ข่าวนี้ที่ 1

BEM จ่อประมูลมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง มูลค่า 8 พันลบ. ปลายปีนี้

BEM จ่อประมูลมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง มูลค่า 8 พันลบ. ปลายปีนี้

    BEM ประกาศพร้อมร่วมประมูลงานระบบและงานก่อสร้างอาคารด่านเก็บเงิน มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง ทั้งบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท ปลายปีนี้ ขณะกำลังเจรจาต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนที่จะหมดอายุปี 63 เชื่อมีความชัดเจนปีหน้า ส่วนผลงาน ประเมินโค้ง 3 พีคสุด มั่นใจทั้งปีกำไรปรับขึ้นโดดเด่น  หลังผู้ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น บุ๊ครายการพิเศษ ขณะที่ โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" เป้า 8.60 บ. มองมีโอกาสชนะประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก  


*** เล็งประมูลงานมอเตอร์เวย์ 2 สายทาง วงเงินรวม 8 พันลบ.ปลายปีนี้
    
    แหล่งข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ให้สัมภาษณ์กับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานประมูลงานระบบและงานก่อสร้างอาคารด่านเก็บเงิน โครงการทางพิเศษมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง ได้แก่ งานมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดประมูลปลายปีนี้ ส่วนแผนการเข้าประมูลงานเพิ่มเติม ประเมินว่า ขณะนี้ภาครัฐพยายามเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนการประมูลโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดหวังจะให้ทยอยเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง 
    "ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานประมูล โครงการทางพิเศษมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 เส้นทาง ซึ่งอยู่ในช่วงทบทวนรายละเอียดร่างเอกสารเงื่อนไขประกวดราคา (TOR) โดยต้องติดตามว่าจะมีลักษณะให้เข้ารับงานทั้งหมด หรือรับงานเป็นผู้รับจ้างเก็บเงินเท่านั้น คาดจะสรุปพร้อมเปิดประมูลได้ปลายปีนี้" แหล่งข่าว กล่าว

*** เจรจาต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน คาดชัดเจนปี 62

    นอกจากนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน สัญญาทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ภายใต้สัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่จะหมดอายุสัมปทานปี 2563 และคาดว่าจะต้องได้ข้อสรุปในปี 2562 อย่างไรก็ตามในแง่การแข่งขันปัจจุบันในประเทศ มีผู้ให้บริการทางพิเศษอยู่ทั้งหมด 2 ราย
    ส่วนกรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จ่ายเงินชดเชยรายได้ที่ลดลงให้บริษัททางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BEM มูลค่าประมาณ 1,800 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยนั้น ขอไม่แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว ต้องรอให้ กทพ. ดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้แจ้งให้ทราบต่อไป

*** ลั่นกำไรปีนี้โดดเด่น ผู้ใช้ทางด่วนเพิ่ม-บุ๊กรายการพิเศษ

    สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ ทั้งรายได้และกำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน โดยปี 2560 มีรายได้ 15,799.15 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,123.13 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกการเติบโตแต่ละธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมาย โดยธุรกิจทางด่วนเติบโตได้ 1-3% และธุรกิจรถไฟฟ้าเติบโตได้ 6-8% ซึ่งในช่วงไตรมาส 3 เป็นฤดูกาลธุรกิจที่จะเติบโตสูงที่สุดของปีตามจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า และผู้ใช้ทางด่วนเพิ่มสูงขึ้น
    ปีนี้บริษัทมีการบันทึกกำไรพิเศษช่วยผลักดันให้กำไรปีนี้เติบโตดีกว่าปีก่อน โดยในไตรมาส 2 บันทึกกำไรขายหุ้นบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ที่ถืออยู่ทั้งหมด7.5% ให้แก่ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP โดยมีกำไรจากการขายสุทธิจากภาษีจำนวน 184 ล้านบาท นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 จะบันทึกกำไรจากการขายหุ้น CKP สัดส่วนกว่า 1% มูลค่าราว 400 ล้านบาท ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ 

*** กทพ.สรุปแผนชดเชยคดีทางด่วนให้ BEM ต.ค.นี้

    นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  กล่าวว่า กรณีศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ กทพ.จ่ายเงินชดเชยรายได้ที่ลดลงให้บริษัททางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จำนวน 1,790 ล้านบาท และดอกเบี้ยรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ล่าสุดได้เสนอเรื่องให้ ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาแผนชดเชยคดีดังกล่าว ซึ่งคาดหวังว่าจะรับทราบแผนงาน ,แนวทาง,วิธีการ ได้จาก ครม.ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยกระบวนการก่อนจะเริ่มชดเชยได้จริงใช้เวลา 90 วัน หรือช่วงเดือนธันวาคม
    "เรายื่นเรื่องให้ ครม.ไปแล้วเพื่อเสนอแผนงานว่าควรจะทำอย่างไรดี ด้วยวิธีการอย่างไร เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นจากนโยบายภาครัฐในตอนนั้น ซึ่งมองว่าแผนชดเชยควรจะทำโดยเร่งด่วนในการหาแนวทางร่วม ซึ่งเราคาดว่าครม.จะเรียกเราเข้าไปร่วมพูดคุย และสรุปแผนออกมาในเดือนหน้า" นายสุชาติกล่าว

*** บล.ดีบีเอสฯ แนะ"ซื้อ"เป้า 8.60 บ.ยังไม่รวมบริหารเส้นทางเดินรถเพิ่มเติม
    
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่า BEM กำลังเจรจาเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน คือ ทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ส่วน A, B, C ที่จะหมดอายุปี 2563 ซึ่งตามสัญญาเดิมบริษัทสามารถเลือกต่อสัญญาได้ 2 ครั้งๆ ละ 10 ปี ขึ้นกับการอนุมัติของการทางพิเศษฯ ซึ่ง BEM คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าในเร็วๆนี้
    BEM สนใจเข้าประมูลบริหารรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก โดยสายสีส้มฝั่งตะวันตกเป็นช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งมี 12 สถานี 13.4 กม. ทั้งนี้ BEM จะจับมือกับบริษัทแม่คือ CK โดยสายสีส้มจะไปเชื่อมต่อกับสายที่น้ำเงินที่บริหารโดย BEM เราจึงเชื่อว่า BEM และ CK จะมีโอกาสสูงที่จะชนะประมูล แต่เรายังไม่ได้ใส่เรื่องนี้ไว้ในประมาณการ
    แนะนำซื้อ ทั้งนี้ราคาพื้นฐานในปัจจุบัน 8.60 บาท ยังไม่รวมการบริหารเส้นทางเดินรถเพิ่มเติมและยังไม่ได้สะท้อนการต่ออายุสัมปทานทางด่วน โดยรายได้จากสัมปทานส่วนที่จะหมดอายุคิดเป็น 59% ของรายได้รวมในช่วง YTD ถ้าได้ต่อสัมปทานก็จะทำให้ราคาพื้นฐานเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5-2.0 บาท/หุ้น (โดยให้สมมติฐานส่วนแบ่งรายได้เท่าเดิมและไม่มีการลงทุนใหญ่เพิ่มเติมใน 10 ปีข้างหน้า) ยังผลให้ราคาพื้นฐานจะเพิ่มเป็น 10.1-10.6 บาท
 
*** บล.ฟิลลิป  แนะถือ อยู่ระหว่างทำประมาณการปี 62

    นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า BEM อยู่ในธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยมีคู่แข่งน้อย เช่น ในธุรกิจรถไฟฟ้ามีเพียง BTS ที่เป็นคู่แข่งเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากงานการเดินรถพอสมควร หากได้รับการประมูลในอนาคต
    ภาพรวมธุรกิจปีนี้ปรับตัวได้ดีขึ้นจากผู้ใช้บริการทางด่วนและการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร ส่วนกำไรสุทธิจะปรับตัวโดดเด่นเฉพาะปีนี้ เพราะมีการบันทึกรายได้พิเศษ 2 รายการใหญ่ ซึ่งปีหน้าจะกลับสู่ภาวะปกติ
    บริษัทเปลี่ยนจากแนะนำ ซื้อ เป็นแนะนำ ถือ เพราะขณะนี้ราคาหุ้นสูงกว่าราคาเหมาะสมเคยให้ไว้ 8.30 บาท  โดยบริษัทอยู่ระหว่างทำประมาณการณ์ปี 62

*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะสะสม
    
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ สะสม BEM กรอบแนวรับ 8.50+/-  กำไร 3Q ทำ All time high จากปริมาณคนใช้รถไฟฟ้าสูงสุด และประเด็นคดีความกับกทพ.เป็นปัจจัยการต่อสัญญาทางด่วนหมดปี 63







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด