ข่าวนี้ที่ 1

ILM ลงสนามเทรด โบรกฯให้เป้าสูงสุด 27.50 บาท

ILM ลงสนามเทรด โบรกฯให้เป้าสูงสุด 27.50 บาท

    "อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์" พร้อมเข้าซื้อขายใน SET วันแรก 26 ก.ค.นี้ มั่นใจนักลงทุนตอบรับดี เหตุพื้นฐานแข็งแกร่ง จ่อนำเงินระดมทุน 2.24 พันลบ.นำไปใช้ในการขยายร้าน Index Living Mall อีก 3 สาขาภายในปี 62-63 เผยกำไร Q1/62 ที่ 131.86 ลบ.ลดลง 23% ด้านนักวิเคราะห์ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 27.50 บาท คาดกำไรหลักปีนี้จะปรับลง 22% ก่อนปรับตัวขึ้น 10% ในปี 63 ชูจุดเด่นผู้นำค้าปลีกอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 20% แนวโน้มโตได้ต่อเนื่อง 
    
***ILM พร้อมเข้าเทรดวันแรก 26 ก.ค.นี้ มั่นใจพื้นฐานแกร่ง

    นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อ 'ILM' ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งมั่นใจว่าด้วยพื้นฐานธุรกิจและความแข็งแกร่งของแบรนด์ 'อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์' ตลอดจนมีสินค้าและบริการที่ครบวงจร มีสินค้าและบริการที่ครบวงจร จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
    ปัจจุบันบริษัทฯ เปิดบริการ Index Living Mall และ Index Furniture Center แล้วทั้งสิ้น 36 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 21 จังหวัดทั่วประเทศ และยังเป็นผู้ให้บริการธุรกิจให้เช่าและบริการพื้นที่เช่า ภายใต้แบรนด์ The Walk,Little Walk และ Index Mall รวม 9 สาขา โดยมีจุดแข็งด้านแบรนด์ร้านค้าปลีกและแบรนด์สินค้าเป็นที่จดจำและได้รับความนิยม (Brand Awareness) สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้าชมร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งเสริมสร้าง Synergy ให้กับธุรกิจหลักของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

*** มาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอ 1.11 หมื่นลบ.

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการหมวดพาณิชย์ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562
    ILM มีทุนชำระแล้ว 2,000 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 400 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 105 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 105 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 22 บาท โดยจัดสรรให้กับผู้ลงทุนสถาบัน 66.7% บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่าย 23.4% บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท 4.5% ผู้มีอุปการคุณของบริษัท 4% และพนักงานของบริษัท 1.5% มีมูลค่าระดมทุนรวม 2,310 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 11,110 ล้านบาท
    หลัง IPO ILM มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มครอบครัวปัทมสัตยาสนธิ 73.3% กลุ่มครอบครัว อุดมมหันติสุข 5.7% และนายณัตินัยน์ ยุทธพัฒน์ศักดิ์ 0.4% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจาก การสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) โดยใช้อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 22 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้น 12 เดือนย้อนหลัง (ไตรมาส 2 ปี 2561–ไตรมาส 1 ปี 2562) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดหลังการเสนอขายซึ่งเท่ากับ 505 ล้านหุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.00 บาท
    ILM มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามงบการเงินรวมของบริษัท และภายหลังการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้ อาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลแตกต่างไปจากนโยบายที่กำหนดไว้ได้ ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ สภาพคล่องทางการเงิน และความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อบริหารกิจการ และแผนการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงภาวะเศรษฐกิจ

*** วางเป้าเปิด Index Living Mall ปีละ 2-3 แห่ง

    ขณะที่แผนงานลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต เงินระดมทุน 2.24 พันล้านบาท ได้วางแผนขยาย Index Living Mall เพิ่มขึ้นปีละ 2-3 สาขา จากปัจจุบันที่เปิดบริการ Index Living Mall และ Index Furniture Center แล้วทั้งสิ้น 36 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 21 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยปี 2562-2563 จะเปิดบริการ Index Living Mall อีก 3 สาขา ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 620 ล้านบาท ได้แก่ สาขาจันทบุรี มีพื้นที่ขายประมาณ 3,500 ตารางเมตร เตรียมเปิดบริการปลายเดือนกรกฎาคม 2562 สาขาสุขาภิบาล 3 มีพื้นที่ขายและให้เช่าประมณ 9,200 ตารางเมตร และรามอินทรา มีพื้นที่ขายประมาณ 3,500 ตารางเมตร คาดว่าเปิดบริการปลายปี 2563
    พร้อมกันนี้ จะขยายการลงทุนร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก (COCO) ภายใต้ชื่อ Winner Furniture Center ที่บริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนและบริหารร้านเอง มี 3 รูปแบบ พื้นที่ประมาณ 1,050 – 1,700 ตารางเมตร โดยมีแผนเปิดบริการในปีนี้ 2 สาขาเพื่อกระจายทำเลเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น รวมถึงจะขยายช่องทางขายสินค้าเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด Younique ภายใน Index Living Mall สาขาต่างๆ ซึ่งมีจุดเด่นในการใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการออกแบบและผลิตสินค้าสามารถออกแบบ ผลิต และติดตั้งแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น
    นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นการลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยมีโครงการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน และแผนลงทุนโครงการอื่นๆ อาทิ ปรับปรุงอาคารร้าน Index Living Mall, ลงทุนพัฒนาระบบไอที ฯลฯ รวมถึงชำระเงินกู้จากสถาบันการเงินที่จะส่งผลดีต่อการลดภาระต้นทุนทางการเงิน

*** เผยกำไร Q1/62 ลดลง 23% เหลือ 131.86 ลบ.ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    
    บริษัทประกาศผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 1/2562 มีกำไรสุทธิ 131.86 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 171.14 ล้านบาท หรือลดลง 23.39% การลดลงทุนของมูลค่าและอัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 1/62 โดยหลักเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มสูงขึ้นจากการปรับเพิ่มผลประโยชน์เมื่อเกษียณแก่พนักงานจำนวน 26.2 ล้านบาท การลดลงของมูลค่ากำไรขั้นต้น และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดจำหน่าย ซึ่งบางส่วนถูกหักกลบจากการลดลงของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีจากสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน
 
*** ขายหุ้น IPO จำนวน 105 ล้านหุ้น ราคา 22 บ./หุ้น

    นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน จากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 105 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 22 บาท โดยนักลงทุนให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพการดำเนินธุรกิจและแผนขยายการลงทุนที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ได้แก่ กลุ่มครอบครัวปัทมสัตยาสนธิ และครอบครัวอุดมมหันติสุข จะนำหุ้นจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 395 ล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 78 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ นำฝากไว้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์  (ประเทศไทย) จำกัด และบล.บัวหลวง เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

***มีสินค้า บริการครบวงจร ช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุม

    การดำเนินธุรกิจของ บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ถือว่ามีความครอบคลุมตั้งแต่เป็นผู้ออกแบบ ผลิต จำหน่ายพร้อมบริการอย่างครบวงจร จึงมีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันและยังมีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งลูกค้ารายย่อย งานโครงการ และตลาดต่างประเทศภายใต้รูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ โดยมองว่าการดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านจะได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจากการขยายตัวของชุมชนเมืองในจังหวัดภูมิภาคและการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ซี่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของที่อยู่อาศัยรวมถึงความต้องการใช้สินค้าของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มขึ้น

*** บล.บัวหลวง ให้มูลค่า 27.12-27.14 บาท

    บล.บัวหลวง เราประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมของ  ILM  อยู่ในช่วง 13,696-13,706 ล้านบาท หรือคิดเป็น 27.12-27.14 บาท/หุ้น (ด้วยวิธี DCF และ PER) คิดเป็น PER ปี 2019 ประมาณ 25 เท่า โดยเรามองปัจจัยบวกดังนี้ 
    1) บริษัทเป็นผู้นำด้านการค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทยหนุนโดยจำนวนผลิตภัณฑ์, แบรนด์สินค้าและช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย นอกจากนี้  ILM  ยังมี Integrated supply chain , 
    2) อุตสาหกรรมสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง อีกทั้งหากอุปสงค์สินค้าตกแต่งบ้านสำหรับบ้านใหม่ปรับตัวลดลง อุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงบ้าน (ซึ่งเป็นสัดส่วนยอดขายของ  ILM  อย่างมีนัยสำคัญ) ยังคงแข็งแกร่ง, 
    3) ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักโดยสร้างทั้งรายได้และเป็นการสนับสนุนธุรกิจหลักของ  ILM , 
    4) ILM  รุกเข้าสู่ตลาด Customized furniture เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ในปี 2560 ซึ่งมียอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีอัตรากำไรที่สูง, และ 
    5) โอกาสสำหรับการขยายธุรกิจยังมีอีกมากโดยมีแผนที่จะเปิด Index Living Mall 3 สาขา (1 สาขาในปีนี้ และ 2 สาขาในปีหน้า) 
    สำหรับกำไร เราคาดกำไรหลักจะปรับตัวลดลง 22% YoY ในปี 2562 (กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.09 บาท) ซึ่งเป็นปีของการลงทุนและปรับโครงสร้าง และคาดจะปรับตัวขึ้น 10% (กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.20 บาท) ในปี2563

บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะ"ซื้อ"ให้มูลค่า 27.50 บาท

    บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำ “ซื้อ”ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ ILM ปี 2562 ที่ 27.50 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี PER method อิง PER target ที่ 25 เท่า และ EPS 19F ที่ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ PER target ปี 2562 ของกลุ่มค้าปลีกในประเทศไทยที่ 28 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ PER กลุ่มค้าปลีกย้อนหลัง 5 ปีที่ 30 เท่า
    ทั้งนี้ มอง ILM น่าสนใจจากการเป็นผู้นำค้าปลีกในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 20% บวกกับเราชอบกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งด้านของคอนเซ็ปของผลิตภัณฑ์ ความทันสมัยของเทคโนโลยีการผลิต และความพร้อมของโรงงาน และด้วยจุดเด่นเหนือคู่แข่งที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้เรามองว่า ILM มีแนวโน้มจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด