ข่าวนี้ที่ 1

BCPG วางงบลงทุน 4 หมื่นลบ.-ปี 62 ดันกำลังผลิตแตะ 600 MW

BCPG วางงบลงทุน 4 หมื่นลบ.-ปี 62 ดันกำลังผลิตแตะ 600 MW

    "บีซีพีจี" วางงบลงทุน 5 ปี (61-65) 4 หมื่นลบ. หวังลุยซื้อกิจการพลังงานทดแทน เผยปัจจุบันมีเจรจาแล้วหลายราย คาดเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ 1-2 ดีล พร้อมศึกษาลงทุนโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม ได้ข้อสรุปภายใน 2-3 เดือน ตั้งเป้าดันกำลังผลิตไฟฟ้าปี 62 แตะ 600 เมกะวัตต์(MW)ลั่นผลงานครึ่งปีหลังแจ่ม บุ๊คกำไรพิเศษ โรงไฟฟ้า COD เพิ่ม 8.9 MW ด้าน "เอสพีซีจี" ตั้งเป้ารายได้โต 10% ต่อปี หวังแตะ 1 หมื่นลบ.ปี 63


*** วางงบลงทุน 4 หมื่นลบ. เจรจาซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 1-2 ดีล

    นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า บริษัทได้วางงบลงทุน  40,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปี (61-65) เข้าซื้อกิจการโครงการพลังงานทดแทน ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทมีการเจรจาแล้วหลายราย คาดหวังว่าภายในปีนี้จะได้เห็นความชัดเจนในการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่างประเทศ 1 - 2 ดีล
    สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่บริษัทจะเข้าลงทุนในต่างประเทศเป็นทั้งรูปแบบโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและโครงการที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว โดยจะมีต้องให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 12-13% ซึ่งบริษัทมีความสนใจในประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน ส่วนประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะมีความชัดเจนใน 2 - 3 เดือน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสปป.ลาว ยังไม่มีความชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้
    ปัจจุบันบริษัทมีโครงการ COD แล้ว 407.4 เมกะวัตต์ เเบ่งเป็นในประเทศ 109.9 เมกะวัตต์ เเละอยู่ระหว่างสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีกราว 10 เมกะวัตต์ ส่วนต่างประเทศ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น COD แล้ว 45 เมกะวัตต์ เละอยู่ระหว่างสร้าง 147.3 เมกะวัตต์ ใน ฟิลลิปินส์ COD 14 เมกะวัตต์ เเละอยู่ระหว่างรอนโนบายภาครัฐคาดเพิ่มขั้น 6 เมกะวัตต์ ภายใน 1 - 2 ปี เเละ อินโดนีเซีย COD 157 เมกะวัตต์ เเละอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 24 เมกะวัตต์ คาดว่าในปี 62 บริษัทจะมีโรงไฟ้ฟา COD ครบ 600 เมกะวัตต์

*** ผลงานครึ่งปีหลังแจ่ม บุ๊คกำไรพิเศษ-COD เพิ่ม 8.9 MW

    บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10 - 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,389.36 ล้านบาท โดยคาดว่าผลงานครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Nikaho และ Nagi ขนาดกำลังผลิต 26 - 27 เมกะวัตต์ มูลค่า 3 พันล้านบาท ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่น และขณะเดียวกันโครงการโซลาร์ฟาร์มสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปภัมภ์ (อผศ.) กำลังการผลิตตามสัญญาที่ 8.94 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) หนุนรายได้เพิ่ม ตั้งแต่ไตรมาส 3/61
  
*** SPCG ปักธงรายได้ปี 63 แตะ 1 หมื่นลบ.
    
    นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 63 โดยสัดส่วน 25-30% จะมาจากรายได้ต่างประเทศ หลังมุ่งขยายการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก จากปัจจุบันที่มีโครงการร่วมทุนอยู่แล้ว 1 โครงการ กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ ที่เมืองทอตโตะริ ซึ่งเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วเมื่อปลายเดือน เม.ย.61
    
*** คาดใช้เงิน 5 พันลบ.ร่วมลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น  3 โครงการ
    
    ขณะที่อยู่ระหว่างรอสรุปร่วมทุนอีก 3 โครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในส่วนของบริษัทไม่น้อยกว่า 5 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการเตรียมจัดหาแหล่งเงินทุนที่ดีที่สุด และรายละเอียดการลงทุนที่คาดว่าจะสรุปได้ภายในไตรมาส 4/61
    เบื้องต้นบริษัทได้ประกาศการร่วมลงทุนไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โซลาร์ฟาร์ม Ukujima Mega Solar Project ขนาดกำลังผลิต 480 เมกะวัตต์ ณ เกาะ Ukujima เมืองนางาซากิ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างสรุปสัดส่วนการร่วมทุนกับพันธมิตร คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้และแล้วเสร็จใน 4 ปี จึงจะรับรู้รายได้เข้ามาและโครงการโซลาร์ฟาร์ม ณ เมืองฟูกุโอกะ ขนาดกำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่งการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/61 หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างและแล้วเสร็จไม่เกิน 1 ปีครึ่ง หรือในช่วงปี 62-63 ก็จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามา ส่วนอีก 1 โครงการเป็นโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 100 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่เมืองนางาซากิ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุน คาดว่าจะสรุปผลได้ภายในไตรมาส 4/61

*** ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ขาย Inverter แตะ 30% ใน 3-5 ปี 
    
    SPCG ประกาศความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการ (Authorised Sales & Service Partnership) โดย SPCG มีบริษัทในเครือ คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ SPR ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริการอย่างเป็นทางการ ของ SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่กรกฎาคม 2561 ซึ่งช่วยเสริมธุรกิจเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) และอุปกรณ์ด้านโซลาร์ฟาร์ม
    การผนึก SMA ในประเทศเยอรมนี เพื่อขายอุปกรณ์โซลาร์ฟาร์มใน CLMV และไทย โดยตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ทั้ง 5 ประเทศ แตะ 30% ภายใน 3-5 ปี หรือการผลิตกำลังไฟฟ้าได้ประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ จากกำลังไฟฟ้าทั้งระบบใน 5 ประเทศ ที่คาดว่าจะจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ (COD) จำนวน 5,000 เมกะวัตต์
    SPCG จะดูแลลูกค้าของ SMA ทั้งในประเทศและภูมิภาคอินโดจีน ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวมทั้งหมด 5 ประเทศ และในอนาคตยังสนใจที่รุกในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเพิ่ม







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด