ข่าวนี้ที่ 1

GULF-BGRIM-IRPC พาเหรดอวดดีลซื้อกิจการ

GULF-BGRIM-IRPC พาเหรดอวดดีลซื้อกิจการ

        3 บจ.กลุ่มพลังงงาน พร้อมใจโชว์แผนซื้อกิจการถ้วนหน้า  GULF โวมีโรงไฟฟ้าตบเท้าเวียนเข้ามาคุยวันละ 10 กว่าราย แย้มมี  "วินด์ เอ็นเนอร์ยี" เป็น 1 ในนั้น เล็งลงทุนในอาเซียนเพิ่ม หลังปิดจ็อบโอมานในเดือนนี้  ฟาก BGRIM จ่อปิดดีลโรงไฟฟ้าตปท. 1 แห่งปีนี้  เตรียมลงทุนพลังงานลมในเกาหลีใต้ - เวียดนาม ขนาด 100 MW ส่วน IRPC ลั่นเตรียมปิด 1 ดีล ช่วง Q4/61 โบรกฯ คาดอาจเป็นธุรกิจยานยนต์  

*** GULF คุยโรงไฟฟ้ากว่า 10 ราย/วัน  
      นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า 
บริษัทคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/61 จะพลิกมีกำไร จากไตรมาส 2/61 ที่มีผลขาดทุน 438 ล้านบาท รับผลกระทบเงินบาทอ่อนค่า 33 บาท/ดอลลาร์ แต่ในไตรมาส 3/61 เงินบาทเริ่มแข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 31-32 บาท/ดอลลาร์ ส่วนรายได้ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง และมีกำไรจากการดำเนินงานระดับสูง หลังจากมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
    ส่วนแผนการลงทุนซื้อกิจการหรือร่วมลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า ขณะนี้มีบริษัทโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเขามาเจรจาวันละกว่า 10 ราย ซึ่งถือว่าสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมด้านการลงทุน พร้อมยอมรับ บริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด หรือ WEH เป็นหนึ่งในบริษัทที่เจรจาอยู่ โดยบริษัทสนใจทั้งพลังงานความร้อนร่วม ถ่านหิน และพลังงานทดแทน รวมถึงสนใจการลงทุนในต่างประเทศ เช่น แถบ CLMV ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
     ด้านการลงทุนในต่างประเทศ ล่าสุด ได้เข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง รวมกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ และลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 30 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่อยู่นอกเหนือแผนที่วางไว้ในปี 67 จะเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพ และในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ บริษัทคาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าประมูลงานโรงไฟฟ้าในโอมาน กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ และบริษัทมีโอกาสได้รับงานค่อนข้างสูง

***  โบรกฯ เชียร์ GULF เด่นสุดในกลุ่ม ให้เป้า 82 บ. 
    บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF จากโอกาสที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามจะได้รับการปรับขึ้นค่าไฟ และการประมูลโรงไฟฟ้า SPP ในประเทศโอมานซึ่งจะทราบผลภายในเดือนนี้ นอกจากนี้ GULF ยังมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศเสริมให้กำลังการผลิตของบริษัทฯเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีก GULF ยังเป็นบริษัทชอบมากที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ขึ้นเป็น 82 บาท
     ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตุว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามักจะปรับตัวสูงขึ้น 2-3 เดือนก่อนที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งใหม่จะเริ่มดำเนินงาน เนื่องจาก GBL จะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในเดือน ก.ย. 2561 อีกทั้ง GULF จะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มเข้ามาทุกไตรมาสระหว่างไตรมาส 3/61-ไตรมาส 3/62 เราจึงคาดราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องนับจากนี้ นอกจากนั้นแนวโน้มกำไรหลักในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ยังดูสดใส โดยเราคาดว่ากำไรหลักของ GULF จะขยายตัว HoH เอาชนะปัจจัยด้านฤดูกาล ในขณะที่ผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายอื่นๆมีแนวโน้มชะลอตัว HoH ด้วยปัจจัยหนุนในระยะสั้นที่บริษัทมีอยู่ รวมถึงภาพของกำลังการผลิตที่เติบโตชัดเจนที่สุดในกลุ่ม ทำให้เรายังคงชอบ GULF มากที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า     
     ทั้งนี้ราคาหุ้น GULF ปิดการซื้อขายวันที่ 24 ส.ค.61 ที่ระดับ 69 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.09% มูลค่าการซื้อขาย 97 ล้านบาท

 *** BGRIM เล็งลุยพลังงานลมในเกาหลีใต้   - เวียดนาม 
    นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า   บริษัทมั่นใจปีนี้รายได้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 20%  และครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทได้เข้าไปถือหุ้นเพิ่มในโรงไฟฟ้า Bgrim ยันฮี ครบ 100%   และรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 445 เมกะวัตต์ในปีนี้  
    บริษัทได้เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศ 1 ราย โดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์ และจะสามารถสรุปดีลดังกล่าวได้ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้ สำหรับแหล่งเงินทุนบริษัทมั่นใจว่าฐานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่งและรองรับการลงทุนใหม่ๆ ได้ โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดราว 1.5-2 หมื่นล้านบาท และอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับที่ 1.5 เท่า 
     บริษัทได้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเกาหลีใต้กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในปีนี้ โดยงบลงทุนในเบื้องต้นประเมินว่าจะอยู่ 2-2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ/เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะได้ในเห็นความชัดเจนใน 1-2 ปีข้างหน้า   
    
*** โบรกฯ เพิ่มเป้ากำไรปี 62-61 รับโครงการใหม่หนุน 
    บล.เคจีไอ เปิดเผยว่า  ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2562-63 ขึ้นอีก 5.5% และ 7.1% โดยรวมผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า solar 257MW ในเวียดนามเข้ามาด้วย ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักของ BGRIM โตถึง 41.8% CAGR ในช่วงปี 2561-63 คิดเป็นการเติบโตที่สูงเป็นอันดับสองของกลุ่มโรงไฟฟ้าแบบ conventional 
    นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ก็จะทำให้พอร์ตการผลิตไฟฟ้าของ BGRIM เพิ่มขึ้น 8.8% เป็น 2.11GWh ในปี 2565 โดยทุกโครงการของบริษัทมีกำหนดจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2565 ขณะที่บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ 1.0-1.4 หมื่นล้านบาท ใน Q4/61  ให้ราคาเป้าหมาย DCF ใหม่ที่ 31.00 บาท  ยังคงคำแนะนำซื้อ
    ทั้งนี้ราคาหุ้น BGRIM ปิดการซื้อขายวันที่ 24 ส.ค.61 ที่ระดับ 26 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ -0.95% มูลค่าการซื้อขาย 79.61 ล้านบาท
 
*** IRPC มั่นใจกำไรสูงกว่าปีก่อน จ่อปิดดีลซื้อกิจการ 1 ราย ปลายปีนี้
       นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผย ว่า  บริษัทมั่นใจว่ากำไรสุทธิปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 11,354.48 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ไม่มีการปิดซ่อมโรงกลั่นครั้งใหญ่ทำให้บริษัทสามารถเดินเครื่องโรงกลั่นได้เต็ม 100% ที่กำลังการกลั่น 2.1 แสนบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทำได้ 1.5 แสนบาร์เรล/วัน ประกอบกับจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายที่ดินจำนวน 162 ล้านบาท ให้กับบริษัทร่วมทุนระหว่าง IRPC กับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รวมทั้งบริษัทคาดว่าจะมีกำไรจากสต๊อคน้ำมันซึ่งในปีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ 70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
    สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก โดยคาดว่าจะมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ระดับ 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3/61 จะเป็นช่วงของฤดูกาลจึงอาจจะทำให้ปริมาณการขายลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าจะยอดขายจะกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 ซึ่งคาดว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาดทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
    ??ส่วนการลงทุนใหม่ๆ อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนซื้อกิจการ (M&A) ภายใต้โครงการ Galaxy เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตได้ซึ่งจะเป็นการต่อยอดธุรกิจของบริษัทให้ครอบคลุมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 4 นี้ 1 ราย

*** โบรกฯ คาดดีลปลายน้ำอาจเป็นกลุ่มยานยนต์  
    บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า IRPC กำลังศึกษาและหาโอกาสในการทำ M&A โดยจะเน้นไปยังธุรกิจปลายน้ำที่จะช่วยสร้าง Synergy กับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของบริษัท ซึ่งการที่หาธุรกิจปลายน้ำนั้นจะช่วยเพิ่มความเสถียรภาพของผลกำไรให้กับบริษัทในระยะยาว เนื่องจากธุรกิจปลายน้ำของอุสาหกรรมปิโตรเคมี มีมาจิ้นที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจต้นน้ำ รวมถึงราคาที่มีความอ่อนไหวน้อยกว่า ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้น่าจะเห็น 1-2 Deals โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตและมีความเชี่ยวชาญใน พลาสติก PP  ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็น Commodity เป็นส่วนใหญ่ จึงอยากหาโอกาสเข้าไปในกลุ่ม  Auto หรือ ยานยนต์ที่มีความต้องการใช้ PP เป็นส่วนประกอบสำคัญ
    ทั้งนี้คาดผลประกอบการไตรมาส 3 น่าจะทรงตัวได้ (1) มีการปิดซ่อมบำรุงทำให้กำลังการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 200 KBD หรือลดลงประมาณ 5% (2) ค่าการกลั่นกลับตัวยืนอยู่เหนือ 6.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (3) Crude Premium ปรับตัวลง แนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมาย 8 บาท 
    ทั้งนี้ราคาหุ้น IRPC ปิดการซื้อขายวันที่ 24 ส.ค.61 ที่ระดับ 6.65 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 213.46 ล้านบาท  
 
     







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด