ข่าวนี้ที่ 1

MTC-SAWAD ตีปีกรับ ธปท.โดดคุมจำนำทะเบียนรถ

MTC-SAWAD ตีปีกรับ ธปท.โดดคุมจำนำทะเบียนรถ

             ภาคธุรกิจขานรับ ธปท. โดดคุม-เป็นผู้ออกใบอนุญาตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ MTC มองเป็นเรื่องดี ดึงผู้เล่นบนกติกาเดียวกัน ฟาก SAWAD ชี้ไม่สะเทือนเหตุโอนพอร์ตไป BFIT ซึ่งอยู่ภายใต้ ธปท.อยู่แล้ว ด้านโบรกฯ มองทั้งบวก-ลบต่อกลุ่มเช่าซื้อ
      
             จากกรณีที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า ธปท.อยู่ระหว่างทำเฮียริ่งเพื่อออกกฎเกณฑ์ในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถสำหรับรายย่อย คาดจะประกาศใช้ได้ทันภายในปีนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะกระทบกับผู้ประกอบการรายเก่า รายใหม่หรือไม่ อย่างไร  
 
*** MTC-SAWAD ออกโรงหนุน ธปท.


             นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล ( MTC)เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีและ ธปท.ควรกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ชัดเจน รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมา ยังไม่มีกฎหมายที่ระบุออกมาอย่างแน่ชัด
             สำหรับการคิดดอกเบี้ยบวกค่าบริการของ MTCรวมแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 23% อย่างไรก็ตาม หากจะออกกฎควบคุม โดยใช้หลักเกณฑ์อิงกับสินเชื่อส่วนบุคคล การคิดอัตราดอกเบี้ยอาจจะอยู่ที่ 28% แต่หากอิงกับเกณฑ์ของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และนาโนไฟแนนซ์ การคิดดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 36% แต่ไม่ว่าจะอิงเกณฑ์แบบไหนก็ย่อมส่งผลดีกับบริษัท เนื่องจากปัจจุบัน MTC คิดดอกเบี้ยบวกค่าบริการต่ำกว่าอยู่แล้วดังที่กล่าวในข้างต้น 
             "หากมีผู้ดูแลก็จะได้อยู่ในกรอบเดียวกัน ไม่ใช่พอมีปัญหาก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำตามกฎมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นถ้าจะออกมาจริงก็ส่งผลดีต่อเราอย่างแน่นอน" นายชูชาติ กล่าว
             นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ถึงกรณีเดียวกันนี้ว่า บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากที่ผ่านมาปฎิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง เนื่องจากบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้สินเชื่อภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.เงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT)ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท.อยู่แล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยคิดสูงสุดไม่เกิน 36% และรวมค่าบริการไปแล้ว
              แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรายหนึ่ง เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า การจำนำทะเบียนรถ ถือเป็นการกู้เงินแบบมีหลักประกัน ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันมีผู้นำตลาด 3-4 ราย เช่น เงินติดล้อ บริษัทลูกของธนาคารกรุงศรีอยุธยา , เมืองไทยแคปิตอล , กลุ่มศรีสวัสดิ์ และ สมหวังเงินสั่งได้ ของธนาคารทิสโก้ การปล่อยสินเชื่อของบริษัทเหล่านี้ จะวางกฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป
              "การออกกฎมาให้ชัดเจนจะดีกับทุกฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการควบคุมทำให้มีการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป โดยชมรมเช่าซื้อได้เสนอเรื่องนี้ไปยังแบงก์ชาติเอง เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางเดียวกัน ไม่ต้องมามีปัญหาร้องเรียน หรือ ฟ้องร้องกันไปมา" แหล่งข่าว กล่าว

*** โบรกฯ เสียงแตกมองผลกระทบทั้งบวก-ลบ  


              ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส  เชื่อว่า การเข้ามาควบคุมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถโดย ธปท.จะกระทบ ผู้ประกอบการในกลุ่มเช่าซื้อ เพราะในขณะที่รอ พ.ร.บ.กำกับดูแล non-bankประกาศใช้ แต่ล่าสุดกลับมีข่าว
ผู้ว่าการ ธปท.ออกมาเปิดเผยว่า  จะออกหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถสำหรับรายย่อย และย้ำว่าควรได้เห็นภายในปี 2561 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้บริโภควงกว้าง
              โดยแนวทางของ ธปท.  เป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.กำกับดูแล non-bank ซึ่งสะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลสินเชื่อทะเบียนรถ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ ธปท. นั่นเอง โดยต้องมีการขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจ จึงน่าจะเป็นอุปสรรคต่อรายใหม่ และรายเดิม ที่ต้องขอใบอนุญาต
              เบื้องต้นประเมินว่ากระทบกลุ่มเช่าซื้อ 2 เรื่อง คือ 
             1.กระทบรายได้ดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อทะเบียนรถเป็นสัญญากู้ยืม เข้าข่ายคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ซึ่งยังไม่ชัดเจน แต่น่าสังเกตว่า คลังเพิ่งอนุญาตให้พิโกไฟแนนซ์ ทำสินเชื่อทะเบียนรถได้ อาจเป็นไปได้ว่าดอกเบี้ยสำหรับใบอนุญาตใหม่ จะเหมือนกับพิโกไฟแนนซ์คือ เก็บสูงสุดที่ 36% 
             2.กระทบรายได้ค่า??ธรรมเนียม โดยเฉพาะการทวงถามและติดตามหนี้
             ด้านราคาหุ้นทั้ง SAWAD และ  MTC ปรับตัวขึ้นเร็วจนเต็มมูลค่าไปแล้ว ประกอบกับมี sentiment เชิงลบจากข่าวดังกล่าว จึงแนะเปลี่ยนตัวเล่นไปหุ้น THANI แทน  

             บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า กลุ่มไฟแนนซ์ได้เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกฎระเบียบการปล่อยสินเชื่อจำนำกันไปบ้างแล้ว เช่น SAWAD มีการโอนย้ายลูกค้าไปไว้กับ BFIT และ MTC ได้มีการปล่อยสินเชื่อจำนำควบคู่ไปกับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในอัตรา 70 : 30 สำหรับลูกค้าหนึ่งราย โดยสินเชื่อจำนำคิดอัตราดอกเบี้ยลดลงเป็น 15% ต่อปี (จากเดิม 23%) ส่วนสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์คิดอัตราดอกเบี้ย 36% ตามอัตราเพดานของสินเชื่อประเภทนี้ ทำให้จะได้รับผลกระทบจากกฎเกณฑ์ใหม่ไม่มาก 
             การเติบโตของธุรกิจไฟแนนซ์ในไทยยังแข็งแกร่งในปี 61-62 จากการขยายสาขาของแต่ละบริษัท แต่คาดว่าหลังจากนั้นไปแล้วก็น่าจะเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว เนื่องจากจำนวนสาขาที่มีมากครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ และหนี้สินภาคครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง ในเชิงกลยุทธ์  แนะนำซื้อ AEONTS และ MTC
 
*** BFIT เร่งระดมเงินฝากปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7 พันลบ.หนุนปล่อยกู้ 


            นายธิติธรรม โรจนพฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการ  BFIT เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ในปี 61 บริษัทตั้งเป้าระดมเงินฝากไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านบาท จากปัจจุบันระดมเงินฝากได้แล้ว 5.5 พันล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการขยายสินเชื่อของบริษัทที่คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตประมาณ 30% จากปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตลูกหนี้สุทธิประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยสินเชื่อส่วนใหญ่ เป็นสินเชื่อแบบมีหลักประกัน 90% ที่เหลือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล
           สำหรับแผนธุรกิจในครึ่งปีหลัง ยังคงเน้นสินเชื่อมีหลักประกัน ในกลุ่มรถยนต์ บ้านและที่ดิน เป็นหลัก โดยวงเงินสินเชื่อมีตั้งแต่ 30,000 บาท /ราย เป็นต้นไปและสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท/ราย
           ล่าสุด บริษัทได้ออกโปรโมชั่นระดมเงินฝาก เป็นเงินฝากประจำพิเศษ ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเงินฝากประจำขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 18 เดือน รับดอกเบี้ยสูง 2.75% ต่อปี ขณะที่กลุ่มลูกค้าเงินฝากประจาขั้นต่ำ 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น ฝากระยะเวลา 36 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.4%ต่อปี ระยะเวลา 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.0% ต่อปี และระยะเวลา 12 เดือนอัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา
  

 
 
        
 
 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด