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ เนื่องจากยังไม่แจ้งผลประกอบการ 
     
*** BAY กำไรโตดีสุดกว่า 100% รับอานิสงส์ขาย "เงินติดล้อ"
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 12,736.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.95% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,214.57 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด หากไม่รวบกำไรพิเศษดังกล่าว และค่าใช้จ่ายรองรับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้างตามการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน จะมีกำไรสุทธิที่ 6,929 ล้านบาท เป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส
    ด้านสินเชื่อรวมที่ 1,709,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 62  ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.99% ณ เดือน มี.ค.62 ส่วนเงินสำรอง จำนวน 63,883 ล้านบาท โดยมีสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 20,172 ล้านบาท ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามเกณฑ์สำรอง ธปท. ที่ 146.1% อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 165.7% จากสิ้นปี 61 ที่อยู่ 160.8%
    สำหรับไตรมาสที่เหลือของปี หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน มี.ค.62 แรงส่งอุปสงค์ในประเทศยังเป็นปัจจัยเกื้อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์ต่างประเทศชะลอลง โดยธนาคารปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้อยู่ที่ 3.8% จากเดิม 4.1% โดยธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้ขยายตัว 6-8%

*** 3 แบงก์เจ้าใหญ่กระอัก SCB อ่วมสุด  
    ฟาก 3 ธนาคารใหญ่ เจ้าตลาดอย่าง ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารไทยพาณิชย์  (SCB) มีผลประกอบการไม่น่าประทับใจ โดยมีเพียง BBL ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ส่วน KBANK กำไรลดลง % และ SCB ลดลง %   
    ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/62 ว่า มีกำไรสุทธิ  9,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.34 เป็นร้อยละ 2.48 ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 28.3 สาเหตุหลักจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง จากผลของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และจากค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อ สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 3.1 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานที่ร้อยละ 42.6 
    ด้านธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เผยไตรมาส 1/62  มีกำไรสุทธิ 10,044.42 ล้านบาท หรือ 4.20 บาท/หุ้น ลดลง 6.7% จากช่วงเดียวกันปี 2561 ที่มีกำไร 10,765.72 ล้านบาท หรือ 4.50 บาท/หุ้น  รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,556 ล้านบาท หรือ 6.57%  แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 2,871 ล้านบาท หรือ 19.00% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.70%      
    ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB  มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/62 จำนวน 9,157 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 11,364 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่  ทั้งนี้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 24,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 10%   

*** TMB กำไรทรุดหนักสุดของกลุ่ม เจอพิษสำรองค่าใช้จ่ายพนักงาน   
    ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่าไตรมาสที่ 1/62  มีกำไรสุทธิ 1,578.84 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,279.74 ล้านบาท ลดลง 30.74% เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.5 เป็นผลจากการบันทึกค่าใช้จ่าย one -time สำหรับ Employee Retirement Benefit ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ หรือ PPOP รอบ 3 เดือนอยู่ที่จำนวน 3,790 ล้านบาท 
    อย่างไรก็ตามหลังหักสำรองฯ ทีเอ็มบีมีกำไรสุทธิ 1,579 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.2 จากไตรมาสก่อน ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE ที่ร้อยละ 6.4
    
*** ยังรอลุ้น KTB โบรกฯคาดทรง - ชะลอ   
    บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า  คาดกำไรสุทธิ Q1/62 ของ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่จะประกาศออกมาในวันจันทร์ที่ 22 เม.ย.62 นี้ อยู่ที่ 6,586 ล้านบาท เติบโต 7%QoQ แต่ลดลง 3%YoY  โดยคาดรายได้ดอกเบี้ยดีขึ้นเล็กน้อยราว แม้ว่า NIM จะค่อนข้างทรงตัว และแนวโน้มสินเชื่อจะไม่เติบโต แต่รายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนและรายการ Interbank ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุน  ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมอาจลดลงจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมดิจิทัล แต่ จะเห็นกำไรจากเงินลงทุนและ Fx เพิ่มขึ้น บวกกับในไตรมาสนี้มีปันผลรับที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล  ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงานอาจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และอาจมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนในระบบ IT ที่ยังอยู่ในระดับสูง  
    ส่วนบล.โนมูระพัฒนสิน คาดกำไรสุทธิ Q1/62 จะอยู่ที่ 6,800 ลบ. ทรงตัว YoY และ เพิ่มขึ้น 11% QoQ   โดยคาด NIM ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.29% จาก 3.01% ใน Q1/61   จากทั้ง yield ที่ดีขึ้น เพราะสินเชื่อภาครัฐซึ่ง yield ต่ำลดลง และต้นทุนเงินทุนที่ลดลง จากการที่เงินฝากต้นทุนสูงทยอยครบกำหนด แต่โดนกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่งขึ้นจากการพัฒนาด้าน IT  
    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด