สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 25 เมษายน 2561 | 17:09

SCC กำไรทรุด 29% ยอดขายทั้งปีต่ำเป้า เหตุบาทแข็งฉุดส่งออก

SCC กำไรทรุด 29% ยอดขายทั้งปีต่ำเป้า เหตุบาทแข็งฉุดส่งออก

"ปูนซีเมนต์ไทย" ยอมรับปีนี้ยอดขายส่อแววต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้โต 5-6%  หลังเงินบาทแข็งค่ากระทบยอดส่งออก แม้ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศโตตามเป้า  2-3% ล่าสุดประกาศงบ Q1/61 มีกำไร 1.24 หมื่นล้านบาท ลดลง 29%  พร้อมตั้งงบลงทุน  5-6 หมื่นล้านบาท ใช้ในโครงการปิโตรฯคอมเพล็กเวียดนาม 2 หมื่นล้านบาท ที่คาดสรุปกลางปีนี้ และเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี  ที่เหลือใช้ขยายการลงทุนในอาเซียน ยันไม่มีแผนแตกพาร์ แม้ราคาหุ้นใกล้แตะ 500 บาท  
 
*** ยอดขายปีนี้มีโอกาสต่ำเป้า
    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC  กล่าวยอมรับว่า ยอดขายรวมปีนี้ อาจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เติบโต 5-6% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ากว่า 10% ทำให้ยอดขายจากการส่งออกลดลง ซึ่งการส่งออกมีสัดส่วนกว่า 40% จากยอดขายรวม
    อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินนโยบายเน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น (HVA) ซึ่งจะช่วยลดทอนผลกระทบจากค่าเงินได้พอสมควร โดยล่าสุดสัดส่วนสินค้าดังกล่าวเพิ่มเป็น 44% จากปีก่อนอยู่ที่ 39% 
    ทั้งนี้บริษัทไม่มีแผนเพิ่มนโยบายการประกันความเสี่ยงค่าเงิน จากปัจจุบันไม่เกิน 50% เพราะมองว่าไม่สามารถควบคุมได้ และปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
    “หากยอดขายจะต่ำกว่าเป้าหมายก็คงไม่มากนัก เพราะเรามีสินค้า HVA เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่า และคงไม่เพิ่มนโยบายประกันความเสี่ยงค่าเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะขึ้นหรือลงตอนไหน”

*** ตั้งงบลงทุน 5-6 หมื่นล้านบาท
    ปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวม  5-6 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้ในโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์เวียดนามราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งกลางปีนี้จะสามารถสรุปแผนการลงทุนขั้นสุดท้ายได้ทั้งหมด และเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี โดยโครงการดังกล่าวบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 71%     ขณะเดียวกันจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,206 ล้านบาท สำหรับลงทุนด้านวิจัย-พัฒนานวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัลด้วย 
    ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะใช้สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไลน์การผลิตเดิม และใช้สำหรับการเบ้าลงทุนหรือซื้อกิจการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในภูมิภาคอาเซียน
    สำหรับโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์เวียดนาม ที่บริษัทถือหุ้นสัดส่วน 30% ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุน คาดว่าปลายปีนี้จะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม

*** ไร้แผนแตกพาร์
     บริษัทไม่มีแผนแตกพาร์ แม้ราคาหุ้นจะอยู่ในระดับใกล้แตะ 500 บาท เนื่องจากมองว่าสภาพคล่องการซื้อขายมีความเหมาะสมเพียงพอ และไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
    ล่าสุดราคาหุ้น SCC  ณ วันที่ 25 เม.ย.61 ปิดตลาดที่ 474 บาท ลดลง 4 บาท คิดเป็น 0.84% มูลค่าการซื้อขาย 3,129 ล้านบาท

*** ไตรมาส 1/61 กำไรทรุด 29%
    บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC  รายงานผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 12,406.41 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17,385.80 ล้านบาท ลดลง 29% ตามผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอล (ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า กำไรจากส่วนได้เสียในบริษัทร่วมลดลง และต้นทุน Naphtha สูงขึ้น) ประกอบกับในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีกำไรในรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำสุทธิภาษีประมาณ 1,900 ล้านบาท จากธุรกิจเคมิคอลและธุรกิจแพคเกจจิ้ง ในขณะเดียวกัน เอสซีจี มี EBITDA ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นของธุรกิจเคมิคอล โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจแพคเกจจิ้งและธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
     โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศไทยคงที่ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยราคาปูนซีเมนต์ขยับตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปี ก่อนมาอยู่ในช่วง 1,700 - 1,750 บาทต่อตัน ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ เพิ่มขึ้น 0.2 ล้านตัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านตัน โดยมีราคาขายส่งออกเฉลี่ย FOB อยู่ที่ระดับ $47 ต่อตัน คงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขาย (สัดส่วนปริมาณขาย Clinker ซงึ่ มีราคาขายต่ำเพิ่มขึ้น ) โดยปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ถุงคิดเป็น 46% ของปริมาณการส่งออกรวม เมื่อเทียบกับ 53% ของปริมาณการส่งออกรวมในปีก่อน

*** กำไรต่ำกว่าตลาดคาด
    ก่อนหน้านี้ บล.ซีเอสจี-ซีไอเอ็มบี คาด SCC มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ที่ 13,487 ล้านบาท(-22% yoy, +7% qoq) Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมาย 562.52 บาท 
    ขณะที่ บล.เอเซีย เวลท์ คาดผลประกอบการไตรมาส 1/61 ราว 1.5 หมื่นล้านบาท กำไรดีเนื่องจากสเปรด HDPE-Naphtha ปรับตัวดีขึ้น
    ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดกำไรไตรมาส 1/61 ของ SCC ลดลง 20-25%YoY เพราะในไตรมาส 1/60  มีกำไรพิเศษ 2.8 พันล้านบาท ด้าน Core Profit ก็ลดลงด้วย ทั้งนี้แม้ Spread ปิโตรเคมีจะเพิ่มขึ้น ธุรกิจกระดาษมีกำไรดีขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ในเวียดนาม แต่อัตรากำไรธุรกิจซีเมนต์แย่ลงจากราคาถ่านหินสูงขึ้น และเริ่มเสียภาษีโรงงาน MOC (จากเดิมได้ยกเว้นภาษี 8 ปี) เชิงกลยุทธ์แนะนำซื้ออ่อนตัว จุดเด่นคือ ธุรกิจมั่นคงและจ่ายปันผลดี คาดปี 61 ยังจ่ายได้เท่ากับปีก่อนที่ 19 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็น Dividend Yield ราว 4%
     บล.ฟิลลิป ออกบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ คาดกำไรไตรมาส 1/61 ที่ 13.5 พัน ลบ ลดลง 22% y-y: ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนหลักจาก ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี HDPE และ PP เพิ่มขึ้นจาก 1Q60 ที่ US$677/ตัน และ US$661/ตัน เป็น US$801/ตัน และ US$693/ตัน ขณะที่ ธุรกิจปูนซิเมนต์ในไทยเติบโตเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจปูนฯในภูมิภาคได้ผลดีจากปริมาณขายโรงงานใหม่ในภูมิภาคที่เริ่มผลิตปีก่อน อย่างไรก็ดี Margin ธุรกิจปูนฯยังอ่อนลงเพราะต้นทุนราคาถ่านหินปีนี้สูงกว่าปีก่อน ส่วนธุรกิจกระดาษเพิ่มเล็กน้อยจากปริมาณขายของสายการผลิตใหม่ที่เวียดนาม นอกจากนี้คาดว่าไตรมาสนี้จะมีการเสียภาษีเพิ่มจากโรงงาน Cracker MOC ที่เริ่มเสียภาษี 10% หลังจากได้ยกเว้นภาษี 8 ปี ทางฝ่ายคาดหมายกำไรปกติอ่อนลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากกำไรไตรมาส 1/61 มีรายการพิเศษ 2.8 พัน ลบ (กำไรจากการขายเงินลงทุน 1.9 พัน ลบ และกำไรจากปรับมูลค่าคงคลัง 930 ลบ)  แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานที่ 550 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด