ข่าวนี้ที่ 1

WHAUP ลั่นปี 62 โตกระโดด จ่อลุยท่อก๊าซ-สาธารณูปโภคเวียดนาม

WHAUP ลั่นปี 62 โตกระโดด จ่อลุยท่อก๊าซ-สาธารณูปโภคเวียดนาม

    "ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์" ลั่นรายได้ปี 62 โตก้าวกระโดด จากปีนี้คาดทำได้ 4-4.2 พันลบ. หลังเร่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ และรับรู้รายได้ธุรกิจค้าปลีกก๊าซเต็มปี พร้อมเดินหน้าซื้อกิจการ ประเดิมศึกษาระบบสาธารณูปโภคเวียดนาม พร้อมควงพันธมิตรลุยท่อก๊าซธรรมชาติภายในปี 62 ขณะที่โบรกฯชี้ราคาหุ้นยัง Laggard จากกลุ่ม

*** ปักธงรายได้ปี 62 โตก้าวกระโดด

    นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ระบุ บริษัทประเมินรายได้ในปี 62 จะเติบโตก้าวกระโดดจากปี 61 ที่มั่นใจทำได้ 4 - 4.2 พันล้านบาท หรือเติบโต 10-15% เนื่องจากเป็นปีที่บริษัทจะรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเข้ามาตามกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นอีก 33 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 133 เมกะวัตต์ (MW)สัดส่วนถือหุ้น 30% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 30 MW คาดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์(COD)ในเดือนม.ค. 62 และจากการจ่ายไฟโรงไฟฟ้าจากขยะในช่วงปลายปีอีก 3 MW
    ซึ่งจะส่งผลให้ภายในช่วงสิ้นปี 62 บริษัทมีโรงไฟฟ้าดำเนินการเชิงพาณิชย์รวม 553 MW ขณะเดียวกันบริษัทจะรับรู้รายได้จากธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 ที่จะเริ่มจำหน่ายในไตรมาส 4/61 เข้ามาเต็มปี และโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 4 ในไตรมาส 2/62 ขณะที่ธุรกิจสาธารณูปโภคยังคงเติบโตต่อเนื่อง

*** เปิดแผนลงทุนปี 62 

    ขณะที่แผนการลงทุนในปี 62 บริษัทคาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะให้ความสนใจในการลงทุนต่อเนื่องจากโครงการเดิม อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ร่วมทุนกับพันธมิตร, โครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ, ระบบสาธารณูปโภคใน 2 นิคมอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นคาดจะใช้เงินลงทุนไม่สูงนักหรือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ราว 1.8 - 2 พันล้านบาท
    ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเข้าลงทุนในโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 3 หรือท่อส่งก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 3 ร่วมกันกับพันธมิตร 3 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัท มิตซุยแอนด์โค จำกัด และ บริษัท โตเกียว แก๊ส เอเชีย จำกัด ซึ่งคาดว่าจะสามารถเห็นความชัดจนและเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปี 62
    และอยู่ระหว่างศึกษาเข้าซื้อกิจการระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนาม ได้แก่ การให้บริการจำหน่ายน้ำดี และบำบัดน้ำเสียในพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้บริการในกลุ่มนอกนิคมอุตสาหกรรมประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปี 62 ส่วนการพัฒนาพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมคาดจะเริ่มก่อสร้างในปี 62 และรับรู้รายได้ในปี 63

*** ยังไม่ทิ้งพลังงานทดแทนแม้อัตราซื้อไฟลด

    ภายในปีนี้บริษัทได้เจรจากับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอีก 10 MW ซึ่งคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ทั้งหมดภายในปีนี้ ซึ่งด้านการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม และโรงไฟฟ้าพลังงานลม แต่จะต้องรอรัฐบาลเวียดนามประกาศให้เข้าร่วมลงทุน และดำเนินการในเฟสที่ 2 โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มมีโอกาสที่อัตราการรับซื้อไฟฟ้าจะลดลง แต่โรงไฟฟ้าพลังงานลมมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น บริษัทจึงประเมินว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจทั้งคู่

*** โบรกฯคาดระยะยาวโตไม่หวือหวา แต่ราคาน่าสนใจ

    บล.เคทีบี คาดปี 61 WHAUP จะทำกำไรจากการดำเนินงานปกติไปได้ที่ 1.8 พันล้านบาท คิดเป็นเติบโต 26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าไม่มีโครงการใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเคิม โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4/61 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจโรงไฟฟ้า ส่วนกำไรในระยะยาวคาดว่าจะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปราว 6% ต่อปี(CAGR)ภายในปี 61 - 63 เนื่องจากเหลือธุรกิจโรงไฟฟ้าใหม่เพียง 32 MW ที่จะ COD เท่านั้น ขณะที่ธุรกิจบริหารจัดการน้ำยังไม่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
    แนะนำ "ซื้อ" คงราคาเหมาะสมเดิมที่ 7.00 บาท ราคาปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจอีกครั้งโดยมี Upside จากราคาเหมาะสม ในที่ราคาเหมาะสมเทียบเท่า PE ปี 61 ที่ 15 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 21 เท่า จัดว่าเป็นหุ้น Laggard มาก ในขณะที่ลักษณะธุรกิจที่มั่นคงและมีโครงการ EEC เป็น Catalyst หนุนธุรกิจหลักในปี 62 น่าจะช่วยผลักดันให้ราคากลับมา Outperform ได้อีกครั้ง

    บล.ฟิลลิป เผย แม้การเติบโตของรายได้และกำไรจะทรงตัวในปี 61 แต่จะกลับเติบโตมากขึ้นหลังจากนี้เป็นต้นไปจากกำลังการผลิตใหม่ของธุรกิจไฟฟ้าและปริมาณความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น สำหรับปี 62 ธุรกิจไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติเพิ่มเข้ามาอีกราว 32 MW ซึ่งจะสร้างกำไรให้กับบริษัทราว 60 ลบ. ต่อปี
    คงคำแนะนำ"ซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 8.15 บาท มองว่าราคาหุ้นถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก ส่งผลให้ราคาพื้นฐานต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเป็นอย่างมาก







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด