ข่าวนี้ที่ 1

กูรูเตือน Q4 ฝรั่งขายหุ้นไทยหนักสุด หวั่นฟันด์โฟลว์ไหลกลับช่วงสั้น

กูรูเตือน Q4 ฝรั่งขายหุ้นไทยหนักสุด หวั่นฟันด์โฟลว์ไหลกลับช่วงสั้น

 

     "เอเซียพลัส" เปิดสถิติ 10 ปีหลังสุด ฝรั่งขายหนักสุดในช่วง Q4  ชี้ต้นปี-ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยถูกขายสุทธิมากสุดอันดับ 2 ในภูมิภาค รองจากไต้หวัน ที่ 2.11 แสนลบ. ส่วนพัฒนาการการเมืองดีขึ้น ชู Domestic Play ด้าน "เออีซี" คาดสัปดาห์นี้ SET อยู่ในกรอบ 1,706-1,745 จุด ชูกลุ่มพลังงาน-แบงก์-ค้าปลีก


*** สถิติ 10 ปี ฝรั่งขายหนักสุด Q4 

     ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซียพลัส ระบุว่า จากการศึกษาวิเคราะห์กระแส Fund Flow ย้อนหลังไป 10 ปี พบว่า ไตรมาส 4 ต่างชาติมักจะขายสุทธิหุ้นไทยมากที่สุด โดยหากย้อนไปดูตั้งแต่ปี 2559 มาจนถึงต้นปี 2561 เห็นได้ว่า SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 44% ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,852.51 จุด เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2561 สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้เช่นกัน เป็นที่มาที่ทำให้หุ้นภูมิภาค รวมถึงไทย ถูกต่างชาติขายทำกำไรออกมามากกว่าปกติในปีนี้ นั่นเอง
     โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2561 มาถึงปัจจุบัน พบว่า ต่างชาติขายสุทธิหุ้นภูมิภาค สูงถึง 2.25 หมื่นล้านเหรียญ และเป็นการขายสุทธิสูงสุด นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณปรับลดการทำ QE ในปี 2556 เป็นต้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการขายสุทธิตลาดหุ้นทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย 

*** ต่างชาติขายหนักสุดอันดับ 2 ในภูมิภาค 

     ขณะที่ตลาดหุ้นไทยต้นปีจนถึงปัจจุบัน ถูกขายสุทธิมากที่สุดเป็นอันดับ 2  รองจากไต้หวัน กว่า 6.6 พันล้านเหรียญ หรือ 2.11 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าการขายสุทธิ 29% ของยอดขายรวมทั้ง 5 ประเทศดังกล่าว 

     ฝ่ายวิจัย ASP ประเมินว่า จากสถานการณ์ของสงครามการค้า และค่าเงินของประเทศกำลังพัฒนาที่อ่อนค่า จะยังกดดันให้การไหลกลับมาของ Fund Flow และจากการศึกษา วิเคราะห์กระแส Fund Flow ย้อนหลังไป 10 ปี พบว่า ไตรมาส 4 ต่างชาติมักจะขายสุทธิหุ้นไทยมากที่สุด
    ไตรมาส 4 ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย เฉลี่ยสูงถึง 2.30 หมื่นล้านบาท เป็นการขายสุทธิถึง 7 ใน 10 ปี โดยเฉพาะช่วง 5 ปีหลังสุด ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยในไตรมาส 4 ทุกปี
     ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซียพลัส  มองว่า แม้ในช่วง 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา ความคืบหน้าทางการเมืองหนุนให้ต่างชาติซื้อหุ้นไทยราว 2.3 พันล้านบาท แต่เป็นการไหลกลับเข้ามาช่วงสั้นเท่านั้น เนื่องจากสถิติช่วง 6 เดือนก่อนมีการเลือกตั้ง 6 ครั้งหลังสุด พบว่า ต่างชาติซื้อหุ้นไทยไม่มาก โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมเฉลี่ยเพียง 2.6 พันล้านบาท และเป็นการซื้อสุทธิ 2 ใน 6 ครั้งเท่านั้น

*** พัฒนาการการเมืองดีขึ้น ชอบหุ้น Domestic Play

     ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index จะปรับขึ้นแรง แต่เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ พบว่า มีปัจจัยกดดันมากกว่าปัจจัยสนับสนุน โดยปัจจัยกดดันมาจาก สงครามการค้าสหรัฐ-จีน  และทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐ ที่ Fed น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ย. นี้  
     ประเด็นบวกมีเพียงเรื่องของการเมืองที่ชัดเจนขึ้น ภายหลัง พ.ร.ป. ประกอบการเลือกตั้ง 2 ฉบับมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และมีการคลายล็อคทางการเมืองไปเมื่องช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเห็นการเลือกตั้งได้เร็วสุด 24 ก.พ. 2562 หรืออย่างช้าสุด 5 พ.ค. 2562 ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยระยะสั้น 
    กลยุทธ์การลงทุนจึงยังแนะนำ เลือกลงทุนรายหุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์จากพัฒนาการเมืองในเชิงบวกในระยะสั้น ๆ แม้ระยะยาวยังเผชิญกับการจัดตั้งรัฐบาล โดยแบ่งการลงทุนเป็ น 5 กลุ่ม คือ
    หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง, ราคายัง Laggard คือ BANPU(FV@B25.6),CENTEL(FV@B56), BGRIM(FV@B32), LPN(FV@B13.5)
    หุ้นรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง ตอบรับ Sentiment เลือกตั้ง คือ CK(FV@B32),SEAFCO(FV@B11), SCC(FV@B530) และ SCCC(FV@B258)
    สื่อสาร เป็ นหุ้น Domestic Play ที่อิงกับการเติบโตในประเทศ เลือก ADVANC(FV@B236) นักวิเคราะห์มีการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นจากต้นทุนที่ลดลง, DTAC(FV@62) ราคาปรับลงจนมี upside ที่น่าสนใจ
    ค้าปลีก BJC(FV@B69) และ CPALL ราคาปรับฐานมาแรงจนมี Upside สูง รวมทั้ง นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็ น ซื้อ
    สื่อโฆษณานอกบ้าน ที่มี upside MACO(FV@2.36) VGI (FV@B9.60) ส่วน PLANB (FV@B7.30) ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

*** สัปดาห์นี้ลุ้น 1,730 จุด ชูพลังงาน แบงก์ ค้าปลีก 

     บล.เออีซี  กล่าวถึง ทิศทางการลงทุนตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ มุมมองทางเทคนิคคาด SET Index มีแนวโน้ม Zigzag ขึ้นต่อ โดยมองมีโอกาสสูงที่จะทะลุแนวต้าน 1,730 จุด ซึ่งหากทะลุได้จริงจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,745 จุด  ฝ่ายวิจัยแนะกลยุทธ์ลงทุน โดยให้มุมมองเชิงเทคนิคมี Sector ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน อาทิ PTTEP TOP BCPG กลุ่มธนาคาร  อาทิ TMB KBANK กลุ่มค้าปลีก อาทิ ROBINS และกลุ่มรับเหมา เช่น STEC UNIQ 
    ในทางเทคนิคสำหรับนักเก็งกำไรและนักลงทุนลุ้นขยับขึ้นต่อ โดย Sector ที่คาด Outperform ตลาด สัปดาห์นี้เลือกกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)Top Pick ที่เลือก ได้แก่  PTTEP BCPG TOP และ กลุ่มธนาคาร Top Pick ได้แก่ KABNK TMB 
 
     
      

                 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด