ข่าวนี้ที่ 1

AOT จ่อบุ๊คกำไรดิวตี้ฟรี 1.5 หมื่นลบ.-บริหารสนามบินเพิ่ม 4 แห่ง

AOT จ่อบุ๊คกำไรดิวตี้ฟรี 1.5 หมื่นลบ.-บริหารสนามบินเพิ่ม 4 แห่ง

"ท่าอากาศยานไทย" ยอมรับงวดปี 61/62 (สิ้นสุดก.ย.62) กำไรทรงตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 2.5 หมื่นลบ. เหตุจำนวนผู้โดยสารโตต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 5% หลังนักท่องเที่ยงต่างชาติชะลอ ส่วนงวดปี 63/64 เตรียมรับข่าวดี  รับสัญญาดิวตี้ฟรีใหม่ กับกลุ่มคิงเพาเวอร์  หนุนกำไรเพิ่มอีก 1.5 หมื่นลบ. ควบคู่การหารายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน(Non Aero)ชดเชยธุรกิจการบินที่โตถดถอย ด้านบอร์ดไฟเขียวบริหารสนามบินเพิ่มอีก 4 แห่ง เตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า คาดใช้งบปรับปรุง 1-1.2 หมื่นลบ.

 ***  ปี 61/62 กำไรทรงตัว 2.5 หมื่นลบ.
     นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT  กล่าวยอมรับว่า กำไรสุทธิงวดปี 2561/2562 (ตุลาคม 2561-กันยายน 2562) จะอยู่ใกล้เคียงปีก่อนที่ 25,000 ล้านบาท  เป็นผลจากจำนวนผู้โดยสารที่ปรับลดลง คาดจำนวนผู้โดยสารปีนี้เติบโต 1.5% จากเดิมคาดเติบโตถึง 6% จากจำนวนผู้โดยสารในประเทศหดตัว  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังเติบโต 4-5% แต่เป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอลงจากปีก่อนที่เติบโต 8-9% เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์เรือล่ม เศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้า ค่าเงินหยวนอ่อนค่า รวมถึงปัญหาความไม่สงบในฮ่องกงด้วย 
      ด้านรายได้งวดปี 2561/2562 มองว่าจะเติบโต 6% โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพราะมีค่าธรรมเนียมสนามบิน ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 700 บาทต่อคน

*** มองปี 63/64 กำไรเพิ่ม 1.5 หมื่นลบ.รับดิวตี้ฟรี
    สำหรับงวดปี 2563/2564  (ตุลาคม 2563-กันยายน 2564) คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น หลังจากมีสัญญาดิวตี้ ฟรี ใหม่ กับกลุ่มคิงเพาเวอร์  จะทำกำไรให้บริษัทเพิ่มขึ้นถึง 15,000 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นสัญญา ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตดีแน่นอน
    นอกจากนี้บริษัทพยายามหารายได้จากธุรกิจนอนแอร์โร์เข้ามาชดเชยด้านการบิน โดยปัจจุบัน บริษัทมีเงินสดในมือ 70,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการลงทุนด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 
       “เราพยายามหารายได้จากนอนแอร์โรว์เพิ่มเติม เพื่อมาชดเชยกลุ่มแอร์โรว์ที่เรามองว่ามันไม่ได้รุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2558-2559 แล้ว เราจึงเริ่มเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน (Non Aero) มากขึ้น ทั้งจากดิวตี้ฟรี พื้นที่เชิงพาณิชย์ ต่างๆ ซึ่งในอนาคตมองว่า จะเพิ่มสัดส่วนระหว่างธุรกิจการบิน กับไม่ใช่การบินเป็น 50:50 ได้ในงวดปี 2563/2564”นายนิตินัย กล่าว 

 *** ชี้สร้างเทอร์มินัล 2 ยังล่าช้า
     สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (Terminal 2)  สนามบินสุวรรณภูมิ  มูลค่าประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา   หากโครงการได้รับการอนุมัติ คาดจะใช้เวลา 1 ปีเศษ ในการออกแบบ ที่คาดว่าจะดำเนินการเอง และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 64  โดยเทอร์มินัล 2  สามารถรองรับผู้โดยสาร 40 ล้านคน
    "ยอมรับว่า โครงการนี้ค่อนข้างล่าช้า ซึ่งจากเดิมจะเริ่มนับหนึ่งได้ตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ล่าช้าไป 10 เดือน และคาดว่าล่าช้าไป 1 ปี  " นายนิตินัย กล่าว
     ส่วนโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 3 (รันเวย์ 3) วงเงินงบประมาณ 21,795 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทำทีโออาร์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนและเปิดประมูลในช่วงพฤศจิกายนนี้  คาดจะแบ่งสัญญาประมูลตามกลุ่มงานที่มี 3 กลุ่ม ได้แก่ การปรับพื้นผิว งานก่อสร้างรันเวย์ และงานก่อสร้างทางโค้งเชื่อมรันเวย์ และ Taxi way  

***  บริหารสนามบินเพิ่ม 4 แห่ง  
    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติอนุมัติการเข้าบริหารสนามบินเพิ่ม 4 แห่ง ได้แก่ สนามบินจังหวัดตาก , จังหวัดอุดรธานี , จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดกระบี่   จากเดิมที่จะเข้าบริหารที่ จังหวัดตาก  , จังหวัดอุดรธานี  ,จังหวัดสกลนคร  และจังหวัดชุมพร  คาดว่าจะใช้งบปรับปรุงสนามบินราว 1-1.2 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับงบเดิมและเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า

*** เปิดตัวแอพฯ "สนามบินมีชีวิต"
     AOT  ยังได้เปิดตัว "AOT DIGITAL AIRPORTS : สนามบินมีชีวิต"  เป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระบบ IT ทั้งหมดในสนามบินหรือท่าอากาศยาน ให้สื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ซึ่งในการดำเนินการต่อจากนี้ จะยังมีการเชื่อมโยงระบบไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนอกท่าอากาศยาน ทั้งการคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ และเชื่อมโยงไปยังท่าอากาศยานพันธมิตร 16 แห่งทั่วโลก      สำหรับ AOT DIGITAL AIRPORTS เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบ Application บนอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต เพื่อบริหารจัดการท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการ ในท่าอากาศยาน โดย Digital Platform นี้จะครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. โดยในช่วงแรกจะนำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในอนาคตจะเชื่อมโยงท่าอากาศยานพันธมิตรอีก 16 แห่งทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงสามารถนำข้อมูลการใช้งาน Application มาเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยาน เช่น ปริมาณของผู้โดยสาร ตามจุดต่างๆ แบบเรียลไทม์ ทอท.ยังสามารถนำข้อมูลมาวางแผนปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน รวมทั้งในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้ตรงใจผู้โดยสารมากขึ้น และสร้างประสบการณ์อันดีแก่ผู้โดยสาร \ 
     เบื้องต้น Application ดังกล่าวจะมีฟังก์ชันสำหรับให้ผู้โดยสารได้ใช้งาน ดังนี้
     1. Flight Information ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบิน เคาน์เตอร์เช็คอินและสัมภาระ 
    2. Map and Navigation แผนที่อัจฉริยะ (Intelligence Map) ในอาคารผู้โดยสารพร้อมนำทางไปยังจุดต่างๆ 
    3. Transport & Car Park บริการข้อมูลการให้บริการขนส่งสาธารณะและการเดินทางภายในท่าอากาศยาน 
    4. Facilities & Services บริการข้อมูลสิ่งอำนวนความสะดวกภายในท่าอากาศยาน 
    5. Shop & Dine แหล่งรวบรวมข้อมูลสินค้า ร้านอาหาร พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ 6. Flight Alerts แจ้งเตือนเที่ยวบินที่กำหนดไว้เพื่อให้ผู้โดยสารได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนไปท่าอากาศยาน 
    7. Suggestion & Help Desk ช่องทางการรับฟังข้อคิดเห็น  
    8. Mobile Application Translation เครื่องมือช่วยแปลภาษาได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย และภาษาญี่ปุ่น

*** โบรกฯมองระยะยาวเติบโตดี
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ปรับลดกำไรสุทธิปี 2019E (ต.ค.18-ก.ย.19) เป็นทรงตัวจากปีก่อน จากจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด เราปรับกำไรสุทธิปี 2019E ลงจากเดิม -5% เป็น 2.53 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากเราปรับลดจำนวนผู้โดยสารปีนี้ลงเป็นเติบโต +1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต +3.0% จากภาพรวมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยในช่วง 10M19 จำนวนผู้โดยสารเติบโต +1.4% รวมถึงเราปรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่าใช้จ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุและค่าใช้จ่ายพนักงาน ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 9M19 จะคิดเป็น 79% จากที่เราคาดทั้งปี  
     เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 80.00 บาท จากเดิมที่ 86.00 บาท เนื่องจากเรามีการปรับลดกำไรสุทธิลง ยังอิงวิธี DCF (WACC 7%, TG 4%) เรายังชอบการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะในปี 2021E ที่จะมีการรับรู้รายได้สัญญาใหม่จากคิงเพาเวอร์ รวมถึงยังมีโอกาสเพิ่ม upside จากโครงการดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง และโครงการ Airport City ขณะที่ Key risk ได้แก่ การท่องเที่ยวที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด และผลกระทบจากกรณีค่าเงินหยวนที่อ่อนค่ากระทบจำนวนนักท่องเที่ยวจีนให้เติบโตน้อยกว่าคาดได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น
    ด้าน บล.เอเชีย เวลทธ์ ระบุ  แม้จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2562 จะมีอัตราการเติบโตที่ต่ำ จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่เราได้รับจากทาง AOT พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ค. รวมไปถึง 1 – 11 ส.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวยังมีอัตราการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน ส.ค. กลับมาเติบโตมากถึง 7.5%YoY เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ AOT รวมไปถึงปัจจัยบวกในระยะยาวจาก รายได้สัมปทานที่เพิ่มขึ้น โครงการขยายสนามบินภูมิภาค รวมไปถึงอาคารผู้ โดยสารแห่งที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ รวมไปถึงการเข้าบริหารสนามบินภูมิภาคเพิ่มอีก 4 แห่ง เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในระยะยาว แม้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบินจะมีความเสี่ยง จากการแข่งขันที่รุนแรง แต่เรามองว่าธุรกิจสนามบินอย่าง AOT จะได้ประโยชน์ทำให้เราแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 84 บาท
    บล.ฟิลิป  ระบุ กำไร 3Q62 -8.6% y-y ที่ 5,883 ลบ.: คาดรายได้รวม +1.7% y-y ที่ 15,115 ลบ. ใกล้เคียงที่คาด ผู้ใช้บริการ -1% เป็น 33.47 ล้านคน และเที่ยวบิน -1.3% ที่ 2.17 แสนเที่ยว ทำให้รายได้จากการบิน -0.2% และรายได้ไม่ได้มาจากการบิน +4.2% หลักจากส่วนแบ่งผลประโยชน์และค่าบริการเพิ่มขึ้น ต้นทุน +10.8% เพราะบันทึกผลตอบแทนที่ราชพัสดุย้อนหลัง 322 ลบ. และค่าใช้จ่ายพนักงาน +9.7% รายได้อื่น +55.8% และต้นทุนการเงิน -20.9% แต่ภาษีจ่าย +17.8% เพราะปีก่อนมีภาษีคืน กำไรที่อกมาต่ำคาดจาการบันทึกผลตอบแทนที่ราชพัสดุย้อนหลังจากที่คาดจะอยู่ใน 4Q62 รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาด
     4Q62 นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวดีขึ้น: ก.ค. และ 1-11 ส.ค. นักท่องเที่ยวต่าง ชาติฟื้นดีขึ้น +4.2% และ +7.5% แม้ในประเทศยังชะลอตัว นักท่องเที่ยวจีนที่หดตัว 13.1% ใน ส.ค.-ก.ย. 61 น่าจะกลับมาบางส่วนแม้จะมีผลลบจากเศรษฐกิจและค่าเงิน รวมถึงมาตรการรัฐที่จะออกมา เช่น กระตุ้นเที่ยวเมืองรองของคนไทย
     ราคาพื้นฐานปี 2563 ที่ 82 บาท ยังแนะนำ "ซื้อ": ยังคงคาดกำไรปี 2562 ที่ 25,765 ลบ. และปี 2563 คาดมีกำไร 27,796 ลบ. +7.9% y-y ราคาพื้นฐานที่ 82 บาท ด้วยธุรกิจที่ผูกขาดและรายได้ไม่ได้มาจากการบินที่จะเพิ่มขึ้น ยังแนะนำ "ซื้อ"
     บล.ทิสโก้   คาดว่าผลประกอบการ FY3Q19 จะอ่อนแอที่สุดของปี โดยที่ในเดือน ก.ค. – ส.ค. 62 มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 4.2% และ 7.5% ตามลำดับรวมกับฐานที่ต่ำใน FY4Q18 ทำให้เราเชื่อว่าผลประกอบการจะโตทั้ง YoY และ QoQ แนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 77 บาท (DCF)
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด